STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

การเมือง, การทำแท้ง, กฎหมายทำแท้งเสรี เกี่ยวอะไรกับ Gucci คอลเล็กชั่นล่าสุด

“เดิมๆ อีกละ”  ความคิดแรกที่แว้บเข้ามาในหัวตอนเห็นเสื้อผ้าจากคอลเล็กชั่น Cruise 2020 จาก Gucci โดยครีเอทีฟไดเร็กเตอร์เจ้าเก่าอย่าง Alessandro Michele ที่เขาให้ชื่อคอลเล็กชั่นนี้ว่า “Hymn To Freedom” หรือแปลเป็นไทยแบบน้ำเน่าว่า “เสียงครวญสู่เสรี” ชุดหลากสีสัน ลายดอก การปักดิ้นเงินดิ้นทองและดีไซน์สุดโต่งแบบยุคบุปผาชนคือสิ่งที่วนเวียนอยู่กับ Gucci ในการดูแลของ Michele มาหลายซีซั่นแล้ว หากแต่เมื่อมองลึกลงไป Gucci กำลังบอกเล่าเรื่องราวในสังคมอิตาลีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

 

 

 
 
 
View this post on Instagram

Moments before the #GucciCruise20 fashion show unfolding at Rome’s Capitoline Museums @museiincomuneroma, a look with ‘22.5.78’ refers to the date established of the Italian statute for the social protection of motherhood and the voluntary interruption of pregnancy, better known as statute 194. This jacket is created from @alessandro_michele’s continuing vision of freedom, equality and self-expression. Since founding @chimeforchange in 2013—the global campaign that represents and advocates for gender equality—@gucci has a longstanding commitment to women and girls by funding projects around the world to support sexual and reproductive rights, maternal health, and the freedom of individual choice. Because none of us can move forward if half of us are held back. Learn more about the global partners for sexual and family health rights the campaign is donating to in 2019, which can be found in @chimeforchange’s link in bio. #AlessandroMichele #MuseiCapitolini

A post shared by Gucci (@gucci) on

22 พฤษภาคมปี 1978 หรือเมื่อ 41 ปีที่แล้ว เป็นวันแรกที่รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศให้การทำแท้งนั้นถูกต้องตามกฎหมาย แพทย์สามารถยุติการตั้งครรถ์ให้กับสตรีที่ไม่พร้อมหรือตรวจพบแล้วว่าครรถ์ไม่ผิดปกติทางพันธุกรรมหรือครรถืไม่สมบูรณ์ โดยระยะเวลาการยุติการตั้งคสรรถ์นั้นจะต้องไม่เกิด 90 วันหรืออายุครรถ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถยุติการตั้งครรถ์ได้หลังจากนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายหากพบว่าการตั้งครรถ์นั้นเสี่ยงต่อชีวิตของแม่และเด็กในท้อง ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ

 

 

แต่เปล่าเลย แม้กฎหมายจะอนุญาติให้ทำแท้งได้เสรี แต่การทำแท้งก็จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่จะเป็นคนตัดสินว่าควรทำหรือจะทำแท้งให้ตามประสงค์ของแม่หรือเปล่า ซึ่งการปฎิเสธไม่ทำแท้งให้หรือ “เลี้ยงไข้” ไม่ทำแท้งให้ในเวลาที่กฏหมายกำหนดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งนั้นก็เพราะหากความเชื่อทางศาสนาของแพทย์ขัดแย้งกับการทำแท้ง (ในปี 2017 มีการสำรวจพบกว่าประชากรกว่า 74 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก ซึ่งการทำแท้งขัดกับหลักความเชื่อของพวกเขา)  แพทย์ก็สามารถปฎิเสธไม่ทำให้หรือรอให้พ้นระยะ 90 วันไปก่อนเพื่อประวิงเวลาให้การทำแท้งยากขึ้น  และระยะหลังยังมีความพยายามที่พรรคการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยมของอิตาลีจะเข้ามาแทรกแซงกฎหมายการทำแท้ง รวมทั้งต่อต้านกลุ่มความหลายหลายทางเพศ (LGBTQ) ด้วย

 

อิตาลีเป็น 1 ใน 22 ประเทศสมาชิก (จาก 28 ประเทศสมาชิก) ของสหภาพยุโรปที่อนุญาตให้สตรีทำแท้งได้ถูกต้องตามกฏหมาย


นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก CNN ที่ได้ไปสัมภาษณ์แพทย์ในโรงพยาบาลที่รับทำแท้งในอิตาลีมาแล้วพบว่าแทบจะไม่มีการสอนให้ยุติการตั้งครรถ์ในระหว่างการเรียนแพทย์เลย และในสังคมแพทย์เองก็ยังมีการกอสซิบกระซิบกระซาบนินทากันอีกว่าหากใครยินยอมทำแท้งให้คนไข้ ก็อาจจะได้รับการลงโทษทางสังคมจึงไม่ค่อยมีใครอยากออกมาส่วนกระแส รับทำแท้งให้คนไข้เท่าไหร่

