STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

Style | ‘พิชญ์ กาไชย’ เจ้าของแบรนด์ตัดสูท 612 SIXTWELVE

พิชญ์ กาไชย, 28 ปี, เจ้าของแบรนด์ตัดสูท 612 SIXTWELVE

 

เรานัดสัมภาษณ์กันที่สตูดิโอถ่ายภาพส่วนตัวของพิชญ์แถวๆ ซอยรางน้ำ เสียงเพลงแจ๊ซยุคโบราณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อ Crosley ลอดผ่านประตูออกมาต้อนรับทีมงานเอสไควร์

 

ผมยังไม่มีออฟฟิศเป็นของตัวเองนะครับ ต้องขอโทษด้วย

 

ก่อนหน้าอย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่าผมเป็นดารา-นักร้อง วันๆ ไม่ต้องคิดอะไร ตื่นมาก็แค่ไปทำงานตามคิวที่ให้มา สิ้นเดือนก็รับเงิน พูดง่ายๆ ว่ามีคนรองมือรองเท้าอ่ะครับ มันไม่มีความโตในชีวิตเลย ออกมาทำแบบนี้เหนื่อยกว่า แต่มันเป็นคนมากกว่า มันภูมิใจครับที่เราเริ่มทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

อะไรคือดีเอ็นเอของ 612 SIXTWELVE

เป็นสูทคลาสสิคที่มีมาตั้งแต่ยุค 30’s ถือเป็นยุคที่วัฒนธรรมเฟื่องฟู มีหลายๆ อย่างเกิดขึ้น กำเนิดเพลงแจ๊ซเอย งานศิลปะ แฟชั่น เริ่มจากการที่เราอยากหาร้านตัดสูทแบบ 30’s มาใส่เอง แล้วพอไปตัดมันก็ไม่ได้ดั่งใจ ก็เลยลองมาทำเองดู คือเราแค่ต้องการให้คนกลับมาใส่สูททุกวันเหมือนคนสมัยก่อน ที่ไปไหนมาไหนก็ใส่สูทออกจากบ้าน แต่อากาศบ้านเราก็ดูไม่เอื้ออำนวยน่ะครับ (หัวเราะร่วน) คืออย่างน้อยๆ เอาแค่ดีเทลของยุคนั้นๆ ผมว่าคนไทยอาจจะลืมไปบ้างแล้วว่าสูทคลาสสิคมันมีอยู่นะ

 

612 SIXTWELVE แตกต่างจากร้านตัดสูททั่วไปยังไง

คิดว่าน่าจะเป็นสไตล์ครับ ผมจะบอกลูกค้าเกือบทุกคนว่าใครที่อยากได้ปกเล็กๆ ผมขอไม่เล็กมากนะ คืออาจจะลดขนาดให้ได้บ้างนิดหน่อย เพราะว่ามันประหลาด คือลูกค้าบางคนที่เข้ามาตัดกับเราเพราะชอบสไตล์การแต่งตัวของเรา ผมจะคอยสอนการใส่สูทที่ถูกวิธี ลูกค้าบางคนก็มีมาลองภูมิผมนะครับ แต่ผมมั่นใจว่ารู้จริง

 

คิดว่าลูกค้ามาหาเราเพราะอะไร

อย่างหนึ่งที่ลูกค้าตกใจคือ ผมไปวัดตัวให้ถึงที่ ไม่ว่าจะอยู่ออฟฟิศหรือบ้าน ผมไปหมด อย่างที่สองคงเป็นเพราะความเป็นวินเทจ คือแนวโน้มของคนยุคนี้ชอบกลิ่นความเก่ามากขึ้น แต่บางคนพอฟังราคาก็จะหนีไป แล้วไปหาร้านแขกตัดสูทแถวนานาหรือสีลม แต่สิ่งที่พวกเขาจะไม่มีก็คือความเข้าใจในสไตล์ที่ผสมความโบราณเข้ากับสมัยใหม่น่ะครับ

 

แล้วทำไมต้องเป็นสูทวินเทจด้วย สูทสไตล์อาว็อง-การ์ดไม่ได้หรอ

เรารู้สึกว่าแฟชั่นมันเปลี่ยนวนไปเรื่อยๆ เลยเกิดไอเดียว่าอยากลงทุนกับสูทสักตัวที่ใส่ได้นานๆ อย่างสีเทาเข้ม กรมท่า อารมณ์สีโมโนโทนน่ะครับ ที่สามารถใส่ได้สิบยี่สิบปี ส่วนตัวผมเป็นคนคลั่งวินเทจอยู่แล้วบวกกับชอบแต่งตัวด้วย

