STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

ของขวัญนาทีสุดท้ายกับเหล่าน้ำหอมเพื่อผู้ชายทุกสไตล์

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีเวลาไปเลือกของขวัญปีใหม่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรารวบรวมเอาเหล่าน้ำหอมที่คัดสรรแล้วว่าเด็ดไว้ให้คุณไปลองพิจารณา

 

ผู้ชายสายคูล
สำหรับผู้ชายที่พูดน้อยต่อยหนัก เราว่าเขาคงต้องการกลิ่นที่หนักแน่นแนว Woody หรือ Musky ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เข้มแข็งแต่แอบเซ็กซี่เล็กๆ

 

 

1. Montblanc Legend Night (EDP 100ml: 2,970 บาท)

 

 

น้ำหอมตัวล่าสุดจากตระกูล Legend ของ Moncblanc ที่ให้กลิ่นอบอุ่นหรูหราแนว Gentlemen อังกฤษในยุค 50’s ด้วยกลิ่นเบสโน้ตของไม้ซีดาร์แฝงความหวานละมุนของลาเวนเดอร์เล็กๆ ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นเปิดอันสดชื่นแต่ร้อนแรงของเครื่องเทศและเบอร์กามอต อ๋อ เราไม่อยากเชิญชวนให้คุณเป็นสิงห์อมควันหรอกนะ แต่กลิ่นของเจ้า Legend Night  นั้นดูมีมีติเท่ๆ เพิ่มขึ้นมากอีกเท่าตัวเมื่อผ่านควันซิการ์บางๆ

 

2. BOSS The Scent Private Accord (EDP 100ml: 6,500 บาท)

 

 

หน้าหนาวแบบนี้อะไรจะเท่ากับการได้โกโก้อุ่นๆ สักแก้ว ซึ่งเจ้า BOSS ตัวนี้ทำให้เรานึกถึกกลิ่นโกโก้จางๆ ในค่ำคืนของฤดูหนาหน้าเตาผิงเลยล่ะ เพราะมันมีส่วนผสมอันเข้มข้นของ Cocoa Absolute และมอคค่าให้สัมผัสแปลกใหม่ของกลิ่นหอมเลยล่ะ

 

3. BVLGARI Man In Black (EDP 100ml: 4,650 บาท)

 

 

เป็นน้ำหอมอีกตัวที่เราคิดว่าจัดจ้านมากเพราะมีส่วนผสมของทาบาสโก้ เครื่องเทศและเหล้ารัมในโน้ตเปิด รับรองเลยว่าสาวๆ ที่ได้กลิ่นจะต้องเหลียวหลัง ขอสารภาพตรงๆ ว่าได้กลิ่นครั้งแรกก็ทำเอาเราถึงกับเคลิ้มไปเลยเหมือนกัน แต่แอบเตือนด้วยความรักว่าในอากาศเมืองไทย ถ้าไม่ได้เย็นขนาด 25 องศาเซลเซียสก็อย่าฉีดเกิน 3 สเปรย์ล่ะ

4. BLEU DE CHANEL Parfum (สอบถามราคาที่บูตีกของแบรนด์)

 

 

คงไม่ต้องพูดอะไรมากสำหรับน้ำหอมยอดฮิตสำหรับชายหนุ่มจาก Chanel อย่าง BLEU DE CHANEL ที่ปีนี้ขอมาแบบเข้มข้นเต็มพิกัดด้วยระดับ Parfum เลยทีเดียว แถมภาพยนตร์โฆษณาตัวนี้ยังถ่ายทำที่ประเทศไทยด้วยล่ะ

 

5. Maison Francis Kurkdjian Baccarat Rouge 540 (EDP 70ml: 195 ยูโร)

 

 