 

Matteo Salvini รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง

 

ย้อนกลับมาที่ Gucci คราวนี้พวกเขาเปลี่ยนรันเวย์ให้กลายเป็นเวทีการเมืองเพราะ Michele นั้นสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถึงการสนับสนุนการทำแท้งเสรีด้วยการหยิบเอาคำพูดต่างๆ เช่น “My Body, My Choice” หรือการเย็บปักรูปรังไข่ลงไปบนกระโปรง รวมทั้งปักลายคำว่า 22.05.1978 ซึ่งเป็นวันที่การทำแท้งถูกกฎหมายมาปักไว้บนเสื้อแบบไม่อ้อมค้อม  “ผมโตมาอย่างมีอิสระ และเอาจริงๆ ผมเชื่อว่าไม่ควรมีใครถูกบังคับด้วยกฏหมาย หากการกระทำนั้นไม่ทำให้ใครเดือดร้อน” Alessandro Michele ให้สัมภาษณ์กับ WWD พร้อมทั้งชมเพื่อนซี้อย่าง Marco Bizzarri ด้วยว่าขอบคุณที่ให้โอกาสเขาได้แสดงออกถึงจุดยืนต่างๆ ผ่านงานดีไซน์ ซึ่ง Gucci เองก็มีแคมเปญ CSR ช่วยเหลือสังคมที่ชื่อว่า Chime for Change ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2013 แล้วด้วย คอลเล็กชั่น Crusie 2020 จึงเป็นอีกครั้งที่แบรนด์แสดงจุดยืนความเชื่อทางการเมืองอย่างชัดเจน

 

 

และถ้ายังจำกันได้ก่อนหน้านี้ Raf Simons ก็เคยแซะการเมืองอเมริกามาแล้วโดยการใช้เพลง This Is Not America ของ David Bowie มาประกอบโชว์คอลเล็กชั่นแรกของเขาที่ Calvin Klein ในคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2017 ซึ่งจัดขึ้นหลัง Donald Trump ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาได้ไม่ถึงเดือน

 

Gucci Cruise 2020

Gucci Cruise 2020

Gucci Cruise 2020


 

เรื่อง:  @17Aries

ภาพ: Courtesy of Gucci, Getty Images




การเมือง, การทำแท้ง, กฎหมายทำแท้งเสรี เกี่ยวอะไรกับ Gucci คอลเล็กชั่นล่าสุด

“เดิมๆ อีกละ”  ความคิดแรกที่แว้บเข้ามาในหัวตอนเห็นเสื้อผ้าจากคอลเล็กชั่น Cruise 2020 จาก Gucci โดยครีเอทีฟไดเร็กเตอร์เจ้าเก่าอย่าง Alessandro Michele ที่เขาให้ชื่อคอลเล็กชั่นนี้ว่า “Hymn To Freedom” หรือแปลเป็นไทยแบบน้ำเน่าว่า “เสียงครวญสู่เสรี” ชุดหลากสีสัน ลายดอก การปักดิ้นเงินดิ้นทองและดีไซน์สุดโต่งแบบยุคบุปผาชนคือสิ่งที่วนเวียนอยู่กับ Gucci ในการดูแลของ Michele มาหลายซีซั่นแล้ว หากแต่เมื่อมองลึกลงไป Gucci กำลังบอกเล่าเรื่องราวในสังคมอิตาลีที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

 

 

 
 
 
View this post on Instagram

Moments before the #GucciCruise20 fashion show unfolding at Rome’s Capitoline Museums @museiincomuneroma, a look with ‘22.5.78’ refers to the date established of the Italian statute for the social protection of motherhood and the voluntary interruption of pregnancy, better known as statute 194. This jacket is created from @alessandro_michele’s continuing vision of freedom, equality and self-expression. Since founding @chimeforchange in 2013—the global campaign that represents and advocates for gender equality—@gucci has a longstanding commitment to women and girls by funding projects around the world to support sexual and reproductive rights, maternal health, and the freedom of individual choice. Because none of us can move forward if half of us are held back. Learn more about the global partners for sexual and family health rights the campaign is donating to in 2019, which can be found in @chimeforchange’s link in bio. #AlessandroMichele #MuseiCapitolini

A post shared by Gucci (@gucci) on

22 พฤษภาคมปี 1978 หรือเมื่อ 41 ปีที่แล้ว เป็นวันแรกที่รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศให้การทำแท้งนั้นถูกต้องตามกฎหมาย แพทย์สามารถยุติการตั้งครรถ์ให้กับสตรีที่ไม่พร้อมหรือตรวจพบแล้วว่าครรถ์ไม่ผิดปกติทางพันธุกรรมหรือครรถืไม่สมบูรณ์ โดยระยะเวลาการยุติการตั้งคสรรถ์นั้นจะต้องไม่เกิด 90 วันหรืออายุครรถ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ และสามารถยุติการตั้งครรถ์ได้หลังจากนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายหากพบว่าการตั้งครรถ์นั้นเสี่ยงต่อชีวิตของแม่และเด็กในท้อง ฟังดูดีใช่ไหมล่ะ

 

 

แต่เปล่าเลย แม้กฎหมายจะอนุญาติให้ทำแท้งได้เสรี แต่การทำแท้งก็จะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่จะเป็นคนตัดสินว่าควรทำหรือจะทำแท้งให้ตามประสงค์ของแม่หรือเปล่า ซึ่งการปฎิเสธไม่ทำแท้งให้หรือ “เลี้ยงไข้” ไม่ทำแท้งให้ในเวลาที่กฏหมายกำหนดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งนั้นก็เพราะหากความเชื่อทางศาสนาของแพทย์ขัดแย้งกับการทำแท้ง (ในปี 2017 มีการสำรวจพบกว่าประชากรกว่า 74 เปอร์เซ็นต์ นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก ซึ่งการทำแท้งขัดกับหลักความเชื่อของพวกเขา)  แพทย์ก็สามารถปฎิเสธไม่ทำให้หรือรอให้พ้นระยะ 90 วันไปก่อนเพื่อประวิงเวลาให้การทำแท้งยากขึ้น  และระยะหลังยังมีความพยายามที่พรรคการเมืองฝั่งอนุรักษ์นิยมของอิตาลีจะเข้ามาแทรกแซงกฎหมายการทำแท้ง รวมทั้งต่อต้านกลุ่มความหลายหลายทางเพศ (LGBTQ) ด้วย

 

อิตาลีเป็น 1 ใน 22 ประเทศสมาชิก (จาก 28 ประเทศสมาชิก) ของสหภาพยุโรปที่อนุญาตให้สตรีทำแท้งได้ถูกต้องตามกฏหมาย


นอกจากนี้ยังมีรายงานจาก CNN ที่ได้ไปสัมภาษณ์แพทย์ในโรงพยาบาลที่รับทำแท้งในอิตาลีมาแล้วพบว่าแทบจะไม่มีการสอนให้ยุติการตั้งครรถ์ในระหว่างการเรียนแพทย์เลย และในสังคมแพทย์เองก็ยังมีการกอสซิบกระซิบกระซาบนินทากันอีกว่าหากใครยินยอมทำแท้งให้คนไข้ ก็อาจจะได้รับการลงโทษทางสังคมจึงไม่ค่อยมีใครอยากออกมาส่วนกระแส รับทำแท้งให้คนไข้เท่าไหร่

 

Matteo Salvini รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีผู้ไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง

 

ย้อนกลับมาที่ Gucci คราวนี้พวกเขาเปลี่ยนรันเวย์ให้กลายเป็นเวทีการเมืองเพราะ Michele นั้นสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาถึงการสนับสนุนการทำแท้งเสรีด้วยการหยิบเอาคำพูดต่างๆ เช่น “My Body, My Choice” หรือการเย็บปักรูปรังไข่ลงไปบนกระโปรง รวมทั้งปักลายคำว่า 22.05.1978 ซึ่งเป็นวันที่การทำแท้งถูกกฎหมายมาปักไว้บนเสื้อแบบไม่อ้อมค้อม  “ผมโตมาอย่างมีอิสระ และเอาจริงๆ ผมเชื่อว่าไม่ควรมีใครถูกบังคับด้วยกฏหมาย หากการกระทำนั้นไม่ทำให้ใครเดือดร้อน” Alessandro Michele ให้สัมภาษณ์กับ WWD พร้อมทั้งชมเพื่อนซี้อย่าง Marco Bizzarri ด้วยว่าขอบคุณที่ให้โอกาสเขาได้แสดงออกถึงจุดยืนต่างๆ ผ่านงานดีไซน์ ซึ่ง Gucci เองก็มีแคมเปญ CSR ช่วยเหลือสังคมที่ชื่อว่า Chime for Change ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศซึ่งดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2013 แล้วด้วย คอลเล็กชั่น Crusie 2020 จึงเป็นอีกครั้งที่แบรนด์แสดงจุดยืนความเชื่อทางการเมืองอย่างชัดเจน

 

 

และถ้ายังจำกันได้ก่อนหน้านี้ Raf Simons ก็เคยแซะการเมืองอเมริกามาแล้วโดยการใช้เพลง This Is Not America ของ David Bowie มาประกอบโชว์คอลเล็กชั่นแรกของเขาที่ Calvin Klein ในคอลเล็กชั่น Fall/Winter 2017 ซึ่งจัดขึ้นหลัง Donald Trump ขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกาได้ไม่ถึงเดือน

 

Gucci Cruise 2020

Gucci Cruise 2020

Gucci Cruise 2020


 

เรื่อง:  @17Aries

ภาพ: Courtesy of Gucci, Getty Images