 

กลุ่มลูกค้าวินเทจในบ้านเรามันจะขยายกว้างกว่านี้ไหมหรือมองว่าเป็นแค่กลุ่มเฉพาะ

ผมว่ามีแนวโน้มโตขึ้นนะ เพราะคนที่ชอบวินเทจคือคนที่เสพเรื่องราว ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนใหญ่คนที่เข้าใจแฟชั่นลึกๆ มักจะเสพประวัติศาสตร์ไปด้วยในตัว สุดท้ายถ้าแฟชั่นซึมลึกในตัวคนๆ นั้นแล้ว ผมเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องชอบมัน   

 

ถ้าจะตัดสูทให้ผู้ชายเอสไควร์ จะตัดสูทแบบ

สูทโบราณๆ สักตัว ต้องเป็น Double-Breasted (สูทกระดุมสองแถว) พอดีตัวนะครับ ซึ่งผู้ชายเอสไควร์เป็นผู้ชายดูแลตัวเอง และ Double-Breasted ถูกนำกลับมาวนเป็นเทรนด์แฟชั่นอีกครั้ง แต่ทรงจะเข้ารูปไม่ตัวโคร่งเหมือนสมัยก่อน คือเป็นอะไรที่ใส่แล้ว ปั้ง!”

 

ในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย คิดว่าเรามีอะไรไปสู้แบรนด์นอกได้บ้าง

สู้ได้แน่ครับกับคุณภาพของเมืองนอก เพราะวัสดุหรือสไตล์ทุกอย่างเราทำได้เหมือนเขา ในขณะที่ราคาเราถูกกว่า ได้สูทที่เป็นไซส์เรา เพราะไม่มีใครเข้าใจหุ่นคนไทยได้ดีเท่าคนไทยด้วยกันหรอกจริงไหมครับ

 

เอสไควร์ว่านอกจากคุณจะได้สูทวินเทจเท่ๆ กลับบ้านไปแล้ว 612 SIXTWELVE ยังแถมสไตล์กลับไปด้วย น่าลงทุนนะคุณ

 

Story by Libdalin

Edited by Paron S.




Style | ‘พิชญ์ กาไชย’ เจ้าของแบรนด์ตัดสูท 612 SIXTWELVE

พิชญ์ กาไชย, 28 ปี, เจ้าของแบรนด์ตัดสูท 612 SIXTWELVE

 

เรานัดสัมภาษณ์กันที่สตูดิโอถ่ายภาพส่วนตัวของพิชญ์แถวๆ ซอยรางน้ำ เสียงเพลงแจ๊ซยุคโบราณจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงยี่ห้อ Crosley ลอดผ่านประตูออกมาต้อนรับทีมงานเอสไควร์

 

ผมยังไม่มีออฟฟิศเป็นของตัวเองนะครับ ต้องขอโทษด้วย

 

ก่อนหน้าอย่างที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่าผมเป็นดารา-นักร้อง วันๆ ไม่ต้องคิดอะไร ตื่นมาก็แค่ไปทำงานตามคิวที่ให้มา สิ้นเดือนก็รับเงิน พูดง่ายๆ ว่ามีคนรองมือรองเท้าอ่ะครับ มันไม่มีความโตในชีวิตเลย ออกมาทำแบบนี้เหนื่อยกว่า แต่มันเป็นคนมากกว่า มันภูมิใจครับที่เราเริ่มทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

อะไรคือดีเอ็นเอของ 612 SIXTWELVE

เป็นสูทคลาสสิคที่มีมาตั้งแต่ยุค 30’s ถือเป็นยุคที่วัฒนธรรมเฟื่องฟู มีหลายๆ อย่างเกิดขึ้น กำเนิดเพลงแจ๊ซเอย งานศิลปะ แฟชั่น เริ่มจากการที่เราอยากหาร้านตัดสูทแบบ 30’s มาใส่เอง แล้วพอไปตัดมันก็ไม่ได้ดั่งใจ ก็เลยลองมาทำเองดู คือเราแค่ต้องการให้คนกลับมาใส่สูททุกวันเหมือนคนสมัยก่อน ที่ไปไหนมาไหนก็ใส่สูทออกจากบ้าน แต่อากาศบ้านเราก็ดูไม่เอื้ออำนวยน่ะครับ (หัวเราะร่วน) คืออย่างน้อยๆ เอาแค่ดีเทลของยุคนั้นๆ ผมว่าคนไทยอาจจะลืมไปบ้างแล้วว่าสูทคลาสสิคมันมีอยู่นะ

