STYLE//
MEN'S WEAR
เสื้อผ้า

David Beckham: The King of Menswear

17 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมทำงานอยู่กับ The Sunday Times ผมได้รับโทรศัพท์จากเอเจนซี่ย์ของ David Beckham พวกเขาถามว่า มันพอจะเป็นไปได้มั้ยที่จะถ่ายรูปและสัมภาษณ์พ่อ มิดฟิลด์คนนี้ และ เอาเขาขึ้นปกของ นิตยสาร Style  แน่นอนเราตอบใช่แบบไม่ต้องคิดเลย

 

ซึ่งเรื่องมันก็ไม่นานนักหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ เดวิด เบ็คแฮม โดนไล่ออกในฟุตบอลโลกปี 1998 หลังจงใจย่ำเข้าใส่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ของอาเจนติน่า ตอนนั้นเหล่าเอเย่นต์ของเขากำลังวุ่นกับการจัดแคมเปญประชาสัมพันธ์ และ ปรับปรุงภาพลักษณ์สไตล์ของนักฟุตบอลคนดังอยู่ มีนิตยสารผู้ชายเล่มหนึ่งสัญญาว่าจะเอาเขาขึ้นปก แต่ในนาทีสุดท้าย ก็ตัดสินใจเอาเขาลงแค่หน้าเดียว ดังนั้นเราเลยต้องรีบตีพิมพ์ก่อนหน้าพวกนั้น

 

ในบ่ายวันที่ถ่าย เบ็คแฮม ตรงมาที่สตูดิโอจากสนามบิน ภรรยาของเขา วิคตอเรีย โผล่มาพร้อมอุ้ม บรู๊คลิน ทารกตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอ เบ็คส์ ผู้ซึ่งแม้จะดูเขินอายแต่ก็ดูมีเสน่ห์ กล่าวคำขอโทษที่ผิวเขาแดงเกินไปหน่อย (เขาเผลอไปหลับบนเตียงอาบแดดก่อนหน้านี้ซึ่งมันทำให้ผิวเขาถูกเผา)

 

เราจับเขาไปใส่ในแจ็คเก็ตหนังสีแดงสุดเด่น จัดแต่งผมให้เป็นทรง Quiff สุดอลังการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับถ่าย  ในวันอาทิตย์ถัดมาเราก็ตีพิมพ์เรื่องของเขา และวันจันทร์ถัดไปอีกภาพของเขาก็ไปโผล่อยู่ในหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศ ซึ่งทุกคนก็แฮปปี้ แน่นอนเว้นเสียแต่นิตยสารผู้ชายบางเล่มเท่านั้น

 

17 ปีต่อมา เส้นทางของเราก็ได้มาบรรจบกันอีกครั้ง ไม่นานมานี้ เบ็คแฮม ได้มาอธิบายผมและเพื่อนร่วมงานจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับคอลเลคชั่นแรกที่มีการปรับโฉมใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย Kent & Curwen เครื่องแบบกีฬาแบบดั้งเดิมซึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยโดยเจ้าของกลุ่มใหม่ เบ็คแฮม ได้ลงทุนให้กับบริษัทนี้และทำงานในส่วนของ หน้าเว็ปไซด์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ (Daniel Kearns รับผิดชอบงานนั้น) แต่เขาก็มีส่วนในการตัดสินใจอย่างมากสำหรับสไตล์ที่เด่นชัดในการตัดเย็บที่ทันสมัยเข้ากับรูปร่างได้ดีมีความคลาสสิก อันจะเห็นได้ในของทุกชิ้นทั้งคอลเลคชั่นแรกนี้

 

แบรนด์เก่าแก่หลายๆแบรนด์ที่เติบโตบนถนน Savile Row หรือในสภาพแวดล้อมของเมืองMayfair กำลังหาทางที่จะทำให้แบรนด์ของตัวเองเข้ากับคน Generation ใหม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น Kent & Curwen ซึ่งมีเน็กไทลาย regatta (ลายเรือใบ) สำหรับทีมพายเรือของวิทยาลัย Eton และมหาวิทยาลัย Cambridge รวมถึงของสถาบันกีฬาอื่นๆ ในวันนี้ของเหล่านั้นได้รับการยอมรับให้เป็นของขึ้นหิ้งไปแล้วแต่ก็ยังให้ความรู้สึกแบบร่วมสมัยออยู่ เสื้อเชิ้ตรักบี้สไตล์วินเทจซึ่งทำจากคอตตอนผ้าฟอกนุ่ม ที่มีตราสัญลักษณ์ของ English Rose (กุหลาบอังกฤษ) และ Three Lions (สิงโตสามตัว) ของแบรนด์ และความโชคดีอย่างถัดมาก็คือการได้มาร่วมงานกับ Beckham และได้มีเสื้อโค้ทสไตล์crombie(เสื้อโค้ทสามส่วน)ที่ตัดมาอย่างทันสมัย   peacoat (โอเวอร์โค้ทกระดุมคู่) สีกรมที่มีปกเสื้อทำมาจากขนแกะ และ แจ็กเก็ตลายสก็อตผ้าขรุขระ ไปจนถึงที่เห็นได้ชัดกว่านั้นอย่าง สวีตเตอร์นักคริกเก็ตและ เบลเซอร์ที่มีลายregatta อยู่บางๆ

