A Woman We Love: สายไหม นันทรัตน์

อย่าให้ร่างเล็กๆ ของบาร์เทนเดอร์สาววัย 24 ปี สายไหม นันทรัตน์ หลอกคุณได้เชียว เพราะเธอคนนี้ไม่ใช่แค่สาวตัวเล็กมาพร้อมดวงตาคมๆ ชวนมอง แต่ยังเป็นสุภาพสตรีเพียงคนเดียวที่ติด 1 ใน 5 ผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายของ Campari Bartender Competition Thailand 2018 

 

 

เนื่องด้วยการสัมภาษณ์ครั้งนี้มีเหตุให้เราได้เจอกับเธอถึงสองครั้งสองครา ทั้งแบบนั่งคุยกันต่อหน้าเสื้อผ้าชิลๆ แบบเตรียมเปลี่ยนเป็นชุดบาร์เทนเดอร์ และอีกหนคือเสื้อสายเดี่ยวสีดำ ยีนส์สีอ่อน พร้อมรองเท้าบู้ต ให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวในลุคสกินนี่ แถมมียิ้มหวานชวนหลงใหล

 

ทันทีที่เราโทรหา เธอก็รีบบึ่งมารับที่หน้าลิฟต์ ก่อนพาขึ้นไปยัง ABar Rooftop รังเหย้าของเธอ “ต้องการดื่มอะไรไหมคะ” เธอถามอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม ชื่อดริ้งก์ที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ‘เนโกรนี’ เธอเดินตรงไปที่บาร์แล้วเริ่มบรรจงชงเนโกรนีแก้วโตในทันที เรานั่งมอง และเห็นแววตาของเธอซึ่งจับจ้องของเหลวที่ริน และสเตอร์จนได้ที่อย่างอ่อนโยน ทำเอาใจแทบละลาย 

 

 

เธอเสิร์ฟเครื่องดื่มสีแดงที่มาพร้อมความเย็น และรอให้เราจิบชิมอย่างตื่นเต้น ก่อนจะถาม “โอเคไหมคะ?” เราพยักหน้าให้กับเนโกรนีที่ขม หวาน และไดลูทกำลังดีแก้วนี้ อันที่จริงเธอไม่ได้เรียนจบสายนี้มาโดยตรง ตอนอยู่มหา’ลัยเธอเรียนเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ แต่เนื่องจากรุ่นพี่ที่รู้จักชักชวนมาทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ Hyde & Seek Peek-a-Boo ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ และเริ่มรักงานนี้มากกว่าจะมองแค่เรื่องเม็ดเงินหรือค่าตอบแทน 

 

 

หลังจากได้ลงมือทำงานนี้สักพัก รับรู้ความต้องการของตัวเองแล้ว เธอย้ายไปประจำอยู่บาร์ชื่อว่า Highball ซึ่งเป็นบาร์หญิงล้วน (พนักงานทั้งหมดเป็นผู้หญิง) โดยต้องการส่งเสริมในวงการบาร์ว่า ผู้หญิงก็เป็นบาร์เทนเดอร์ที่ดีได้จึงมีแต่สาวๆ คอยดูแล แน่นอนว่าพวกเธอไม่อาจหนีรอดความคะนองปากของเหล่าชายโฉดที่แวะเวียนไปยังบาร์แห่งนั้น หากแต่สิ่งที่เจอเป็นจุดที่ช่วยเพาะบ่มให้เธอรู้จักความหนักแน่น และซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเธอ 

 

ตอนอยู่ที่ Highball ก็เจอลูกค้าผู้ชายที่เข้าใจผิดบ้างว่าเรามาทำอะไรตรงนี้ ด้วยวัฒนธรรมบ้านเราที่มีสาวเชียร์เบียร์หรืออะไรแบบนั้น บางครั้งก็ทำให้เขาแสดงท่าทีหรือพูดจาไม่เหมาะสมกับเรา ซึ่งในฐานะคนสายอาชีพบริการ เราไม่สามารถจะก้าวร้าวได้ แต่เราสามารถแสดงจุดยืน เว้นพื้นที่ และพูดตรงๆ กับลูกค้าอย่างสุภาพ ซึ่งต้องหนักแน่น ชัดเจนว่าเราคือใคร และสถานที่นี้คืออะไร (Highball ได้ปิดตัวไปแล้ว)” แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอลูกค้าแบบนั้นแล้ว เนื่องจาก ABar และ ABar Rooftop ตั้งอยู่ในโรงแรม Marriott Marquis ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาก็เป็นลูกค้าของโรงแรมอยู่แล้วค่ะเธอเสริมต่อด้วยท่าทีโล่งใจ

