STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

“เชื้อชาติ” บทเรียนราคาแพงที่เหล่าไฮเอนท์แบรนด์ต้องเข้าใจ

ประเด็นเรื่องเชื้อชาติและสีผิวนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ยิ่งถ้าคุณทำงานในแวดวงการค้าขายที่ต้องติดต่อกับนานาชาติแล้วจะขยับตัวนิดขยับตัวหน่อยก็ต้องระมัดระวังให้มากๆ เพราะล่าสุดแบรนด์แฟชั่นสุดแนวอย่าง Gucci ก็ต้องออกมาขอโทษกับการดีไซน์เสื้อคอเต่ากึ่งหมวกอีโม่งที่มีลักษณะไปคล้ายกับคนผิวสีด้วยเนื้อผ้าสีดำและช่องปากสีแดง และตอนนี้สเวตเตอร์ราคาสามหมื่นกว่าก็ถูกนำออกจากการขายบนเว็ปไซต์ของ Gucci แล้วด้วย

 

Gucci

 

Gucci

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหล่าแฟชั่นแบรนด์ไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของบางเชื้อชาติและบางสีผิว ถ้ายังจำกันได้เมื่อปลายปีที่แล้ว Prada เองก็ต้องออกมาขอโทษที่ผลิตตุ๊กตาหน้าตาละม้ายคล้ายกับคนผิวสีของมาขายหรือย้อนไปนานหน่อยเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว H&M ก็ต้องออกมาขอโทษที่นำเด็กชายผิวสีมาใส้เสื้อฮู้ดที่พิมพ์คำว่า “Coolest Monkey In The Jungle” จนได้รับคำวิจารณ์อย่างหนาหู และประเด็นเรื่องสีผิวนี้คงดังอย่าง Oprah Winfrey ก็เคยถูกร้านค้าแบรนด์เนมหลายร้านไม่ยอมขายสินค้าให้เพียงเพราะเห็นว่าเธอเป็นคนผิวสีเลยคิดว่าไม่น่าจะมีเงินซื้อ แน่นอนพวกเขาจำเธอไม่ได้ว่าเธอคือใคร

 

H&M

 

 Prada

 

 

อีกหนึ่งเชื้อชาติที่ตอนนี้นับว่าทรงอิทธิพลมากๆ ในตลาดสินค้าไฮเอนท์นั้นก็คือกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกของชาวจีนในทางลบย่อมไม่ดีแน่เหมือนที่เมื่อปลายปีที่แล้ว Dolce & Gabbana นั้นถูกกล่าวหาว่าเหยียดชาวจีนผ่านวีดีโอโปรโมตแฟชั่นโชว์ที่กำลังจะจัดในจีน ณ ขณะนั้น ผลก็คือก่อนแฟชั่นโชว์จะเริ่มไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกทางการจีนสั่งระงับทันที และแบรนด์ก็ถูกคนจีนบอยคอตไม่ซื้อไม่ขายไปโดยปริยาย หรือกรณีที่บูตีกของ Balenciga ในปารีสให้คนตะวันตกแซงคิวคนจีนก็สร้างดราม่าอย่างหนักจนแบรนด์ต้องออกมาขอโทษเพราะกลัวเสียฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไป

 

 

 จดหมายขอโทษจาก Balenciaga

 

 

การรักษาน้ำใจของผู้บริโภคทุกกลุ่มนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องจุกจิกแต่ก็คงต้องยอมรับว่าในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไปไวยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง การกระทำการใดๆ อย่างรอบคอบนั้นย่อมส่งผลดีทั้งในด้านภาพลักษณ์และยอดขายแน่ๆ เพราะคงไม่มีใครหรือแบรนด์ไหนอยากออกมาร่างแถลงการขอโทษบ่อยๆ หรอกจริงไหมครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy

 




“เชื้อชาติ” บทเรียนราคาแพงที่เหล่าไฮเอนท์แบรนด์ต้องเข้าใจ

ประเด็นเรื่องเชื้อชาติและสีผิวนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ยิ่งถ้าคุณทำงานในแวดวงการค้าขายที่ต้องติดต่อกับนานาชาติแล้วจะขยับตัวนิดขยับตัวหน่อยก็ต้องระมัดระวังให้มากๆ เพราะล่าสุดแบรนด์แฟชั่นสุดแนวอย่าง Gucci ก็ต้องออกมาขอโทษกับการดีไซน์เสื้อคอเต่ากึ่งหมวกอีโม่งที่มีลักษณะไปคล้ายกับคนผิวสีด้วยเนื้อผ้าสีดำและช่องปากสีแดง และตอนนี้สเวตเตอร์ราคาสามหมื่นกว่าก็ถูกนำออกจากการขายบนเว็ปไซต์ของ Gucci แล้วด้วย

 

Gucci

 

Gucci

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เหล่าแฟชั่นแบรนด์ไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของบางเชื้อชาติและบางสีผิว ถ้ายังจำกันได้เมื่อปลายปีที่แล้ว Prada เองก็ต้องออกมาขอโทษที่ผลิตตุ๊กตาหน้าตาละม้ายคล้ายกับคนผิวสีของมาขายหรือย้อนไปนานหน่อยเมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว H&M ก็ต้องออกมาขอโทษที่นำเด็กชายผิวสีมาใส้เสื้อฮู้ดที่พิมพ์คำว่า “Coolest Monkey In The Jungle” จนได้รับคำวิจารณ์อย่างหนาหู และประเด็นเรื่องสีผิวนี้คงดังอย่าง Oprah Winfrey ก็เคยถูกร้านค้าแบรนด์เนมหลายร้านไม่ยอมขายสินค้าให้เพียงเพราะเห็นว่าเธอเป็นคนผิวสีเลยคิดว่าไม่น่าจะมีเงินซื้อ แน่นอนพวกเขาจำเธอไม่ได้ว่าเธอคือใคร

 

H&M

 

 Prada

 

 

อีกหนึ่งเชื้อชาติที่ตอนนี้นับว่าทรงอิทธิพลมากๆ ในตลาดสินค้าไฮเอนท์นั้นก็คือกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกของชาวจีนในทางลบย่อมไม่ดีแน่เหมือนที่เมื่อปลายปีที่แล้ว Dolce & Gabbana นั้นถูกกล่าวหาว่าเหยียดชาวจีนผ่านวีดีโอโปรโมตแฟชั่นโชว์ที่กำลังจะจัดในจีน ณ ขณะนั้น ผลก็คือก่อนแฟชั่นโชว์จะเริ่มไม่กี่ชั่วโมงก็ถูกทางการจีนสั่งระงับทันที และแบรนด์ก็ถูกคนจีนบอยคอตไม่ซื้อไม่ขายไปโดยปริยาย หรือกรณีที่บูตีกของ Balenciga ในปารีสให้คนตะวันตกแซงคิวคนจีนก็สร้างดราม่าอย่างหนักจนแบรนด์ต้องออกมาขอโทษเพราะกลัวเสียฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไป

 

 

 จดหมายขอโทษจาก Balenciaga

 

 

การรักษาน้ำใจของผู้บริโภคทุกกลุ่มนั้นแม้ว่าจะเป็นเรื่องจุกจิกแต่ก็คงต้องยอมรับว่าในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไปไวยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง การกระทำการใดๆ อย่างรอบคอบนั้นย่อมส่งผลดีทั้งในด้านภาพลักษณ์และยอดขายแน่ๆ เพราะคงไม่มีใครหรือแบรนด์ไหนอยากออกมาร่างแถลงการขอโทษบ่อยๆ หรอกจริงไหมครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy