STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

ไขคำตอบว่าเหตุไฉนเหล่า Luxury Brands จากยุโรปจึงเดินเครื่องบุกตลาดจีนแบบเต็มสูบ

เรารู้กันดีว่าช่วงหลายปีให้หลังมานี้เศรษฐกิจของจีนนั้นเจริญรุดหน้าอย่างมากจนจีนกลายมาเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกแต่กลายเป็นว่าภาพรวมของเศรษฐกิจจีนในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นมีการถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีอันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สาธารณะและสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา แต่ถึงกระนั้นเมื่อมองไปที่ตลาดสินค้าไฮเอนท์ เราก็ยังเห็นการเติบโตอย่างสวยงาม

 

 

หลายแบรนด์เปิดตัวแอมบาสเดอร์ของตัวเองในจีนไม่ว่าจะเป็น Valentino ที่คว้าเอา Lay แห่งวง EXO มาร่วมงาน หรือจะเป็น Fendi ที่พา Fendiman อย่าง Jackson Wang แห่ง GOT7 มาเป็นตัวแทนของแบรนด์ในจีนและก่อนหน้านั้น Louis Vuitton เองก็เปิดตัว Kris Wu แร็ปเปอร์หนุ่มชาวจีนอดีตสมาชิกวง EXO ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานทั้งในฝั่งอเมริกาเหนือและเอเชียรวมทั้งจีนมาเป็น Face คนใหม่ของแบรนด์ ซึ่งก่อนหน้านั้น Kris เองก็เคยทำงานร่วมกับ Burberry มาแล้วด้วย

 

Lay แห่ง EXO กับ Valentino

 

Jackson Wang แห่ง GOT7 กับ FENDI

 

Kris Wu กับ Louis Vuitton

 

พวกเขาไม่กลัวกันหรือ?

 

เป็นที่น่าแปลกใจมากเพราะในขณะที่สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของจีนในปี 2018 นั้นถดถอยลง แต่รายงานจาก OC&C Strategy Consultants นั้นกลับระบุว่าปีที่ผ่านมานั้นเป็นปีแห่งการเติบโตของตลาดสินค้าไฮเอนท์หลังจากที่ซบเซาลงไปในช่วงปี 2013-2015 ซึ่งต้องยกความดีความชอบครั้งนี้ให้กับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเหล่า GEN Z หรือคนที่เกิดหลังปี 1995 เป็นต้นมา เพราะคนกลุ่มนี้ใช้เงินกับสินค้าไฮเอนท์เฉลี่ยมากกว่า 50,000 หยวนหรือราว 233,000 บาทเมื่อปีที่ผ่านมา และอีกกลุ่มก็คือกลุ่ม Millenials หรือคนที่เกิดระหว่างปี 1980-1995 ซึ่งใช้จ่ายคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของมูลค่าทั้งหมดในตลาด Luxury ในจีน

 

 

แต่ในความรุ่งโรจน์นี้ก็ยังมีความกังวลซ่อนอยู่เพราะหลายฝ่ายให้ความเห็นตรงกันว่า การที่คน GEN Z นั้นสามารถใช้เงินซื้อของเหล่านี้ได้อย่างฟุ่มเฟือยเป็นเพราะพวกเขาเกิดมาในยุคนโยบายลูกคนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นผลผลิตเพียงหนึ่งเดียวของพ่อแม่นกที่จะได้รับเหยื่อไปเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งปันใครแถมไม่ต้องลำบากในการแสวงหาเงินทองอีกด้วย จึงน่าห่วงว่าคนเจนนี้จะไม่รู้จักการเก็บหอมรอมริบรวมทั้งอาจไม่มีน้ำอดน้ำทนเท่าคนเจนก่อนหน้านี้ด้วย

 

เบื้องหลังภาพยนตร์ Crazy Rich Asians

 

ก็คงได้แต่เฝ้ารอดูต่อไปในปีนี้ว่าสุดท้ายแล้วเศรษฐกิจจีนจะหัวหรือก้อย ซึ่งหากจีนล้มครืนลง รับรองว่าหลายประเทศรวมทั้งไทยเราก็ต้องร้อนๆ หนาวๆ แน่ๆ 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images, Reuters, AP

 