 

 

ถึงแม้ช่วงนี้สังคมจะเริ่มเปิดรับทั้งในเรื่องเพศและอาชีพที่แตกต่างมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด) ซึ่งสายไหมเป็นสาวน้อยร่างบางวัย 24 ปีใช้เวลาเป็นบาร์เทนเดอร์มาแล้ว 3 ปีโดยไม่ได้มีไลฟ์สไตล์เป็น office hours ปกติกว่าบาร์จะเลิกก็ตี 1-2 หลังจากนั้นก็ต้องนั่งลิสต์ของที่ต้องสั่ง กลับบ้านมาเคลียร์ธุระส่วนตัวเสร็จกว่าจะได้นอนก็ประมาณตี 5 ทุกวัน จึงไม่แปลกหากบางคนจะเกิดคำถามในใจว่าทางบ้านสนับสนุนอาชีพที่เธอทำหรือเปล่า แต่เธอตอบอย่างภาคภูมิใจว่าคุณแม่ไม่มีปัญหากับอาชีพของเธอ และภูมิใจในตัวเธอเสมอ

 

จึงตอบคำถามข้างต้นได้เป็นอย่างดี ทำให้ตอนนี้โลกของบาร์เทนเดอร์ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น ที่บ้านสายไหมตอนนี้เหลือแต่คุณแม่ เพราะคุณพ่อเสียไป คุณแม่จะบอกเสมอว่าเป็นอะไรก็ได้ ทำอาชีพอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีก็พอ และดูแลตัวเองให้ดีก็พอ แล้วยิ่งตอนนี้เธอคือ 1 ใน 5 ที่ได้เข้าชิง Campari Bartender Competition Thailand 2018 ผ่านการซ้อม และฝึกฝนอย่างหนักทุกคืนหลังปิดบาร์ การก้าวเข้าสู่บาร์เทนเดอร์ชั้นนำของประเทศรุ่นต่อไปทำให้คุณแม่ของเธอยิ่งภูมิใจในตัวเธอมากขึ้นกว่าเดิม 

 

 

เมื่อเราถามว่าสำหรับบาร์เทนเดอร์อย่างเธอที่เวลาทำงานสวนทางกับคนทั่วไป มีผลกระทบเรื่องความสัมพันธ์บ้างไหม เธอก็ตอบอย่างสดใสว่า ไม่นะคะ จากสมัยที่เคยมีแฟน ก็มีเวลาไปทำอะไรร่วมกัน มันอยู่ที่การบริหารเวลามากกว่า อย่างน้อยวันหยุดของเราก็ใช้ไปกับการเดินตลาดรถไฟเพื่อดูของมือสอง หรือของคลาสสิก ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ และถ่ายรูป ไหมเป็นคนชอบถ่ายรูปค่ะ อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร แต่ก็สนุกกับมัน 

เห็นเกริ่นถึงของคลาสสิกมาแล้ว เราจึงยิงคำถามไปถึงสเปคผู้ชายในอุดมคติของเธอ ซึ่งผู้ชายที่จะเข้าตาเธอคือคนที่หลงใหลในของมือสองเหมือนกับเธอ แต่เหนือสิ่งที่เรียกว่ารสนิยม คือการให้ความเคารพ ความเข้าใจ และยังเป็นผู้นำที่ดี ส่วนใครที่ขี้โม้ โอ้อวดเธอบอกเลยว่าไปให้ห่าง

 

ซึ่งจากที่เราได้สัมภาษณ์สาวๆ มาหลายต่อหลายคน การจีบสาวแบบโชว์พาวคือบุคลิกที่ไม่พึงประสงค์อันดับต้นๆ ของผู้ชายในความคิดของสาวทุกคน ยิ่งกับเธอคนนี้ ยิ่งต้องพูดให้น้อย คอยรับฟัง ส่วนตัวชอบผู้ชายเงียบๆ เพราะเราชอบคุย ชอบโทรไปเล่าให้ฟังเวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  

 

 

