What I've Learned: จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร

- ความจนทำให้ผมมีวันนี้ คนไม่จนจนไม่มีจะกินไม่มีทางรู้ มันเป็นแรงขับที่ดีถ้าเรามีจิตดี แล้วพลังสะอาดที่อยู่ในจิตดี โอกาส ความขยัน จะนำพาคุณไป

 

- เป็นเด็กหาดใหญ่ เป็นลูกคนเล็ก มีพี่สาวคนโต จำความได้ว่าพ่อเคยมีร้านตัดผม ทำธุรกิจ แต่ล้มเหลวจนป่วยและเสียตอนอายุได้ 8 ขวบ จากนั้นผมก็อยู่กับแม่

 

- ขายสมบัติเก่ากิน ลำบากแต่เด็ก ไข่ไก่หนึ่งใบคลุกข้าวกินกันสามคนแม่ลูก แม่ดิ้นรนหาตังค์ส่งค่าเช่าบ้าน ส่งลูกเรียน ผมอยากเรียน แต่เรียนได้แค่ ป.7 เพราะไม่มีเงิน

 

- ไม่มีอาชีพไหนที่ผมไม่เคยทำ ขายกล้วยแขก ช่างซ่อมมอไซค์ ถางร่องยางพารา ตอกลังปลา ได้บาทนึงก็ทำ ได้สลึงนึงก็ทำ คือทำทุกอย่างเพื่อเงิน

 

- รองเท้าขาด หัวแม่ตีนโผล่ กางเกงปะ วงเวียนที่ใช้เรียนยังไม่มี ไปโรงเรียนตอนเช้าโดนครูใหญ่จับไปยืนหน้าเสาธงประจานให้เด็กทั้งโรงเรียนรู้ว่าไม่มีตังค์จ่ายค่าเทอม มันคือความจนขั้นสุด มันคือความเครียด มันคือความกดดัน

 

- จังหวะชีวิตที่ถูกเหยียดแบบนั้น ถ้ามีใครสักคนพูดไม่เข้าหู โถ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไอ้แม่ขายของเก่า ไอ้เด็กไม่มีปัญญาจ่ายค่าเรียน ความกดดันขนาดนั้นมันผลักดันให้ฆ่าคนได้เลยนะ

 

 

- แม่สอนมาดี สอนลูกทุกคนไม่ให้ดูถูกใคร ใครจะดูถูกเราช่างเขา เราต้องขยัน ขยันอย่างสุจริต ถึงได้น้อยเราก็ภูมิใจ

ไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา ไม่เคยคิดว่าอย่ามีชีวิตอยู่ต่อเลยวะ คิดแต่ว่าสักวันชีวิตต้องดีกว่านี้ สักวันกูต้องมีปลาให้แม่กูนั่งกิน พี่กูต้องอิ่มท้อง ครอบครัวต้องสุขสบาย

 

- ออกจากโรงเรียนไปเป็นเด็กรับรถโรงแรม ได้เงินเดือน 550 บาท จุดเปลี่ยนคือไปเจอคนสิงคโปร์ที่เป็นแขกประจำ ชอบเอารถมาให้ล้าง ไอ้เราก็ล้างให้ทุกครั้งที่มา ล้างอยู่ปีนึงไม่เคยได้ตังค์ซักบาท มันพูดคำเดียว แต้งกิ้ว แล้วกลับเลย ผมก็แซวกับเพื่อนว่าถ้าได้เงินจากไอ้นี่นะ กูจะเอามาใส่กรอบบูชาติดฝาบ้าน

 

- กลับบ้านไปวันหนึ่งตกใจ เจอไอ้สิงคโปร์นี่นั่งคุยกับแม่ เขาได้ที่อยู่ผมจากทางโรงแรม เพื่อมาคุยกับแม่ว่าจะพาลูกชายไปอยู่สิงคโปร์ ทำพาสปอร์ตอะไรให้เรียบร้อย ผมก็งง เหตุผลคือ ผมล้างรถให้แกอยู่เป็นปี ไม่เคยบ่น ไม่เคยขอเงินซักบาท แกเลยมั่นใจว่าผมไม่เห็นแก่เงิน จึงมอบหมายหน้าที่การเงินให้เราดูแลธุรกิจแกทั้งหมดที่สิงคโปร์

