สมรภูมิสามสัปดาห์ระหว่างครีมกู้หน้าและผิวสามัญ

ความทรงจำของการใช้ครีมบนใบหน้าครั้งสุดท้ายคงต้องย้อนกลับไปนานพอดู ตั้งแต่รู้สึกตัวว่าสิวเริ่มเห่อหนักขึ้นตอนย่างเข้าม. 3 วัยที่ฮอร์โมนเริ่มพุ่งพล่าน (แต่ผู้ใหญ่มักบอกว่าเพราะนอนดึก ซึ่งอาจจะเกี่ยว) ทางออกของวัยรุ่นคือถ้าไม่ตามแกะทุกเม็ดก็คงต้องขยันเช็ดถูดูแลความสะอาดสักหน่อย ซึ่งก็แน่นอนว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่รักสะอาดเท่ารักความสนุกในวัยเด็ก

 

กว่าจะรู้ตัวว่าควรดูแลมันก็สายไปเสียแล้ว โชคดีที่โตขึ้นมาฮอร์โมนเริ่มเข้าที่เข้าทาง สิวลดน้อยลงไปบ้างตามตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้น แต่กลับทิ้งร่องรอยประสบการณ์ไว้เป็นหลักฐานเตือนใจว่าการไม่ดูแลตัวเองให้ผลลัพธ์อย่างไร นี่จึงเป็นเหตุผลให้เกิดคอนเทนต์นี้ขึ้น ด้วยความนึกสนุกของกองบรรณาธิการโดยมีโจทย์ว่า ผู้ชายที่ไม่ค่อยเอาใจใส่ผิวหน้า (อย่างผม) หากต้องมาใช้ครีม (ฉบับคนขี้เกียจ) ติดต่อกันสามสัปดาห์ ผลลัพธ์จะช่วยเปลี่ยนอะไรได้บ้าง

 

คือเปลี่ยนก็ต้องบอก ไม่เปลี่ยนก็ต้องบอก

 

 

Men Gentling Foam จาก THREE, Facial Fuel Gel Daily UV

Guard SPF 50 จาก KIEHL’S

AQUAPOWER Moisturizer จาก BIOTHERM HOMME

ที่โกนหนวดแบบ Cartridge Razors จาก Truefitt & Hill

แปรงโกนหนวดจากร้านเสรีชัย บิวตี้ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

แผนที่ว่านี้เริ่มต้นทันทีในอาทิตย์ถัดมา หัวหน้าฝ่ายกรูมมิ่งประจำสำนักก็ได้โยนครีมและโฟมล้างหน้าแบบรวบรัดมาให้ทั้งหมด 3 ตัว ขออธิบายตัวละครคร่าวๆ ก่อนว่าหลังจากนี้สามสัปดาห์ใบหน้าผมต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ตัวแรกคือโฟมล้างน้ำ THREE ที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุอะไรสักอย่าง เขาว่าช่วยดูดซับความมัน (นี่แหละที่ต้องการ) และขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า รวมถึงสิวหัวดำในรูขุมขนอีกด้วย (เดี๋ยวได้เจอกันไอ้สิว) ตัวที่สองคือครีมบำรุงชนิดขวดเดียวอยู่เราเลือก BIOTHERM HOMME ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายสูตร AQUAPOWER ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นบนผิวหน้า ที่สำคัญเนื้อครีมเป็นเจล ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมาะกับอากาศร้อนเช่นนี้ และตัวสุดท้ายเป็นครีมกันแดดจาก KIEHL’S Facial Fuel UV Guard ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากนิวยอร์ก แห้งไวและไม่มันครบตามคุณสมบัติที่ครีมกันแดดพึงมี

 

*Note1: ทำไมผู้ชายจึงต้องล้างหน้า ก็เพื่อล้างฝุ่นผงสิ่งสกปรกและไขมันที่เรารับจากมลพิษและกิจกรรมต่างๆ นาๆ มาทั้งวันไม่ให้สะสม ควรล้างหน้าเช้าและเย็นก่อนนอน ตอนเช้าถ้าล้างหน้าก่อนโกนหนวดได้จะดีมาก เพราะจะช่วยให้โกนหนวดง่ายขึ้น และควรใช้โฟมล้างหน้า ขอเตือนตรงนี้ว่าใช้สบู่ล้างหน้าแล้วผิวหน้าจะแห้ง