น้ำหอมแบรนด์ไม่คุ้นหูคนไทย แต่ถ้าคุณสนใจเรื่องน้ำหอม Niche หน่อยก็คงรู้จัก MFK ดี และกลิ่น Baccarat Rouge 540 ก็เป็นอีกกลิ่นขายดีของแบรนด์ อาจจะเพราะว่าส่วนผสมชั้นยอดทั้งดอกแซฟฟรอน มะลิ ไขปลาวาฬและไม้หอมอย่างอำพันและไม้ซีดาร์ที่สร้างให้น้ำหอมขวดนี้หอมยั่วยวนแบบมีระดับแบบที่สามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิงเลยล่ะ

 

ผู้ชายสายได้หมดถ้าสดชื่น

หนุ่มขี้เล่นนั้นดูจะได้ใจสาวๆ ไทยอยู่ไม่น้อย ยิ่งอากาศที่ร้อนแทบทั้งปีของเมืองไทยแล้วเขาอาจจะอึดอัดกับการใช้น้ำหอมที่กลิ่นหนักๆ ลองมองเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นสดชื่นแนวซิตรัสน่าจะโดนใจไม่น้อย

 

 

1. Mr. Burberry Indigo (EDT 100ml: 4,000 บาท)

 

 

เราชอบขวดนี้เพราะมันให้ทั้งความรู้สึกสดชื่นด้วยโน้ตเปิดที่ขนผลไม้แนวซิตรัสมาเต็มทั้งเลมอน เบอร์กามอตและเกรปฟรุต แถมยังทิ้งท้ายด้วยกลิ่นน้ำทะเลจางๆ สร้างความสดชื่นได้อย่างประหลาด

 

2. Polo Ralph Lauren Ultra Blue (EDT 125ml: 4,000 บาท)

 

 

ตัวนี้ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ Burberry เพียงแต่ว่า Ralph Lauren จะไม่หวานเท่าและได้กลิ่นเค็มของน้ำทะเลที่ชัดเจนกว่ามาก ซึ่งเราชอบเอามาใช้เวลาที่ยุ่งมากๆ จนไม่ว่างออกไปท่องเที่ยวเพราะกลิ่นน้ำทะเลที่ระคนกับซิตรัสของมันชวนให้เรานึกถึงวันหยุดบนเกาะคาปรีและทำให้เราผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว

 

3. BVLGARI MAN WOOD ESSENCE (EDP 100ml: 4,650 บาท)

 

 

สองตัวบนนั้นทำให้เรานึกถึงทะเล แต่ตัวนี้ทำให้เรานึกถึงป่าฝน ด้วยกลิ่นโปร่งจมูกติดกลิ่นเหม็นเขียวเล็กๆ ของต้นสนไซปรัสกับเลมอนก่อจจะทิ้งตัวด้วยกลิ่นอบอวลแบบลึกลับนิดๆ ของกำยานที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศกลางป่าเลยล่ะ

 

4. Maison Francis Kurkdjian Aqua Universalis (สอบถามราคาที่บูตีก)

 

 

นี่คือน้ำหอมที่เหมาะที่สุดสำหรับช่วงสงกรานต์! เพราะมัน Watery ให้ความหอมแบบสดชื่นและบางเบามาก ด้วยส่วนผสมของซิตรัสนานาชนิดและดอกลิลลี่ จึงเป็นอีกตัวที่ใช้ได้ทุกวันและกับทุกคนโดยเฉพาะกับช่วงหน้าร้อน รับรองเลยว่าฉีดแล้ว สดชื่นแน่!

5. Creed MILLESIME IMPERIAL (30ml: 215 USD)

 

 

Creed เป็นแบรนด์ทำเครื่องหอมอีกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน และล่าสุดพวกเขาก็เปิด House Of Creed แห่งแรกในไทยแล้วด้วย เราเลยขอแนะนำเป็นกลิ่น MILLESIME IMPERIAL ที่หอมสดชื่นมากๆ มันทำให้เรานึกถึงการวิ่งเล่นในสวนผลไม้รวมที่พากันสุกงอมรอการเก็บเกี่ยวเพราะว่าเจ้า Creed นี้ให้สัมผัสอย่างละนิดละหน่อยของผลไม้เขตร้อน ชนิดที่ว่าฉีดปุ๊ปอยากกินผลไม้ฉ่ำๆ ปั๊บเลยล่ะ อ๋อ แบ่งกันใช้กับสาวข้างตัวก็ได้เพราะมันไม่หนักเกินไปแต่ก็ไม่หวานเกินไปนั้นเอง

 

MUST TRY: The First Ever Fragrances for Men by Louis Vuitton!

