STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

แฟชั่นย้อนยุคจากบุรุษบ้านแบ้แห่งกรงกรรมที่แต่งตามได้และอินเทรนด์จนถึงทุกวันนี้

กลายเป็นละครแห่งปีเรื่องสำหรับ “กรงกรรม” ที่ฮอตฮิตติดลมบนไปทั่วโชเชียลมีเดีย ทั้งจากบทละครที่ดุเด็ดเผ็ดมันจนเราต้องของเปิดโทรทัศน์ดูสดๆ กับเขาบ้างก่อนจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง สำหรับ “กรงกรรม” นี้เล่าเรื่องราวการชิงรักหักสวาทที่ดูจะมีต้นเหตุมาจากกรรมเก่าที่ผูกผู้คนกลุ่มนึงในจังหวัดนครสวรรค์เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อลูกชายคนโตของตระกูลพ่อค้าชาวจีนแซ่แบ้อย่างตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิชแห่งอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้ผิดใจกับแม่ของเขาเพราะนำสาวขายบริการมาเป็นภรรยา เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้น

 

 

ตระกูลแซ่แบ้นั้นมีแม่คือนางย้อยที่นิสัยปากร้ายใจดีและชอบบงการชีวิตทุกคน มีพ่อคือหลักเซ้งที่นิสัยต่างกันกับนางย้อยแบบสุดขั้วราวน้ำกับไฟ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 4 คนเป็นชายล้วน และด้วยความที่ละครวางเรื่องให้ดำเนินอยู่ราวปีพ.ศ. 2510 รุ่นคุณแม่ยังสาว เราจึงเห็นสไตล์การแต่งตัวแบบยุค 60’s ปลายๆ ที่ยังคงความคลาสสิกของงาน Tailoring อยู่แต่ก็เริ่มนำเอาลวดลายและสีสันเข้ามาใช้มากขึ้น และนี่คือลุคจากหนุ่มๆ บ้านแบ้ที่ยังดูเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้

 

สไตล์ของหนุ่มๆ บ้านแบ้เวลาออกงานนั้นนับว่าแปลกตาอยู่ทีเดียวเมื่อเทียบกับลุคปกติที่เราเห็นในละครที่พวกเขามักจะใส่เสื้อโปโลไม่ก็เสื้อเชิ้ตแขนสั้นคู่กับกางเกงขาสั้นซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อคำนึงถึงสภาพอากาศที่ร้อนระอุของนครสวรรค์

 

การแต่งกายปกติของคนในตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิชที่จะดูสบายๆ

 

ลูกชายทั้งสี่ของตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิช

 

ชายไทยยุค 60’s ที่มีการศึกษาและรายได้ประมาณนึงนั้นจะนิยมตัดสูทมาใส่กันเป็นเรื่องปกติ (จริงๆ ก็เป็นเรื่องปกติกันทั่วโลกนั่นแหละในเวลานั้น) แต่การสไตลิ่งของหนุ่มบ้านแบ้จัดว่าล้ำและท้าทายอยู่ เพราะพวกเขาเลือกใช้สีฉูดฉาดมากขึ้นอย่างสีน้ำเงิน มาผสมกับลาย Plaid หรือลายตารางใหญ่ในการตัดสูท อีกอย่างที่เป็นจุดน่าสนใจก็คือปกติแล้วเราจะถูกเสี้ยมสอนมาว่าเวลาใส่สูท ให้เอาปกเสื้อเชิ้ตไว้ในสูทเสมอ อย่าเอาออกมา แต่หนุ่มบ้านแบ้ไม่แคร์พวกเขาจะเอาออกแล้วติด Lapel Pin ดอกไม้ใหญ่ๆ มันซะเลย ให้ความรู้สึกแบบ Effortless สไตล์หนุ่มอิตาเลียนชะมัด

 

 

ต่อมาเป็นสูทสีเทาปกแหลมของอาไซ้ลูกชายคนโตที่นับว่าตาแหลมมากในการเลือกสูททรงนี้มาร่วมงานกลางคืน และเขายังคงเล่นกับสไตล์ด้วยการใส่มันกับกางเกงสีดำ ไม่ใช่สีเดียวกันแบบทั่วๆ ไปที่เราคุ้นตา ส่วนชุดเจ้าบ่าวของอาตงเองนั้นก็แหวกแนวชุดสูทสีขาวแบบเดิมๆ เมื่อเขาเลือกสูทสีเทาอ่อนลายตารางมาใช้แทน

 

 

ปิดท้ายด้วยลุคง่ายๆ ที่จะเรียกว่าเป็น Smart Casual ก็ได้นั้นก็คือเปลี่ยนจากการใส่เสื้อโปโลกับขาสั้นมาใส่กับขายาวแทน ให้อารมณ์เหมือนเจ้าพ่อเทนนิสชื่อดัง Rene Lacoste นั้นเอง (แต่ถ้าจะแต่งลุคนี้ในตอนนี้ เราแนะนำว่าไม่ต้องใส่เข็มขัดก็ได้นะ จะได้ดูเด็กลงและเป็นหนุ่มแฟชั่นมากกว่าคุณลุง)

 

 