ช่วงเวลา 3 ปีบนเส้นทางของนักชงเครื่องดื่ม ผู้อยู่เบื้องหลังแก้วค็อกเทลซึ่งผ่านการลิ้มรสของลูกค้าทั่วไป และคณะกรรมการ (การประกวดบาร์เทนเดอร์) วันนี้เธอพิสูจน์ตัวเองทั้งต่อสายตาคนที่บ้าน รวมถึงทุกๆ คนแล้ว สเต็ปต่อไปที่เป็นคำถามในใจก็คือ เธอวางบทบาทตัวเองในอนาคตไว้อย่างไร สำหรับตอนนี้สายไหมก็ยังสนุกกับการเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ แต่ก็เรียนจบแล้ว เดิมความฝันของไหมคือการได้เป็นไกด์ทัวร์ ได้พูดคุยภาษาอังกฤษ ซึ่งที่ ABar ลูกค้าที่มาก็เป็นต่างชาติเยอะอยู่แล้ว แต่อนาคตไหมก็อยากทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลงทุนเรียนไป ยังไม่มีแผนแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้รักตรงนี้

 

 

จากที่คุยกับสาวพูดเก่งยิ้มง่าย (โดยธรรมชาติ) มาสักพัก จนน่าจะถึงท้ายเรื่อง ฟังดูแล้วเธอคนนี้ก็เสียดายวิชาที่ร่ำเรียนมาไม่น้อย แต่ก็ใจไม่แข็งพอจะทิ้งอาชีพบาร์เทนเดอร์ (อันเป็นที่รัก) ไว้ข้างหลัง เราจึงยิงคำถามส่งท้ายว่า อะไรคือสิ่งที่ท้าทายสำหรับการเป็นบาร์เทนเดอร์ “ไหมคิดว่าบาร์เทนเดอร์เป็นสิ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มันมีอะไรให้เรียนรู้อยู่ตลอด เราอยู่กับที่ไม่ได้


TEXT: WARIYA I. & PRAN

PHOTOGRAPHY: SUWAT PANTONG

LOCATION: ABAR@BANGKOK MARRIOTT MARQUIS QUEENS PARK




A Woman We Love: สายไหม นันทรัตน์

อย่าให้ร่างเล็กๆ ของบาร์เทนเดอร์สาววัย 24 ปี สายไหม นันทรัตน์ หลอกคุณได้เชียว เพราะเธอคนนี้ไม่ใช่แค่สาวตัวเล็กมาพร้อมดวงตาคมๆ ชวนมอง แต่ยังเป็นสุภาพสตรีเพียงคนเดียวที่ติด 1 ใน 5 ผู้เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายของ Campari Bartender Competition Thailand 2018 

 

 

เนื่องด้วยการสัมภาษณ์ครั้งนี้มีเหตุให้เราได้เจอกับเธอถึงสองครั้งสองครา ทั้งแบบนั่งคุยกันต่อหน้าเสื้อผ้าชิลๆ แบบเตรียมเปลี่ยนเป็นชุดบาร์เทนเดอร์ และอีกหนคือเสื้อสายเดี่ยวสีดำ ยีนส์สีอ่อน พร้อมรองเท้าบู้ต ให้เธอดูเป็นสาวเปรี้ยวในลุคสกินนี่ แถมมียิ้มหวานชวนหลงใหล

 

ทันทีที่เราโทรหา เธอก็รีบบึ่งมารับที่หน้าลิฟต์ ก่อนพาขึ้นไปยัง ABar Rooftop รังเหย้าของเธอ “ต้องการดื่มอะไรไหมคะ” เธอถามอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้ม ชื่อดริ้งก์ที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ‘เนโกรนี’ เธอเดินตรงไปที่บาร์แล้วเริ่มบรรจงชงเนโกรนีแก้วโตในทันที เรานั่งมอง และเห็นแววตาของเธอซึ่งจับจ้องของเหลวที่ริน และสเตอร์จนได้ที่อย่างอ่อนโยน ทำเอาใจแทบละลาย 

 

 

เธอเสิร์ฟเครื่องดื่มสีแดงที่มาพร้อมความเย็น และรอให้เราจิบชิมอย่างตื่นเต้น ก่อนจะถาม “โอเคไหมคะ?” เราพยักหน้าให้กับเนโกรนีที่ขม หวาน และไดลูทกำลังดีแก้วนี้ อันที่จริงเธอไม่ได้เรียนจบสายนี้มาโดยตรง ตอนอยู่มหา’ลัยเธอเรียนเพื่อเป็นมัคคุเทศก์ แต่เนื่องจากรุ่นพี่ที่รู้จักชักชวนมาทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ที่ Hyde & Seek Peek-a-Boo ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการ และเริ่มรักงานนี้มากกว่าจะมองแค่เรื่องเม็ดเงินหรือค่าตอบแทน 

 

 

หลังจากได้ลงมือทำงานนี้สักพัก รับรู้ความต้องการของตัวเองแล้ว เธอย้ายไปประจำอยู่บาร์ชื่อว่า Highball ซึ่งเป็นบาร์หญิงล้วน (พนักงานทั้งหมดเป็นผู้หญิง) โดยต้องการส่งเสริมในวงการบาร์ว่า ผู้หญิงก็เป็นบาร์เทนเดอร์ที่ดีได้จึงมีแต่สาวๆ คอยดูแล แน่นอนว่าพวกเธอไม่อาจหนีรอดความคะนองปากของเหล่าชายโฉดที่แวะเวียนไปยังบาร์แห่งนั้น หากแต่สิ่งที่เจอเป็นจุดที่ช่วยเพาะบ่มให้เธอรู้จักความหนักแน่น และซื่อสัตย์ต่ออาชีพของเธอ 

 

ตอนอยู่ที่ Highball ก็เจอลูกค้าผู้ชายที่เข้าใจผิดบ้างว่าเรามาทำอะไรตรงนี้ ด้วยวัฒนธรรมบ้านเราที่มีสาวเชียร์เบียร์หรืออะไรแบบนั้น บางครั้งก็ทำให้เขาแสดงท่าทีหรือพูดจาไม่เหมาะสมกับเรา ซึ่งในฐานะคนสายอาชีพบริการ เราไม่สามารถจะก้าวร้าวได้ แต่เราสามารถแสดงจุดยืน เว้นพื้นที่ และพูดตรงๆ กับลูกค้าอย่างสุภาพ ซึ่งต้องหนักแน่น ชัดเจนว่าเราคือใคร และสถานที่นี้คืออะไร (Highball ได้ปิดตัวไปแล้ว)” แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้เจอลูกค้าแบบนั้นแล้ว เนื่องจาก ABar และ ABar Rooftop ตั้งอยู่ในโรงแรม Marriott Marquis ส่วนใหญ่ลูกค้าที่เข้ามาก็เป็นลูกค้าของโรงแรมอยู่แล้วค่ะเธอเสริมต่อด้วยท่าทีโล่งใจ

 

 

ถึงแม้ช่วงนี้สังคมจะเริ่มเปิดรับทั้งในเรื่องเพศและอาชีพที่แตกต่างมากขึ้น (แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด) ซึ่งสายไหมเป็นสาวน้อยร่างบางวัย 24 ปีใช้เวลาเป็นบาร์เทนเดอร์มาแล้ว 3 ปีโดยไม่ได้มีไลฟ์สไตล์เป็น office hours ปกติกว่าบาร์จะเลิกก็ตี 1-2 หลังจากนั้นก็ต้องนั่งลิสต์ของที่ต้องสั่ง กลับบ้านมาเคลียร์ธุระส่วนตัวเสร็จกว่าจะได้นอนก็ประมาณตี 5 ทุกวัน จึงไม่แปลกหากบางคนจะเกิดคำถามในใจว่าทางบ้านสนับสนุนอาชีพที่เธอทำหรือเปล่า แต่เธอตอบอย่างภาคภูมิใจว่าคุณแม่ไม่มีปัญหากับอาชีพของเธอ และภูมิใจในตัวเธอเสมอ

 

จึงตอบคำถามข้างต้นได้เป็นอย่างดี ทำให้ตอนนี้โลกของบาร์เทนเดอร์ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้น ที่บ้านสายไหมตอนนี้เหลือแต่คุณแม่ เพราะคุณพ่อเสียไป คุณแม่จะบอกเสมอว่าเป็นอะไรก็ได้ ทำอาชีพอะไรก็ได้ ขอแค่เป็นคนดีก็พอ และดูแลตัวเองให้ดีก็พอ แล้วยิ่งตอนนี้เธอคือ 1 ใน 5 ที่ได้เข้าชิง Campari Bartender Competition Thailand 2018 ผ่านการซ้อม และฝึกฝนอย่างหนักทุกคืนหลังปิดบาร์ การก้าวเข้าสู่บาร์เทนเดอร์ชั้นนำของประเทศรุ่นต่อไปทำให้คุณแม่ของเธอยิ่งภูมิใจในตัวเธอมากขึ้นกว่าเดิม 