 

ทีนี้เราจะมาเข้าประเด็นกันว่าสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้าง ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ใช่เซียนรีวิวครีมที่ไหน อาศัยใช้ถูไปตามมีตามเกิด และพึงระลึกไว้เสมอว่าตัวร้ายของสงครามนี้ไม่ใช่ความสกปรกบนใบหน้า แต่ศัตรูตัวร้ายตัวจริงคือความขี้เกียจของผมเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่สองสามวันแรกช่วงเริ่มปรับตัว ตื่นมาอาบน้ำเสร็จมีหลงมีลืมบ้างจนต้องเดินย้อนกลับมาทาครีมใหม่ หรือก่อนออกจากบ้านดันลืมใช้ครีมกันแดด (จริงๆ อยู่บ้านก็ใช้ได้เขาว่าอย่างนั้น) ถึงต้องวกกลับมาโบ๊ะให้อุ่นใจ เพราะกลัวว่าแผนที่วางไว้จะพังตั้งแต่สัปดาห์แรก

 

วีคนี้ดันมีทริปต่างจังหวัดที่ต้องไปร่วมงานค็อกเทลของจังหวัดภูเก็ต นี่แหละช่วงเวลาที่ความขี้เกียจรอโอกาสพลิกกลับมาชนะเราอยู่ วันแรกผ่านไปโดยสวัสดิภาพ อาการดื่มหนักกลับมายังสามารถลุกไปล้างหน้าตบครีมก่อนหลับตาได้ วันที่สองตื่นมาโบ๊ะครีมกันแดดก่อนออกไปลุยยามบ่ายก็ยังสู้ไม่ถอย คืนวันที่สองอาการนอนน้อยประกอบกับอาการเสียน้ำในร่างกายทำให้สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำไปบ้าง แต่ก็ยังพาหน้าไปล้างแล้วเอาครีมเกลี่ยๆ ถือว่าทริปนี้ความขี้เกียจไม่ได้กินหรอก 

 

ผ่านพ้นไปเกือบอาทิตย์เริ่มรู้สึกติดใจครีมหน่อยๆ ข้อดีอย่างหนึ่งคือความหอมหลังจากเนื้อเจลกระทบผิวหน้า แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้ปัญหาความมันหายสนิท แต่ก็ได้ความชุ่มชื้นมาทดแทน ส่วนครีมกันแดดได้หยิบออกมาใช้เวลาก้าวขาไปนอกบ้าน เนื้อครีมไม่ค่อยสร้างปัญหาเพราะว่าซึมซับเร็ว ประจวบเหมาะกับเป็นคนหน้ามันง่ายจึงไม่รู้สึกว่าปัญหาเดิมหนักขึ้นเท่าไหร่นัก เริ่มรู้จักการล้างหน้าและทาครีมตามทิศทางของรูขุมขนเพื่อให้ได้ผลชัดขึ้น แถมมีคอมเม้นต์ลอยๆ มาว่าหน้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ (ไม่ได้หมายความว่าอ้วน) 

 

*Note2: ครีม ทำไมควรทา ครีมบำรุงหรือในรูปแบบง่ายๆ ของ moisturizer ช่วยรักษาสมดุลสภาพผิว ไม่ให้แห้ง ไม่ให้มัน และไม่ให้เกิดสิวง่าย ทาครีมไว้แล้วเข้านอน ปล่อยให้ครีมทำงาน ส่วนคุณก็นอนหลับสบาย

 

ย่างเข้าอาทิตย์ที่สองมาพร้อมกับทริปต่างจังหวัดที่ต้องสู้แสงแดดตลอดทั้งวัน เหมือนเอาหน้าที่ทะนุถนอมมาทำลายทิ้งในชั่วข้ามคืน แดดยามบ่ายของเดือนเมษายนเล่นเอาหน้าหมองคล้ำแบบที่ครีมกันแดดก็ยังกาง SPF ไว้ไม่อยู่ โชคดีที่ได้ตัวช่วยจากอโลเวร่าของเก่าที่ยังเหลือก้นกระปุกมาช่วยดูดซับส่วนที่ช้ำจากแดดให้พอประทังไปได้บ้าง จนเข้าสู่อาทิตย์ที่สามกำหนดการใกล้เข้ามาจากเป้าหมายคือการบำรุงรักษากลับกลายเป็นใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูสภาพใบหน้า หลังจากกิจกรรมเอาต์ดอร์ทั้งหลายประดังประเดเข้ามา จนตอนนี้เริ่มติดทาครีมแล้วสิ