เรื่อง: 17Aries

ภาพ: Courtesy of CH3




แฟชั่นย้อนยุคจากบุรุษบ้านแบ้แห่งกรงกรรมที่แต่งตามได้และอินเทรนด์จนถึงทุกวันนี้

กลายเป็นละครแห่งปีเรื่องสำหรับ “กรงกรรม” ที่ฮอตฮิตติดลมบนไปทั่วโชเชียลมีเดีย ทั้งจากบทละครที่ดุเด็ดเผ็ดมันจนเราต้องของเปิดโทรทัศน์ดูสดๆ กับเขาบ้างก่อนจะคุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง สำหรับ “กรงกรรม” นี้เล่าเรื่องราวการชิงรักหักสวาทที่ดูจะมีต้นเหตุมาจากกรรมเก่าที่ผูกผู้คนกลุ่มนึงในจังหวัดนครสวรรค์เข้าไว้ด้วยกัน เมื่อลูกชายคนโตของตระกูลพ่อค้าชาวจีนแซ่แบ้อย่างตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิชแห่งอำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ได้ผิดใจกับแม่ของเขาเพราะนำสาวขายบริการมาเป็นภรรยา เรื่องราวทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้น

 

 

ตระกูลแซ่แบ้นั้นมีแม่คือนางย้อยที่นิสัยปากร้ายใจดีและชอบบงการชีวิตทุกคน มีพ่อคือหลักเซ้งที่นิสัยต่างกันกับนางย้อยแบบสุดขั้วราวน้ำกับไฟ ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 4 คนเป็นชายล้วน และด้วยความที่ละครวางเรื่องให้ดำเนินอยู่ราวปีพ.ศ. 2510 รุ่นคุณแม่ยังสาว เราจึงเห็นสไตล์การแต่งตัวแบบยุค 60’s ปลายๆ ที่ยังคงความคลาสสิกของงาน Tailoring อยู่แต่ก็เริ่มนำเอาลวดลายและสีสันเข้ามาใช้มากขึ้น และนี่คือลุคจากหนุ่มๆ บ้านแบ้ที่ยังดูเก๋ามาจนถึงทุกวันนี้

 

สไตล์ของหนุ่มๆ บ้านแบ้เวลาออกงานนั้นนับว่าแปลกตาอยู่ทีเดียวเมื่อเทียบกับลุคปกติที่เราเห็นในละครที่พวกเขามักจะใส่เสื้อโปโลไม่ก็เสื้อเชิ้ตแขนสั้นคู่กับกางเกงขาสั้นซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อคำนึงถึงสภาพอากาศที่ร้อนระอุของนครสวรรค์

 

การแต่งกายปกติของคนในตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิชที่จะดูสบายๆ

 

ลูกชายทั้งสี่ของตระกูลอัศวรุ่งเรืองพานิช

 

ชายไทยยุค 60’s ที่มีการศึกษาและรายได้ประมาณนึงนั้นจะนิยมตัดสูทมาใส่กันเป็นเรื่องปกติ (จริงๆ ก็เป็นเรื่องปกติกันทั่วโลกนั่นแหละในเวลานั้น) แต่การสไตลิ่งของหนุ่มบ้านแบ้จัดว่าล้ำและท้าทายอยู่ เพราะพวกเขาเลือกใช้สีฉูดฉาดมากขึ้นอย่างสีน้ำเงิน มาผสมกับลาย Plaid หรือลายตารางใหญ่ในการตัดสูท อีกอย่างที่เป็นจุดน่าสนใจก็คือปกติแล้วเราจะถูกเสี้ยมสอนมาว่าเวลาใส่สูท ให้เอาปกเสื้อเชิ้ตไว้ในสูทเสมอ อย่าเอาออกมา แต่หนุ่มบ้านแบ้ไม่แคร์พวกเขาจะเอาออกแล้วติด Lapel Pin ดอกไม้ใหญ่ๆ มันซะเลย ให้ความรู้สึกแบบ Effortless สไตล์หนุ่มอิตาเลียนชะมัด

 

 

ต่อมาเป็นสูทสีเทาปกแหลมของอาไซ้ลูกชายคนโตที่นับว่าตาแหลมมากในการเลือกสูททรงนี้มาร่วมงานกลางคืน และเขายังคงเล่นกับสไตล์ด้วยการใส่มันกับกางเกงสีดำ ไม่ใช่สีเดียวกันแบบทั่วๆ ไปที่เราคุ้นตา ส่วนชุดเจ้าบ่าวของอาตงเองนั้นก็แหวกแนวชุดสูทสีขาวแบบเดิมๆ เมื่อเขาเลือกสูทสีเทาอ่อนลายตารางมาใช้แทน

 

 

ปิดท้ายด้วยลุคง่ายๆ ที่จะเรียกว่าเป็น Smart Casual ก็ได้นั้นก็คือเปลี่ยนจากการใส่เสื้อโปโลกับขาสั้นมาใส่กับขายาวแทน ให้อารมณ์เหมือนเจ้าพ่อเทนนิสชื่อดัง Rene Lacoste นั้นเอง (แต่ถ้าจะแต่งลุคนี้ในตอนนี้ เราแนะนำว่าไม่ต้องใส่เข็มขัดก็ได้นะ จะได้ดูเด็กลงและเป็นหนุ่มแฟชั่นมากกว่าคุณลุง)

 

 


เรื่อง: 17Aries

ภาพ: Courtesy of CH3