 

612 SIXTWELVE แตกต่างจากร้านตัดสูททั่วไปยังไง

คิดว่าน่าจะเป็นสไตล์ครับ ผมจะบอกลูกค้าเกือบทุกคนว่าใครที่อยากได้ปกเล็กๆ ผมขอไม่เล็กมากนะ คืออาจจะลดขนาดให้ได้บ้างนิดหน่อย เพราะว่ามันประหลาด คือลูกค้าบางคนที่เข้ามาตัดกับเราเพราะชอบสไตล์การแต่งตัวของเรา ผมจะคอยสอนการใส่สูทที่ถูกวิธี ลูกค้าบางคนก็มีมาลองภูมิผมนะครับ แต่ผมมั่นใจว่ารู้จริง

 

คิดว่าลูกค้ามาหาเราเพราะอะไร

อย่างหนึ่งที่ลูกค้าตกใจคือ ผมไปวัดตัวให้ถึงที่ ไม่ว่าจะอยู่ออฟฟิศหรือบ้าน ผมไปหมด อย่างที่สองคงเป็นเพราะความเป็นวินเทจ คือแนวโน้มของคนยุคนี้ชอบกลิ่นความเก่ามากขึ้น แต่บางคนพอฟังราคาก็จะหนีไป แล้วไปหาร้านแขกตัดสูทแถวนานาหรือสีลม แต่สิ่งที่พวกเขาจะไม่มีก็คือความเข้าใจในสไตล์ที่ผสมความโบราณเข้ากับสมัยใหม่น่ะครับ

 

แล้วทำไมต้องเป็นสูทวินเทจด้วย สูทสไตล์อาว็อง-การ์ดไม่ได้หรอ

เรารู้สึกว่าแฟชั่นมันเปลี่ยนวนไปเรื่อยๆ เลยเกิดไอเดียว่าอยากลงทุนกับสูทสักตัวที่ใส่ได้นานๆ อย่างสีเทาเข้ม กรมท่า อารมณ์สีโมโนโทนน่ะครับ ที่สามารถใส่ได้สิบยี่สิบปี ส่วนตัวผมเป็นคนคลั่งวินเทจอยู่แล้วบวกกับชอบแต่งตัวด้วย

 

กลุ่มลูกค้าวินเทจในบ้านเรามันจะขยายกว้างกว่านี้ไหมหรือมองว่าเป็นแค่กลุ่มเฉพาะ

ผมว่ามีแนวโน้มโตขึ้นนะ เพราะคนที่ชอบวินเทจคือคนที่เสพเรื่องราว ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนใหญ่คนที่เข้าใจแฟชั่นลึกๆ มักจะเสพประวัติศาสตร์ไปด้วยในตัว สุดท้ายถ้าแฟชั่นซึมลึกในตัวคนๆ นั้นแล้ว ผมเชื่อว่ายังไงเขาก็ต้องชอบมัน   

 

ถ้าจะตัดสูทให้ผู้ชายเอสไควร์ จะตัดสูทแบบ

สูทโบราณๆ สักตัว ต้องเป็น Double-Breasted (สูทกระดุมสองแถว) พอดีตัวนะครับ ซึ่งผู้ชายเอสไควร์เป็นผู้ชายดูแลตัวเอง และ Double-Breasted ถูกนำกลับมาวนเป็นเทรนด์แฟชั่นอีกครั้ง แต่ทรงจะเข้ารูปไม่ตัวโคร่งเหมือนสมัยก่อน คือเป็นอะไรที่ใส่แล้ว ปั้ง!”

 

ในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย คิดว่าเรามีอะไรไปสู้แบรนด์นอกได้บ้าง

สู้ได้แน่ครับกับคุณภาพของเมืองนอก เพราะวัสดุหรือสไตล์ทุกอย่างเราทำได้เหมือนเขา ในขณะที่ราคาเราถูกกว่า ได้สูทที่เป็นไซส์เรา เพราะไม่มีใครเข้าใจหุ่นคนไทยได้ดีเท่าคนไทยด้วยกันหรอกจริงไหมครับ

 

เอสไควร์ว่านอกจากคุณจะได้สูทวินเทจเท่ๆ กลับบ้านไปแล้ว 612 SIXTWELVE ยังแถมสไตล์กลับไปด้วย น่าลงทุนนะคุณ

 

Story by Libdalin

Edited by Paron S.