 

 

ปีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ที่ Louis Vuitton ได้ออกคอลเล็กชั่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายครั้งแรกของแบรนด์ออกมาซึ่งมีทั้งหมด 5 กลิ่น ตั้งแต่กลิ่นสดชื่นไปจนถึงกลิ่นเท่ๆ ซึ่งเราว่าคุณควรไปลอง แต่เราเข้าใจว่าราคาไซซ์เต็มที่ 250 USD ต่อขวดนั้นอาจจะเจ็บไปสักนิด ดังนั้น LV เลยมีเซ็ตเล็กสำหรับเดินทางไว้ให้ลองซึ่งก็น่าสนใจเชียวล่ะ

 

*ทริกเล็กๆ ในการเลือกซื้อน้ำหอมก็คือให้คุณไปลองฉีดที่ผิวจริงๆ ก่อนแล้วเดินร่อนไปดูหนังฟังเพลงสักสองสามชั่วโมง ระหว่างนั้นก็คอยดมกลิ่นน้ำหอมที่ลองว่ามีปฏิกิริยากับเคมีในร่างกายอย่างไร ยังหอมเหมือนตอนดมครั้งรแกไหม ถ้าผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วยังคงชอบอยู่ก็กลับมาจัดเลยครับ รออะไรล่ะ

 


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Brands

 

 

 

 




ของขวัญนาทีสุดท้ายกับเหล่าน้ำหอมเพื่อผู้ชายทุกสไตล์

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีเวลาไปเลือกของขวัญปีใหม่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะเรารวบรวมเอาเหล่าน้ำหอมที่คัดสรรแล้วว่าเด็ดไว้ให้คุณไปลองพิจารณา

 

ผู้ชายสายคูล
สำหรับผู้ชายที่พูดน้อยต่อยหนัก เราว่าเขาคงต้องการกลิ่นที่หนักแน่นแนว Woody หรือ Musky ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เข้มแข็งแต่แอบเซ็กซี่เล็กๆ

 

 

1. Montblanc Legend Night (EDP 100ml: 2,970 บาท)

 

 

น้ำหอมตัวล่าสุดจากตระกูล Legend ของ Moncblanc ที่ให้กลิ่นอบอุ่นหรูหราแนว Gentlemen อังกฤษในยุค 50’s ด้วยกลิ่นเบสโน้ตของไม้ซีดาร์แฝงความหวานละมุนของลาเวนเดอร์เล็กๆ ซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นเปิดอันสดชื่นแต่ร้อนแรงของเครื่องเทศและเบอร์กามอต อ๋อ เราไม่อยากเชิญชวนให้คุณเป็นสิงห์อมควันหรอกนะ แต่กลิ่นของเจ้า Legend Night  นั้นดูมีมีติเท่ๆ เพิ่มขึ้นมากอีกเท่าตัวเมื่อผ่านควันซิการ์บางๆ

 

2. BOSS The Scent Private Accord (EDP 100ml: 6,500 บาท)

 

 

หน้าหนาวแบบนี้อะไรจะเท่ากับการได้โกโก้อุ่นๆ สักแก้ว ซึ่งเจ้า BOSS ตัวนี้ทำให้เรานึกถึกกลิ่นโกโก้จางๆ ในค่ำคืนของฤดูหนาหน้าเตาผิงเลยล่ะ เพราะมันมีส่วนผสมอันเข้มข้นของ Cocoa Absolute และมอคค่าให้สัมผัสแปลกใหม่ของกลิ่นหอมเลยล่ะ