ไขคำตอบว่าเหตุไฉนเหล่า Luxury Brands จากยุโรปจึงเดินเครื่องบุกตลาดจีนแบบเต็มสูบ

เรารู้กันดีว่าช่วงหลายปีให้หลังมานี้เศรษฐกิจของจีนนั้นเจริญรุดหน้าอย่างมากจนจีนกลายมาเป็นตลาดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลกแต่กลายเป็นว่าภาพรวมของเศรษฐกิจจีนในปี 2018 ที่ผ่านมานั้นมีการถดถอยเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีอันเนื่องมาจากปัญหาหนี้สาธารณะและสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา แต่ถึงกระนั้นเมื่อมองไปที่ตลาดสินค้าไฮเอนท์ เราก็ยังเห็นการเติบโตอย่างสวยงาม

 

 

หลายแบรนด์เปิดตัวแอมบาสเดอร์ของตัวเองในจีนไม่ว่าจะเป็น Valentino ที่คว้าเอา Lay แห่งวง EXO มาร่วมงาน หรือจะเป็น Fendi ที่พา Fendiman อย่าง Jackson Wang แห่ง GOT7 มาเป็นตัวแทนของแบรนด์ในจีนและก่อนหน้านั้น Louis Vuitton เองก็เปิดตัว Kris Wu แร็ปเปอร์หนุ่มชาวจีนอดีตสมาชิกวง EXO ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานทั้งในฝั่งอเมริกาเหนือและเอเชียรวมทั้งจีนมาเป็น Face คนใหม่ของแบรนด์ ซึ่งก่อนหน้านั้น Kris เองก็เคยทำงานร่วมกับ Burberry มาแล้วด้วย

 

Lay แห่ง EXO กับ Valentino

 

Jackson Wang แห่ง GOT7 กับ FENDI

 

Kris Wu กับ Louis Vuitton

 

พวกเขาไม่กลัวกันหรือ?

 

เป็นที่น่าแปลกใจมากเพราะในขณะที่สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของจีนในปี 2018 นั้นถดถอยลง แต่รายงานจาก OC&C Strategy Consultants นั้นกลับระบุว่าปีที่ผ่านมานั้นเป็นปีแห่งการเติบโตของตลาดสินค้าไฮเอนท์หลังจากที่ซบเซาลงไปในช่วงปี 2013-2015 ซึ่งต้องยกความดีความชอบครั้งนี้ให้กับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเหล่า GEN Z หรือคนที่เกิดหลังปี 1995 เป็นต้นมา เพราะคนกลุ่มนี้ใช้เงินกับสินค้าไฮเอนท์เฉลี่ยมากกว่า 50,000 หยวนหรือราว 233,000 บาทเมื่อปีที่ผ่านมา และอีกกลุ่มก็คือกลุ่ม Millenials หรือคนที่เกิดระหว่างปี 1980-1995 ซึ่งใช้จ่ายคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 30 ของมูลค่าทั้งหมดในตลาด Luxury ในจีน

 

 

แต่ในความรุ่งโรจน์นี้ก็ยังมีความกังวลซ่อนอยู่เพราะหลายฝ่ายให้ความเห็นตรงกันว่า การที่คน GEN Z นั้นสามารถใช้เงินซื้อของเหล่านี้ได้อย่างฟุ่มเฟือยเป็นเพราะพวกเขาเกิดมาในยุคนโยบายลูกคนเดียว ดังนั้นพวกเขาจึงเป็นผลผลิตเพียงหนึ่งเดียวของพ่อแม่นกที่จะได้รับเหยื่อไปเต็มๆ แบบไม่ต้องแบ่งปันใครแถมไม่ต้องลำบากในการแสวงหาเงินทองอีกด้วย จึงน่าห่วงว่าคนเจนนี้จะไม่รู้จักการเก็บหอมรอมริบรวมทั้งอาจไม่มีน้ำอดน้ำทนเท่าคนเจนก่อนหน้านี้ด้วย

 

เบื้องหลังภาพยนตร์ Crazy Rich Asians

 

ก็คงได้แต่เฝ้ารอดูต่อไปในปีนี้ว่าสุดท้ายแล้วเศรษฐกิจจีนจะหัวหรือก้อย ซึ่งหากจีนล้มครืนลง รับรองว่าหลายประเทศรวมทั้งไทยเราก็ต้องร้อนๆ หนาวๆ แน่ๆ 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images, Reuters, AP