 

- อยู่สิงคโปร์ 4 ปี ตั้งใจกลับมาบวชให้แม่ ตอนอายุ 15 กะบวชสัก 7 วัน สุดท้ายอยู่วัดไป 7 ปี

 

- มันเป็นปมด้อยที่ผมไม่มีโอกาสเรียน พออยู่วัดผมได้เรียน ศึกษาธรรมมันกลายเป็นอะไรที่เราชอบ มันเหมือนจากเด็กที่ไม่มีอะไรเลยมีแก่นยึดให้ชีวิต สอบนักธรรมตรีก็ได้รางวัลจากพระสังฆราช ยิ่งเป็นกำลังใจให้เราอยากใฝ่หาความรู้

 

- ก่อนบวชกับหลังบวชเปลี่ยนเป็นคนละคน จากที่เป็นคนเครียด กดดัน ใจร้อนมาก พอเจอธรรมมันโปร่ง มันโล่ง มันสบาย

 

- เทศน์อยู่วันหนึ่ง มีนักพากย์ไปนั่งฟัง เทศน์เสร็จเขาก็เดินมาคุย เสียงดีนะเณร อยากพากย์หนังไหม เดี๋ยวจัดให้ โอ้โห ได้ยินผมลิงโลดเลย ไปบอกหลวงพ่อ เณรจะสึก ร้อนผ้าเหลือง แล้วสึกเลย

 

- สึกออกมาไปหานักพากย์คำแรกที่ได้ยินคือ เณรหางานอื่นทำเถอะ นักพากย์เค้าจะเลิกทำกันหมดแล้ว ผมเดินออกไปร้องไห้ แต่ก็มีน้องชายของเมียนักพากย์คนนั้นซึ่งบวชด้วยกันแนะนำว่า ถ้าเณรไม่มีอะไรทำก็ไปเดินหนังสิ หิ้วหนังไปตามโรง ผมก็ไปทำ แต่ใจมันอยู่ที่พากย์เสียงไปแล้ว 

 

เดินไปบอกเจ้าของโรงหนังเองเลยว่า ผมอยากพากย์หนัง เขาก็ถาม มึงทำได้เหรอ ตอนนั้นก็แอบดูเวลาคนอื่นพากย์มาเยอะ ก็ตอบเขาว่าทำได้ครับ เจ้าของก็ให้ทำ

 

- พากย์เรื่องแรกก็ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เสียงโห่เต็มโรง เขวี้ยงแก้วได้แม่งเขวี้ยงแล้ว แต่ผมไม่ยอมไง กดดันกว่านี้กูผ่านมาแล้ว ก็เดินสายพากย์ต่อไป

 

เจอนักพากย์เยอะ ได้รับทั้งคำแนะนำที่ดีและไม่ดี บางคนอยากรู้อะไรแบให้หมดเลย บางคนก็แนะนำเพื่อกันเอาไว้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเชื่ออะไร ผมบวชมานาน เพราะฉะนั้นทุกอย่างฟังแล้วเราจะคิด ตรงนั้นแหละที่ทำให้ผมได้แก่นจริงๆ

 

- ความลำบากคือครู ที่มันจะช่วยสอนเราถ้าใจเรารักจริง

 

- เริ่มสนใจงานเบื้องหลัง สนใจการเขียนบทภาพยนตร์ เริ่มเห็นว่า เฮ้ย จริงๆ วงการนี้มันไม่แคบนะ เก็บเกี่ยวทุกอย่างในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้แต่อยากรู้ พอใครไม่ว่างเขาก็เรียกให้ไปทำแทน เราก็ได้ขยายขีดความสามารถออกไป จนได้เล่นโฆษณา ไปจนถึงภาพยนตร์

 

- งานอ่านสารคดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นหนึ่งในงานที่เราภูมิใจที่สุด ทั้งของสมเด็จย่า รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์

 

 