 

สามสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก  ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นกันว่าหน้าดูมีความชุ่มชื้นขึ้นกว่าเดิม (นิดนึงก็ยังดี) จะด้วยสูตรพิเศษ AQUAPOWER หรือ SPF ชนิด 50/PA+++ ที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร รู้แค่ว่าเกิน 50 ไว้เอาอยู่ หรือตัวช่วยไหนก็แล้วแต่ ที่แน่ๆ คือของดียังไงก็ดีอยู่วันยังค่ำ ย้ำอีกครั้งนะครับของดียังไงก็ดีอยู่วันยังค่ำ ขายขนาดนี้แล้วก็ซื้อเถอะ

 

*Note 3: การใช้ซันสกรีนก็เพื่อป้องกันรังสี UV ตัวการของการเสื่อมสภาพผิว การทาซันสกรีนหรือครีมกันแดดช่วยไม่ให้ผิวเสื่อม (ชาวบ้านเรียกหน้าแก่) ก่อนวัย สามสัปดาห์ที่ทาซันสกรีนอาจไม่ให้ผลทันตาเห็น แต่รับรองว่าจะมีประโยชน์ในระยะยาวแน่นอน ส่วนตัวเลขของ PA คือความสามารถในการกันแดด หรือ SPF (ย่อจาก Sun Protection Factor ของครีมตามสำนักญี่ปุ่นหลายตัวก็ยิ่งกันแดดได้มากและนาน


 

เรื่อง: NM

ภาพ: Suwat Pantong/Kittipoj Tantrakulsiri 




สมรภูมิสามสัปดาห์ระหว่างครีมกู้หน้าและผิวสามัญ

ความทรงจำของการใช้ครีมบนใบหน้าครั้งสุดท้ายคงต้องย้อนกลับไปนานพอดู ตั้งแต่รู้สึกตัวว่าสิวเริ่มเห่อหนักขึ้นตอนย่างเข้าม. 3 วัยที่ฮอร์โมนเริ่มพุ่งพล่าน (แต่ผู้ใหญ่มักบอกว่าเพราะนอนดึก ซึ่งอาจจะเกี่ยว) ทางออกของวัยรุ่นคือถ้าไม่ตามแกะทุกเม็ดก็คงต้องขยันเช็ดถูดูแลความสะอาดสักหน่อย ซึ่งก็แน่นอนว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่รักสะอาดเท่ารักความสนุกในวัยเด็ก

 

กว่าจะรู้ตัวว่าควรดูแลมันก็สายไปเสียแล้ว โชคดีที่โตขึ้นมาฮอร์โมนเริ่มเข้าที่เข้าทาง สิวลดน้อยลงไปบ้างตามตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้น แต่กลับทิ้งร่องรอยประสบการณ์ไว้เป็นหลักฐานเตือนใจว่าการไม่ดูแลตัวเองให้ผลลัพธ์อย่างไร นี่จึงเป็นเหตุผลให้เกิดคอนเทนต์นี้ขึ้น ด้วยความนึกสนุกของกองบรรณาธิการโดยมีโจทย์ว่า ผู้ชายที่ไม่ค่อยเอาใจใส่ผิวหน้า (อย่างผม) หากต้องมาใช้ครีม (ฉบับคนขี้เกียจ) ติดต่อกันสามสัปดาห์ ผลลัพธ์จะช่วยเปลี่ยนอะไรได้บ้าง

 

คือเปลี่ยนก็ต้องบอก ไม่เปลี่ยนก็ต้องบอก

 

 

Men Gentling Foam จาก THREE, Facial Fuel Gel Daily UV

Guard SPF 50 จาก KIEHL’S

AQUAPOWER Moisturizer จาก BIOTHERM HOMME

ที่โกนหนวดแบบ Cartridge Razors จาก Truefitt & Hill

แปรงโกนหนวดจากร้านเสรีชัย บิวตี้ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

