STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

ใส่ชุดนักเรียนแล้วประหยัดจริงๆ หรือ?

กลายเป็นกระแสขึ้นมาทันทีเมื่อโรงเรียนชื่อดังแห่งนึงอนุญาตให้นักเรียนสามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้ 1 วันต่อสัปดาห์ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางก็ว่านี่คือการส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักเสรีภาพของประชาธิปไตยตั้งแต่ยังเยาว์วัย บางก็ว่าการให้แต่งตัวตามใจฉันมาเรียนนั้นจะสร้างภาระในการใช้เงินซื้อเสื้อผ้าให้กับผู้ปกครอง บางก็ว่าการใส่ชุดนักเรียนนี่แหละไม่สิ้นเปลืองและเท่าเทียมเหมือนกันหมด แต่การใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันนั้นไม่สร้างความลำบากเรื่องการเงินจริงหรือ?

 

"Gossip Girl" ซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังในอเมริกา

 

มีรายงานจากหลายพื้นที่ในโลกว่าปัญหาเรื่องค่ายูนิฟอร์มของเด็กนักเรียนนั้นสูงเกินความจำเป็นจนสร้างภาระให้กับผู้ปกครอง อย่างเช่นรายงานล่าสุดจาก The Children’s Society เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็ระบุว่าจากการสำรวจผู้ปกครองของนักเรียน 1,000 คนพบว่าค่าใช้จ่ายเรื่องยูนิฟอร์มสำหรับเด็กประถมฯ อยู่ที่ 340 ปอนด์ต่อคน ส่วนเด็กมัธยมอยู่ที่ 255 ปอน์ดต่อคน และพบว่าผู้ปกครองจำนวน 13 เปอร์เซ็นต์ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2015 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์

 

"Preppy Style" เทรนด์การแต่งตัวที่ได้มาจากชุดเครื่องแบบของนักศึกษา Ivy League

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 หน่วยงานเพื่อการกุศล Family Action ในอังกฤษก็เคยสำรวจแล้วพบว่าผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยต้องใช้เงินกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของรายรับในเดือนเปิดเทอมเพื่อเป็นค่ายูนิฟอร์มซึ่งเมื่อปี 2011 นั้นมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ราวคนละ 160 ปอนด์ต่อคน และในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็มีรายงานจาก The National ว่าผู้ปกครองหลายคนต้องจ่ายเงินเพื่อยูนิฟอร์มราคาแพงเช่นกัน

 

ชุดนักเรียนจาก Giorgio Armani

 

หรือที่ญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่แล้วก็มีรายงานว่าโรงเรียน Taimei Elementary School เปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนธรรมดาให้กลายเป็นชุดนักเรียนจากแบรนด์ Giorgio Armani ในราคาราว 80,000 เยนหรือราว 24,000 บาทจนเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ซึ่งสาเหตุที่ผู้ปกครองเหล่านั้นต้องจ่ายเงินเพื่อชุดยูนิฟอร์มก็เป็นเพื่อกฏระเบียบยิบย่อยของโรงเรียนที่เกี่ยวกับชุดยูนิฟอร์มนั้นเอง

 

 

เครื่องแบบยูนิฟอร์มนั้นไม่ใช่คำตอบของความประหยัดแต่มันคือ “ฉากหน้า” ของความเป็นพวกเดียวกัน หากมองผิวเผินนั้นอาจตอบได้แบบกำปั้นทุบดินว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ ถ้ารับไม่ได้ก็ออกไปอะไรเทือกนั้น แต่จริงๆ แล้วเครื่องแบบนักเรียนที่เหมือนกันนั้นเป็นการซ่อนความไม่เท่าเทียมทางสังคมไว้ภายใต้ฉากหน้าเดียวกันเพราะไม่ว่าจะมีฐานะแบบไหนแต่เมื่อเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนทุกคนก็อยู่ในเครื่องแบบเดียวกัน เป็นพวกเดียวกัน เป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดเหมือนๆ กัน (ดังเช่นที่เราเห็นในไทยว่ามีชายคนนึงที่เรียนมหาวิทยาลัยนึงแต่แต่งเครื่องแบบของอีกมหาวิทยาลัย) แล้วผลักภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องยูนิฟอร์มให้กับผู้ปกครองแทน ส่วนสถานศึกษาก็ลอยตัวเรื่องการตรวจเข้มเสื้อผ้าอาภรณ์ไปรเวทแล้วหันมาจุกจิกกับกฎยิบย่อยของชุดยูนิฟอร์มแทน เช่นปักชื่อด้วยด้ายคนละสี ตราอาร์มโรงเรียนผิดขนาดอะไรทำนองนั้น แถมสบายไม่ต้องสั่งสอนเรื่องสิทธิเสรีภาพและกาลเทศะให้เหนื่อยเปล่า