- ลงเสียงให้พุทธทาส ภิกขุ หลวงปู่ชา พระสังฆราช ก็ยังได้ยินตามวัดต่างๆ เปิดอยู่นะ แต่ก็ไม่เคยบอกใครว่าเป็นเสียงตัวเอง ท่าน ว.วชิรเมธี ยังเคยบอกว่า ท่านฟังเทปหลวงปู่ชาจนเทปยาน สุดท้ายพึ่งรู้ว่าเป็นเสียงเรา

 

- สิ่งที่มากับโอกาส คือ เราต้องมีความกล้าและเชื่อว่าเรามีความสามารถ เมื่อโอกาสมาทำไมเราจะต้องหยุด เราต้องคว้ามันไว้ ส่วนจะทำได้ดีหรือไม่ ถ้าเราทำแล้วไม่ถูกชะตาคนอื่น เราก็แค่ถอยหลังมาทำที่เดิม แต่ถ้าทำแล้วมันดี เราก็ได้ก้าวต่อไป

 

- ไม่เคยเบื่อการทำงาน เพราะใจมันรัก ถึงวันนี้ทุกครั้งที่ลงมือทำ ผมจะนึกถึงวันแรก คิดถึงความลำบาก คิดถึงโอกาสที่ได้ ถ้าเราคิดแต่ว่าเราสบายแล้ว กำลังใจทำงานคงไม่มี

 

- จากประสบการณ์ชีวิต ถ้าผมเจอเด็กรุ่นใหม่ ผมจะสอนทุกอย่างที่สอนได้ จะให้โอกาสทุกครั้งที่มี แต่ที่เหลือคือความสามารถคุณแล้วนะ คุณอาจทำได้หรือไม่ได้แต่คุณจะพูดว่าไม่มีโอกาสทำไม่ได้

 

ไหนๆ เกิดมาจนแล้ว ทำงานได้เงิน 10 บาท ทำบุญซักบาทเถอะ รู้จักให้เถอะ เพราะให้มีแต่ได้ เมื่อไหร่ที่คุณเป็นผู้ให้ที่ดีแล้ว ไม่นานคุณจะสุขกับการเป็นผู้รับที่ดี


เรื่อง: พารณ คนซื่อ

ภาพ: Suwat Panthong

 




What I've Learned: จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร

- ความจนทำให้ผมมีวันนี้ คนไม่จนจนไม่มีจะกินไม่มีทางรู้ มันเป็นแรงขับที่ดีถ้าเรามีจิตดี แล้วพลังสะอาดที่อยู่ในจิตดี โอกาส ความขยัน จะนำพาคุณไป

 

- เป็นเด็กหาดใหญ่ เป็นลูกคนเล็ก มีพี่สาวคนโต จำความได้ว่าพ่อเคยมีร้านตัดผม ทำธุรกิจ แต่ล้มเหลวจนป่วยและเสียตอนอายุได้ 8 ขวบ จากนั้นผมก็อยู่กับแม่

 

- ขายสมบัติเก่ากิน ลำบากแต่เด็ก ไข่ไก่หนึ่งใบคลุกข้าวกินกันสามคนแม่ลูก แม่ดิ้นรนหาตังค์ส่งค่าเช่าบ้าน ส่งลูกเรียน ผมอยากเรียน แต่เรียนได้แค่ ป.7 เพราะไม่มีเงิน

 

- ไม่มีอาชีพไหนที่ผมไม่เคยทำ ขายกล้วยแขก ช่างซ่อมมอไซค์ ถางร่องยางพารา ตอกลังปลา ได้บาทนึงก็ทำ ได้สลึงนึงก็ทำ คือทำทุกอย่างเพื่อเงิน

 

- รองเท้าขาด หัวแม่ตีนโผล่ กางเกงปะ วงเวียนที่ใช้เรียนยังไม่มี ไปโรงเรียนตอนเช้าโดนครูใหญ่จับไปยืนหน้าเสาธงประจานให้เด็กทั้งโรงเรียนรู้ว่าไม่มีตังค์จ่ายค่าเทอม มันคือความจนขั้นสุด มันคือความเครียด มันคือความกดดัน

 

- จังหวะชีวิตที่ถูกเหยียดแบบนั้น ถ้ามีใครสักคนพูดไม่เข้าหู โถ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไอ้แม่ขายของเก่า ไอ้เด็กไม่มีปัญญาจ่ายค่าเรียน ความกดดันขนาดนั้นมันผลักดันให้ฆ่าคนได้เลยนะ

 

 

- แม่สอนมาดี สอนลูกทุกคนไม่ให้ดูถูกใคร ใครจะดูถูกเราช่างเขา เราต้องขยัน ขยันอย่างสุจริต ถึงได้น้อยเราก็ภูมิใจ

ไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา ไม่เคยคิดว่าอย่ามีชีวิตอยู่ต่อเลยวะ คิดแต่ว่าสักวันชีวิตต้องดีกว่านี้ สักวันกูต้องมีปลาให้แม่กูนั่งกิน พี่กูต้องอิ่มท้อง ครอบครัวต้องสุขสบาย

 

- ออกจากโรงเรียนไปเป็นเด็กรับรถโรงแรม ได้เงินเดือน 550 บาท จุดเปลี่ยนคือไปเจอคนสิงคโปร์ที่เป็นแขกประจำ ชอบเอารถมาให้ล้าง ไอ้เราก็ล้างให้ทุกครั้งที่มา ล้างอยู่ปีนึงไม่เคยได้ตังค์ซักบาท มันพูดคำเดียว แต้งกิ้ว แล้วกลับเลย ผมก็แซวกับเพื่อนว่าถ้าได้เงินจากไอ้นี่นะ กูจะเอามาใส่กรอบบูชาติดฝาบ้าน

 

- กลับบ้านไปวันหนึ่งตกใจ เจอไอ้สิงคโปร์นี่นั่งคุยกับแม่ เขาได้ที่อยู่ผมจากทางโรงแรม เพื่อมาคุยกับแม่ว่าจะพาลูกชายไปอยู่สิงคโปร์ ทำพาสปอร์ตอะไรให้เรียบร้อย ผมก็งง เหตุผลคือ ผมล้างรถให้แกอยู่เป็นปี ไม่เคยบ่น ไม่เคยขอเงินซักบาท แกเลยมั่นใจว่าผมไม่เห็นแก่เงิน จึงมอบหมายหน้าที่การเงินให้เราดูแลธุรกิจแกทั้งหมดที่สิงคโปร์

 

- อยู่สิงคโปร์ 4 ปี ตั้งใจกลับมาบวชให้แม่ ตอนอายุ 15 กะบวชสัก 7 วัน สุดท้ายอยู่วัดไป 7 ปี

 

- มันเป็นปมด้อยที่ผมไม่มีโอกาสเรียน พออยู่วัดผมได้เรียน ศึกษาธรรมมันกลายเป็นอะไรที่เราชอบ มันเหมือนจากเด็กที่ไม่มีอะไรเลยมีแก่นยึดให้ชีวิต สอบนักธรรมตรีก็ได้รางวัลจากพระสังฆราช ยิ่งเป็นกำลังใจให้เราอยากใฝ่หาความรู้

 

- ก่อนบวชกับหลังบวชเปลี่ยนเป็นคนละคน จากที่เป็นคนเครียด กดดัน ใจร้อนมาก พอเจอธรรมมันโปร่ง มันโล่ง มันสบาย

 

- เทศน์อยู่วันหนึ่ง มีนักพากย์ไปนั่งฟัง เทศน์เสร็จเขาก็เดินมาคุย เสียงดีนะเณร อยากพากย์หนังไหม เดี๋ยวจัดให้ โอ้โห ได้ยินผมลิงโลดเลย ไปบอกหลวงพ่อ เณรจะสึก ร้อนผ้าเหลือง แล้วสึกเลย

 

- สึกออกมาไปหานักพากย์คำแรกที่ได้ยินคือ เณรหางานอื่นทำเถอะ นักพากย์เค้าจะเลิกทำกันหมดแล้ว ผมเดินออกไปร้องไห้ แต่ก็มีน้องชายของเมียนักพากย์คนนั้นซึ่งบวชด้วยกันแนะนำว่า ถ้าเณรไม่มีอะไรทำก็ไปเดินหนังสิ หิ้วหนังไปตามโรง ผมก็ไปทำ แต่ใจมันอยู่ที่พากย์เสียงไปแล้ว 