แผนที่ว่านี้เริ่มต้นทันทีในอาทิตย์ถัดมา หัวหน้าฝ่ายกรูมมิ่งประจำสำนักก็ได้โยนครีมและโฟมล้างหน้าแบบรวบรัดมาให้ทั้งหมด 3 ตัว ขออธิบายตัวละครคร่าวๆ ก่อนว่าหลังจากนี้สามสัปดาห์ใบหน้าผมต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง ตัวแรกคือโฟมล้างน้ำ THREE ที่มีส่วนผสมของแร่ธาตุอะไรสักอย่าง เขาว่าช่วยดูดซับความมัน (นี่แหละที่ต้องการ) และขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้า รวมถึงสิวหัวดำในรูขุมขนอีกด้วย (เดี๋ยวได้เจอกันไอ้สิว) ตัวที่สองคือครีมบำรุงชนิดขวดเดียวอยู่เราเลือก BIOTHERM HOMME ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายสูตร AQUAPOWER ที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นบนผิวหน้า ที่สำคัญเนื้อครีมเป็นเจล ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมาะกับอากาศร้อนเช่นนี้ และตัวสุดท้ายเป็นครีมกันแดดจาก KIEHL’S Facial Fuel UV Guard ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากนิวยอร์ก แห้งไวและไม่มันครบตามคุณสมบัติที่ครีมกันแดดพึงมี

 

*Note1: ทำไมผู้ชายจึงต้องล้างหน้า ก็เพื่อล้างฝุ่นผงสิ่งสกปรกและไขมันที่เรารับจากมลพิษและกิจกรรมต่างๆ นาๆ มาทั้งวันไม่ให้สะสม ควรล้างหน้าเช้าและเย็นก่อนนอน ตอนเช้าถ้าล้างหน้าก่อนโกนหนวดได้จะดีมาก เพราะจะช่วยให้โกนหนวดง่ายขึ้น และควรใช้โฟมล้างหน้า ขอเตือนตรงนี้ว่าใช้สบู่ล้างหน้าแล้วผิวหน้าจะแห้ง

 

ทีนี้เราจะมาเข้าประเด็นกันว่าสามอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้าง ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมไม่ใช่เซียนรีวิวครีมที่ไหน อาศัยใช้ถูไปตามมีตามเกิด และพึงระลึกไว้เสมอว่าตัวร้ายของสงครามนี้ไม่ใช่ความสกปรกบนใบหน้า แต่ศัตรูตัวร้ายตัวจริงคือความขี้เกียจของผมเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ตั้งแต่สองสามวันแรกช่วงเริ่มปรับตัว ตื่นมาอาบน้ำเสร็จมีหลงมีลืมบ้างจนต้องเดินย้อนกลับมาทาครีมใหม่ หรือก่อนออกจากบ้านดันลืมใช้ครีมกันแดด (จริงๆ อยู่บ้านก็ใช้ได้เขาว่าอย่างนั้น) ถึงต้องวกกลับมาโบ๊ะให้อุ่นใจ เพราะกลัวว่าแผนที่วางไว้จะพังตั้งแต่สัปดาห์แรก

 

วีคนี้ดันมีทริปต่างจังหวัดที่ต้องไปร่วมงานค็อกเทลของจังหวัดภูเก็ต นี่แหละช่วงเวลาที่ความขี้เกียจรอโอกาสพลิกกลับมาชนะเราอยู่ วันแรกผ่านไปโดยสวัสดิภาพ อาการดื่มหนักกลับมายังสามารถลุกไปล้างหน้าตบครีมก่อนหลับตาได้ วันที่สองตื่นมาโบ๊ะครีมกันแดดก่อนออกไปลุยยามบ่ายก็ยังสู้ไม่ถอย คืนวันที่สองอาการนอนน้อยประกอบกับอาการเสียน้ำในร่างกายทำให้สถานการณ์เพลี่ยงพล้ำไปบ้าง แต่ก็ยังพาหน้าไปล้างแล้วเอาครีมเกลี่ยๆ ถือว่าทริปนี้ความขี้เกียจไม่ได้กินหรอก 

 

ผ่านพ้นไปเกือบอาทิตย์เริ่มรู้สึกติดใจครีมหน่อยๆ ข้อดีอย่างหนึ่งคือความหอมหลังจากเนื้อเจลกระทบผิวหน้า แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยให้ปัญหาความมันหายสนิท แต่ก็ได้ความชุ่มชื้นมาทดแทน ส่วนครีมกันแดดได้หยิบออกมาใช้เวลาก้าวขาไปนอกบ้าน เนื้อครีมไม่ค่อยสร้างปัญหาเพราะว่าซึมซับเร็ว ประจวบเหมาะกับเป็นคนหน้ามันง่ายจึงไม่รู้สึกว่าปัญหาเดิมหนักขึ้นเท่าไหร่นัก เริ่มรู้จักการล้างหน้าและทาครีมตามทิศทางของรูขุมขนเพื่อให้ได้ผลชัดขึ้น แถมมีคอมเม้นต์ลอยๆ มาว่าหน้าดูมีน้ำมีนวลขึ้นนะ (ไม่ได้หมายความว่าอ้วน) 

 

*Note2: ครีม ทำไมควรทา ครีมบำรุงหรือในรูปแบบง่ายๆ ของ moisturizer ช่วยรักษาสมดุลสภาพผิว ไม่ให้แห้ง ไม่ให้มัน และไม่ให้เกิดสิวง่าย ทาครีมไว้แล้วเข้านอน ปล่อยให้ครีมทำงาน ส่วนคุณก็นอนหลับสบาย

 

ย่างเข้าอาทิตย์ที่สองมาพร้อมกับทริปต่างจังหวัดที่ต้องสู้แสงแดดตลอดทั้งวัน เหมือนเอาหน้าที่ทะนุถนอมมาทำลายทิ้งในชั่วข้ามคืน แดดยามบ่ายของเดือนเมษายนเล่นเอาหน้าหมองคล้ำแบบที่ครีมกันแดดก็ยังกาง SPF ไว้ไม่อยู่ โชคดีที่ได้ตัวช่วยจากอโลเวร่าของเก่าที่ยังเหลือก้นกระปุกมาช่วยดูดซับส่วนที่ช้ำจากแดดให้พอประทังไปได้บ้าง จนเข้าสู่อาทิตย์ที่สามกำหนดการใกล้เข้ามาจากเป้าหมายคือการบำรุงรักษากลับกลายเป็นใช้เวลาเพื่อฟื้นฟูสภาพใบหน้า หลังจากกิจกรรมเอาต์ดอร์ทั้งหลายประดังประเดเข้ามา จนตอนนี้เริ่มติดทาครีมแล้วสิ

 

สามสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก  ผลลัพธ์ก็อย่างที่เห็นกันว่าหน้าดูมีความชุ่มชื้นขึ้นกว่าเดิม (นิดนึงก็ยังดี) จะด้วยสูตรพิเศษ AQUAPOWER หรือ SPF ชนิด 50/PA+++ ที่ไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร รู้แค่ว่าเกิน 50 ไว้เอาอยู่ หรือตัวช่วยไหนก็แล้วแต่ ที่แน่ๆ คือของดียังไงก็ดีอยู่วันยังค่ำ ย้ำอีกครั้งนะครับของดียังไงก็ดีอยู่วันยังค่ำ ขายขนาดนี้แล้วก็ซื้อเถอะ

 

*Note 3: การใช้ซันสกรีนก็เพื่อป้องกันรังสี UV ตัวการของการเสื่อมสภาพผิว การทาซันสกรีนหรือครีมกันแดดช่วยไม่ให้ผิวเสื่อม (ชาวบ้านเรียกหน้าแก่) ก่อนวัย สามสัปดาห์ที่ทาซันสกรีนอาจไม่ให้ผลทันตาเห็น แต่รับรองว่าจะมีประโยชน์ในระยะยาวแน่นอน ส่วนตัวเลขของ PA คือความสามารถในการกันแดด หรือ SPF (ย่อจาก Sun Protection Factor ของครีมตามสำนักญี่ปุ่นหลายตัวก็ยิ่งกันแดดได้มากและนาน


 

เรื่อง: NM

ภาพ: Suwat Pantong/Kittipoj Tantrakulsiri