 

 

เมื่อเราถามว่าสำหรับบาร์เทนเดอร์อย่างเธอที่เวลาทำงานสวนทางกับคนทั่วไป มีผลกระทบเรื่องความสัมพันธ์บ้างไหม เธอก็ตอบอย่างสดใสว่า ไม่นะคะ จากสมัยที่เคยมีแฟน ก็มีเวลาไปทำอะไรร่วมกัน มันอยู่ที่การบริหารเวลามากกว่า อย่างน้อยวันหยุดของเราก็ใช้ไปกับการเดินตลาดรถไฟเพื่อดูของมือสอง หรือของคลาสสิก ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ และถ่ายรูป ไหมเป็นคนชอบถ่ายรูปค่ะ อาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร แต่ก็สนุกกับมัน 

เห็นเกริ่นถึงของคลาสสิกมาแล้ว เราจึงยิงคำถามไปถึงสเปคผู้ชายในอุดมคติของเธอ ซึ่งผู้ชายที่จะเข้าตาเธอคือคนที่หลงใหลในของมือสองเหมือนกับเธอ แต่เหนือสิ่งที่เรียกว่ารสนิยม คือการให้ความเคารพ ความเข้าใจ และยังเป็นผู้นำที่ดี ส่วนใครที่ขี้โม้ โอ้อวดเธอบอกเลยว่าไปให้ห่าง

 

ซึ่งจากที่เราได้สัมภาษณ์สาวๆ มาหลายต่อหลายคน การจีบสาวแบบโชว์พาวคือบุคลิกที่ไม่พึงประสงค์อันดับต้นๆ ของผู้ชายในความคิดของสาวทุกคน ยิ่งกับเธอคนนี้ ยิ่งต้องพูดให้น้อย คอยรับฟัง ส่วนตัวชอบผู้ชายเงียบๆ เพราะเราชอบคุย ชอบโทรไปเล่าให้ฟังเวลาเจอเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน  

 

 

ช่วงเวลา 3 ปีบนเส้นทางของนักชงเครื่องดื่ม ผู้อยู่เบื้องหลังแก้วค็อกเทลซึ่งผ่านการลิ้มรสของลูกค้าทั่วไป และคณะกรรมการ (การประกวดบาร์เทนเดอร์) วันนี้เธอพิสูจน์ตัวเองทั้งต่อสายตาคนที่บ้าน รวมถึงทุกๆ คนแล้ว สเต็ปต่อไปที่เป็นคำถามในใจก็คือ เธอวางบทบาทตัวเองในอนาคตไว้อย่างไร สำหรับตอนนี้สายไหมก็ยังสนุกกับการเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ แต่ก็เรียนจบแล้ว เดิมความฝันของไหมคือการได้เป็นไกด์ทัวร์ ได้พูดคุยภาษาอังกฤษ ซึ่งที่ ABar ลูกค้าที่มาก็เป็นต่างชาติเยอะอยู่แล้ว แต่อนาคตไหมก็อยากทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลงทุนเรียนไป ยังไม่มีแผนแน่นอนค่ะ แต่ตอนนี้รักตรงนี้

 

 

จากที่คุยกับสาวพูดเก่งยิ้มง่าย (โดยธรรมชาติ) มาสักพัก จนน่าจะถึงท้ายเรื่อง ฟังดูแล้วเธอคนนี้ก็เสียดายวิชาที่ร่ำเรียนมาไม่น้อย แต่ก็ใจไม่แข็งพอจะทิ้งอาชีพบาร์เทนเดอร์ (อันเป็นที่รัก) ไว้ข้างหลัง เราจึงยิงคำถามส่งท้ายว่า อะไรคือสิ่งที่ท้าทายสำหรับการเป็นบาร์เทนเดอร์ “ไหมคิดว่าบาร์เทนเดอร์เป็นสิ่งที่ไม่มีจุดสิ้นสุด มันมีอะไรให้เรียนรู้อยู่ตลอด เราอยู่กับที่ไม่ได้


TEXT: WARIYA I. & PRAN

PHOTOGRAPHY: SUWAT PANTONG

LOCATION: ABAR@BANGKOK MARRIOTT MARQUIS QUEENS PARK