 

3. BVLGARI Man In Black (EDP 100ml: 4,650 บาท)

 

 

เป็นน้ำหอมอีกตัวที่เราคิดว่าจัดจ้านมากเพราะมีส่วนผสมของทาบาสโก้ เครื่องเทศและเหล้ารัมในโน้ตเปิด รับรองเลยว่าสาวๆ ที่ได้กลิ่นจะต้องเหลียวหลัง ขอสารภาพตรงๆ ว่าได้กลิ่นครั้งแรกก็ทำเอาเราถึงกับเคลิ้มไปเลยเหมือนกัน แต่แอบเตือนด้วยความรักว่าในอากาศเมืองไทย ถ้าไม่ได้เย็นขนาด 25 องศาเซลเซียสก็อย่าฉีดเกิน 3 สเปรย์ล่ะ

4. BLEU DE CHANEL Parfum (สอบถามราคาที่บูตีกของแบรนด์)

 

 

คงไม่ต้องพูดอะไรมากสำหรับน้ำหอมยอดฮิตสำหรับชายหนุ่มจาก Chanel อย่าง BLEU DE CHANEL ที่ปีนี้ขอมาแบบเข้มข้นเต็มพิกัดด้วยระดับ Parfum เลยทีเดียว แถมภาพยนตร์โฆษณาตัวนี้ยังถ่ายทำที่ประเทศไทยด้วยล่ะ

 

5. Maison Francis Kurkdjian Baccarat Rouge 540 (EDP 70ml: 195 ยูโร)

 

 

น้ำหอมแบรนด์ไม่คุ้นหูคนไทย แต่ถ้าคุณสนใจเรื่องน้ำหอม Niche หน่อยก็คงรู้จัก MFK ดี และกลิ่น Baccarat Rouge 540 ก็เป็นอีกกลิ่นขายดีของแบรนด์ อาจจะเพราะว่าส่วนผสมชั้นยอดทั้งดอกแซฟฟรอน มะลิ ไขปลาวาฬและไม้หอมอย่างอำพันและไม้ซีดาร์ที่สร้างให้น้ำหอมขวดนี้หอมยั่วยวนแบบมีระดับแบบที่สามารถใช้ได้ทั้งชายและหญิงเลยล่ะ

 

ผู้ชายสายได้หมดถ้าสดชื่น

หนุ่มขี้เล่นนั้นดูจะได้ใจสาวๆ ไทยอยู่ไม่น้อย ยิ่งอากาศที่ร้อนแทบทั้งปีของเมืองไทยแล้วเขาอาจจะอึดอัดกับการใช้น้ำหอมที่กลิ่นหนักๆ ลองมองเป็นน้ำหอมที่มีกลิ่นสดชื่นแนวซิตรัสน่าจะโดนใจไม่น้อย

 

 

1. Mr. Burberry Indigo (EDT 100ml: 4,000 บาท)

 

 

เราชอบขวดนี้เพราะมันให้ทั้งความรู้สึกสดชื่นด้วยโน้ตเปิดที่ขนผลไม้แนวซิตรัสมาเต็มทั้งเลมอน เบอร์กามอตและเกรปฟรุต แถมยังทิ้งท้ายด้วยกลิ่นน้ำทะเลจางๆ สร้างความสดชื่นได้อย่างประหลาด

 

2. Polo Ralph Lauren Ultra Blue (EDT 125ml: 4,000 บาท)

 

 

ตัวนี้ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับ Burberry เพียงแต่ว่า Ralph Lauren จะไม่หวานเท่าและได้กลิ่นเค็มของน้ำทะเลที่ชัดเจนกว่ามาก ซึ่งเราชอบเอามาใช้เวลาที่ยุ่งมากๆ จนไม่ว่างออกไปท่องเที่ยวเพราะกลิ่นน้ำทะเลที่ระคนกับซิตรัสของมันชวนให้เรานึกถึงวันหยุดบนเกาะคาปรีและทำให้เราผ่อนคลายได้อย่างรวดเร็ว