 

เดินไปบอกเจ้าของโรงหนังเองเลยว่า ผมอยากพากย์หนัง เขาก็ถาม มึงทำได้เหรอ ตอนนั้นก็แอบดูเวลาคนอื่นพากย์มาเยอะ ก็ตอบเขาว่าทำได้ครับ เจ้าของก็ให้ทำ

 

- พากย์เรื่องแรกก็ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เสียงโห่เต็มโรง เขวี้ยงแก้วได้แม่งเขวี้ยงแล้ว แต่ผมไม่ยอมไง กดดันกว่านี้กูผ่านมาแล้ว ก็เดินสายพากย์ต่อไป

 

เจอนักพากย์เยอะ ได้รับทั้งคำแนะนำที่ดีและไม่ดี บางคนอยากรู้อะไรแบให้หมดเลย บางคนก็แนะนำเพื่อกันเอาไว้ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกเชื่ออะไร ผมบวชมานาน เพราะฉะนั้นทุกอย่างฟังแล้วเราจะคิด ตรงนั้นแหละที่ทำให้ผมได้แก่นจริงๆ

 

- ความลำบากคือครู ที่มันจะช่วยสอนเราถ้าใจเรารักจริง

 

- เริ่มสนใจงานเบื้องหลัง สนใจการเขียนบทภาพยนตร์ เริ่มเห็นว่า เฮ้ย จริงๆ วงการนี้มันไม่แคบนะ เก็บเกี่ยวทุกอย่างในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้แต่อยากรู้ พอใครไม่ว่างเขาก็เรียกให้ไปทำแทน เราก็ได้ขยายขีดความสามารถออกไป จนได้เล่นโฆษณา ไปจนถึงภาพยนตร์

 

- งานอ่านสารคดีเฉลิมพระเกียรติ เป็นหนึ่งในงานที่เราภูมิใจที่สุด ทั้งของสมเด็จย่า รัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์

 

 

- ลงเสียงให้พุทธทาส ภิกขุ หลวงปู่ชา พระสังฆราช ก็ยังได้ยินตามวัดต่างๆ เปิดอยู่นะ แต่ก็ไม่เคยบอกใครว่าเป็นเสียงตัวเอง ท่าน ว.วชิรเมธี ยังเคยบอกว่า ท่านฟังเทปหลวงปู่ชาจนเทปยาน สุดท้ายพึ่งรู้ว่าเป็นเสียงเรา

 

- สิ่งที่มากับโอกาส คือ เราต้องมีความกล้าและเชื่อว่าเรามีความสามารถ เมื่อโอกาสมาทำไมเราจะต้องหยุด เราต้องคว้ามันไว้ ส่วนจะทำได้ดีหรือไม่ ถ้าเราทำแล้วไม่ถูกชะตาคนอื่น เราก็แค่ถอยหลังมาทำที่เดิม แต่ถ้าทำแล้วมันดี เราก็ได้ก้าวต่อไป

 

- ไม่เคยเบื่อการทำงาน เพราะใจมันรัก ถึงวันนี้ทุกครั้งที่ลงมือทำ ผมจะนึกถึงวันแรก คิดถึงความลำบาก คิดถึงโอกาสที่ได้ ถ้าเราคิดแต่ว่าเราสบายแล้ว กำลังใจทำงานคงไม่มี

 

- จากประสบการณ์ชีวิต ถ้าผมเจอเด็กรุ่นใหม่ ผมจะสอนทุกอย่างที่สอนได้ จะให้โอกาสทุกครั้งที่มี แต่ที่เหลือคือความสามารถคุณแล้วนะ คุณอาจทำได้หรือไม่ได้แต่คุณจะพูดว่าไม่มีโอกาสทำไม่ได้

 

ไหนๆ เกิดมาจนแล้ว ทำงานได้เงิน 10 บาท ทำบุญซักบาทเถอะ รู้จักให้เถอะ เพราะให้มีแต่ได้ เมื่อไหร่ที่คุณเป็นผู้ให้ที่ดีแล้ว ไม่นานคุณจะสุขกับการเป็นผู้รับที่ดี


เรื่อง: พารณ คนซื่อ

ภาพ: Suwat Panthong