 

เหล่าเด็กชายในโรงเรียน ISCA College ในอังกฤษใส่กระโปรงมาโรงเรียนเพื่อประท้วงกฎห้ามใส่กางเกงขาสั้นมาโรงเรียนทั้งที่เป็นช่วงเจอกับคลื่นความร้อน Heat Wave หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีนักเรียนชายใส่กางเกงขาสั้นมาเรียนแล้วถูกสั่งใส่กลับไปใส่กางเกงขายาวแทน

 

การที่โรงเรียนเอกชนในไทยแห่งนี้เริ่มใช้นโยบายให้ใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าอย่างน้อยๆ หน่วยเริ่มต้นของสังคมอย่างสถานศึกษาก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคำว่าสิทธิและเสรีภาพบ้างแล้ว ความท้าทายต่อมาก็คือจะทำอย่างไรให้เยาวชนเข้าใจถึงการใช้สิทธิเหล่านี้โดยไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น แน่นอนว่ามันหมายรวมถึงการใช้เงินสำหรับชุดไปรเวทนี้ด้วยซึ่งประเด็นนี้เราเป็นกำลังใจให้ครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: BBC, AP, Getty Images, Pinterest




ใส่ชุดนักเรียนแล้วประหยัดจริงๆ หรือ?

กลายเป็นกระแสขึ้นมาทันทีเมื่อโรงเรียนชื่อดังแห่งนึงอนุญาตให้นักเรียนสามารถใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้ 1 วันต่อสัปดาห์ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย บางก็ว่านี่คือการส่งเสริมให้เยาวชนรู้จักเสรีภาพของประชาธิปไตยตั้งแต่ยังเยาว์วัย บางก็ว่าการให้แต่งตัวตามใจฉันมาเรียนนั้นจะสร้างภาระในการใช้เงินซื้อเสื้อผ้าให้กับผู้ปกครอง บางก็ว่าการใส่ชุดนักเรียนนี่แหละไม่สิ้นเปลืองและเท่าเทียมเหมือนกันหมด แต่การใส่ชุดนักเรียนเหมือนกันนั้นไม่สร้างความลำบากเรื่องการเงินจริงหรือ?

 

"Gossip Girl" ซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังในอเมริกา

 

มีรายงานจากหลายพื้นที่ในโลกว่าปัญหาเรื่องค่ายูนิฟอร์มของเด็กนักเรียนนั้นสูงเกินความจำเป็นจนสร้างภาระให้กับผู้ปกครอง อย่างเช่นรายงานล่าสุดจาก The Children’s Society เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วก็ระบุว่าจากการสำรวจผู้ปกครองของนักเรียน 1,000 คนพบว่าค่าใช้จ่ายเรื่องยูนิฟอร์มสำหรับเด็กประถมฯ อยู่ที่ 340 ปอนด์ต่อคน ส่วนเด็กมัธยมอยู่ที่ 255 ปอน์ดต่อคน และพบว่าผู้ปกครองจำนวน 13 เปอร์เซ็นต์ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2015 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์

 

"Preppy Style" เทรนด์การแต่งตัวที่ได้มาจากชุดเครื่องแบบของนักศึกษา Ivy League

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 หน่วยงานเพื่อการกุศล Family Action ในอังกฤษก็เคยสำรวจแล้วพบว่าผู้ปกครองที่มีรายได้น้อยต้องใช้เงินกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของรายรับในเดือนเปิดเทอมเพื่อเป็นค่ายูนิฟอร์มซึ่งเมื่อปี 2011 นั้นมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ราวคนละ 160 ปอนด์ต่อคน และในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็มีรายงานจาก The National ว่าผู้ปกครองหลายคนต้องจ่ายเงินเพื่อยูนิฟอร์มราคาแพงเช่นกัน

 

ชุดนักเรียนจาก Giorgio Armani

 

หรือที่ญี่ปุ่นเมื่อต้นปีที่แล้วก็มีรายงานว่าโรงเรียน Taimei Elementary School เปลี่ยนเครื่องแบบนักเรียนธรรมดาให้กลายเป็นชุดนักเรียนจากแบรนด์ Giorgio Armani ในราคาราว 80,000 เยนหรือราว 24,000 บาทจนเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลก ซึ่งสาเหตุที่ผู้ปกครองเหล่านั้นต้องจ่ายเงินเพื่อชุดยูนิฟอร์มก็เป็นเพื่อกฏระเบียบยิบย่อยของโรงเรียนที่เกี่ยวกับชุดยูนิฟอร์มนั้นเอง

 

 

เครื่องแบบยูนิฟอร์มนั้นไม่ใช่คำตอบของความประหยัดแต่มันคือ “ฉากหน้า” ของความเป็นพวกเดียวกัน หากมองผิวเผินนั้นอาจตอบได้แบบกำปั้นทุบดินว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ ถ้ารับไม่ได้ก็ออกไปอะไรเทือกนั้น แต่จริงๆ แล้วเครื่องแบบนักเรียนที่เหมือนกันนั้นเป็นการซ่อนความไม่เท่าเทียมทางสังคมไว้ภายใต้ฉากหน้าเดียวกันเพราะไม่ว่าจะมีฐานะแบบไหนแต่เมื่อเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนทุกคนก็อยู่ในเครื่องแบบเดียวกัน เป็นพวกเดียวกัน เป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดเหมือนๆ กัน (ดังเช่นที่เราเห็นในไทยว่ามีชายคนนึงที่เรียนมหาวิทยาลัยนึงแต่แต่งเครื่องแบบของอีกมหาวิทยาลัย) แล้วผลักภาระเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องยูนิฟอร์มให้กับผู้ปกครองแทน ส่วนสถานศึกษาก็ลอยตัวเรื่องการตรวจเข้มเสื้อผ้าอาภรณ์ไปรเวทแล้วหันมาจุกจิกกับกฎยิบย่อยของชุดยูนิฟอร์มแทน เช่นปักชื่อด้วยด้ายคนละสี ตราอาร์มโรงเรียนผิดขนาดอะไรทำนองนั้น แถมสบายไม่ต้องสั่งสอนเรื่องสิทธิเสรีภาพและกาลเทศะให้เหนื่อยเปล่า

 

เหล่าเด็กชายในโรงเรียน ISCA College ในอังกฤษใส่กระโปรงมาโรงเรียนเพื่อประท้วงกฎห้ามใส่กางเกงขาสั้นมาโรงเรียนทั้งที่เป็นช่วงเจอกับคลื่นความร้อน Heat Wave หลังจากที่ก่อนหน้านั้นมีนักเรียนชายใส่กางเกงขาสั้นมาเรียนแล้วถูกสั่งใส่กลับไปใส่กางเกงขายาวแทน

 

การที่โรงเรียนเอกชนในไทยแห่งนี้เริ่มใช้นโยบายให้ใส่ชุดไปรเวทมาเรียนได้จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าอย่างน้อยๆ หน่วยเริ่มต้นของสังคมอย่างสถานศึกษาก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคำว่าสิทธิและเสรีภาพบ้างแล้ว ความท้าทายต่อมาก็คือจะทำอย่างไรให้เยาวชนเข้าใจถึงการใช้สิทธิเหล่านี้โดยไม่ไปเบียดเบียนผู้อื่น แน่นอนว่ามันหมายรวมถึงการใช้เงินสำหรับชุดไปรเวทนี้ด้วยซึ่งประเด็นนี้เราเป็นกำลังใจให้ครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: BBC, AP, Getty Images, Pinterest