 

3. BVLGARI MAN WOOD ESSENCE (EDP 100ml: 4,650 บาท)

 

 

สองตัวบนนั้นทำให้เรานึกถึงทะเล แต่ตัวนี้ทำให้เรานึกถึงป่าฝน ด้วยกลิ่นโปร่งจมูกติดกลิ่นเหม็นเขียวเล็กๆ ของต้นสนไซปรัสกับเลมอนก่อจจะทิ้งตัวด้วยกลิ่นอบอวลแบบลึกลับนิดๆ ของกำยานที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศกลางป่าเลยล่ะ

 

4. Maison Francis Kurkdjian Aqua Universalis (สอบถามราคาที่บูตีก)

 

 

นี่คือน้ำหอมที่เหมาะที่สุดสำหรับช่วงสงกรานต์! เพราะมัน Watery ให้ความหอมแบบสดชื่นและบางเบามาก ด้วยส่วนผสมของซิตรัสนานาชนิดและดอกลิลลี่ จึงเป็นอีกตัวที่ใช้ได้ทุกวันและกับทุกคนโดยเฉพาะกับช่วงหน้าร้อน รับรองเลยว่าฉีดแล้ว สดชื่นแน่!

5. Creed MILLESIME IMPERIAL (30ml: 215 USD)

 

 

Creed เป็นแบรนด์ทำเครื่องหอมอีกแบรนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน และล่าสุดพวกเขาก็เปิด House Of Creed แห่งแรกในไทยแล้วด้วย เราเลยขอแนะนำเป็นกลิ่น MILLESIME IMPERIAL ที่หอมสดชื่นมากๆ มันทำให้เรานึกถึงการวิ่งเล่นในสวนผลไม้รวมที่พากันสุกงอมรอการเก็บเกี่ยวเพราะว่าเจ้า Creed นี้ให้สัมผัสอย่างละนิดละหน่อยของผลไม้เขตร้อน ชนิดที่ว่าฉีดปุ๊ปอยากกินผลไม้ฉ่ำๆ ปั๊บเลยล่ะ อ๋อ แบ่งกันใช้กับสาวข้างตัวก็ได้เพราะมันไม่หนักเกินไปแต่ก็ไม่หวานเกินไปนั้นเอง

 

MUST TRY: The First Ever Fragrances for Men by Louis Vuitton!

 

 

ปีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาตร์ที่ Louis Vuitton ได้ออกคอลเล็กชั่นน้ำหอมสำหรับผู้ชายครั้งแรกของแบรนด์ออกมาซึ่งมีทั้งหมด 5 กลิ่น ตั้งแต่กลิ่นสดชื่นไปจนถึงกลิ่นเท่ๆ ซึ่งเราว่าคุณควรไปลอง แต่เราเข้าใจว่าราคาไซซ์เต็มที่ 250 USD ต่อขวดนั้นอาจจะเจ็บไปสักนิด ดังนั้น LV เลยมีเซ็ตเล็กสำหรับเดินทางไว้ให้ลองซึ่งก็น่าสนใจเชียวล่ะ

 

*ทริกเล็กๆ ในการเลือกซื้อน้ำหอมก็คือให้คุณไปลองฉีดที่ผิวจริงๆ ก่อนแล้วเดินร่อนไปดูหนังฟังเพลงสักสองสามชั่วโมง ระหว่างนั้นก็คอยดมกลิ่นน้ำหอมที่ลองว่ามีปฏิกิริยากับเคมีในร่างกายอย่างไร ยังหอมเหมือนตอนดมครั้งรแกไหม ถ้าผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วยังคงชอบอยู่ก็กลับมาจัดเลยครับ รออะไรล่ะ

 


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Brands