 

เบ็คแฮม ผู้นำเสนอคอลเลคชั่นให้กับสื่อต่างๆและผู้ซื้อ ทำหน้าที่ได้น่าประทับใจมาก ก่อนที่เขาจะส่งต่อให้กับดีไซเนอร์ได้ทำหน้าพูดถึงสินค้าทีละชิ้นต่อ ชายหนุ่มอายุ 41 ผู้มีความมั่นใจ เปลี่ยนไปจากนักฟุตบอลหนุ่มพูดจานุ่มนิ่มที่เคยปล่อยให้ตัวเองโดนแดดเผาบนเตียงอาบแดดจนจำแทบไม่ได้ และในหลายปีมานี้ เบ็คแฮม ได้เปลี่ยนจากคนที่ถูกหัวเราะเยาะเวลาที่ลองเทรนด์ใหม่ๆ (เช่น ใส่ชุดหนังตั้งแต่หัวจรดเท้า ใส่โสร่ง ที่คาดผม) มาเป็นคนกำหนดเทรนด์แล้วในตอนนี้

 

แม้จะด้วยชื่อเสียง ความร่ำรวย และด้วยภรรยาของเขา แต่ในบางจุดเบ็คแฮมก็คือของจริง แค่มองดูเราก็รู้ได้ว่าเขาเลือกและชอบในสิ่งที่เขาใส่ เราได้เห็นผู้ชายที่สนุกสุดเหวี่ยง (เขาเก็บอาการเมาค้างจากงานวันเกิดของเพื่อนสนิทเขาเมื่อคืนก่อนได้อย่างไม่เกรงกลัว) และได้เห็นคนที่เติบโตขึ้นมาอย่างมั่นใจในตัวเอง ในช่วงเวลาที่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมาจากความเสแสร้ง เราก็ยังได้เห็นของแท้ที่มีเสน่ห์ได้มากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเบ็คแฮมสามารถทำแบรนด์ได้ดีเหมือนกับที่ทำกับตัวเขาเอง เขาก็คงได้กุมความสำเร็จอีกอันไว้ในมือเขา (หรือเท้า)

 


 

Translated by: Karankorn

Source: Esquire UK


YOU MIGHT LIKE !



David Beckham: The King of Menswear

17 ปีที่แล้ว ตอนที่ผมทำงานอยู่กับ The Sunday Times ผมได้รับโทรศัพท์จากเอเจนซี่ย์ของ David Beckham พวกเขาถามว่า มันพอจะเป็นไปได้มั้ยที่จะถ่ายรูปและสัมภาษณ์พ่อ มิดฟิลด์คนนี้ และ เอาเขาขึ้นปกของ นิตยสาร Style  แน่นอนเราตอบใช่แบบไม่ต้องคิดเลย

 

ซึ่งเรื่องมันก็ไม่นานนักหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ เดวิด เบ็คแฮม โดนไล่ออกในฟุตบอลโลกปี 1998 หลังจงใจย่ำเข้าใส่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ของอาเจนติน่า ตอนนั้นเหล่าเอเย่นต์ของเขากำลังวุ่นกับการจัดแคมเปญประชาสัมพันธ์ และ ปรับปรุงภาพลักษณ์สไตล์ของนักฟุตบอลคนดังอยู่ มีนิตยสารผู้ชายเล่มหนึ่งสัญญาว่าจะเอาเขาขึ้นปก แต่ในนาทีสุดท้าย ก็ตัดสินใจเอาเขาลงแค่หน้าเดียว ดังนั้นเราเลยต้องรีบตีพิมพ์ก่อนหน้าพวกนั้น

 

ในบ่ายวันที่ถ่าย เบ็คแฮม ตรงมาที่สตูดิโอจากสนามบิน ภรรยาของเขา วิคตอเรีย โผล่มาพร้อมอุ้ม บรู๊คลิน ทารกตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอ เบ็คส์ ผู้ซึ่งแม้จะดูเขินอายแต่ก็ดูมีเสน่ห์ กล่าวคำขอโทษที่ผิวเขาแดงเกินไปหน่อย (เขาเผลอไปหลับบนเตียงอาบแดดก่อนหน้านี้ซึ่งมันทำให้ผิวเขาถูกเผา)

 

เราจับเขาไปใส่ในแจ็คเก็ตหนังสีแดงสุดเด่น จัดแต่งผมให้เป็นทรง Quiff สุดอลังการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับถ่าย  ในวันอาทิตย์ถัดมาเราก็ตีพิมพ์เรื่องของเขา และวันจันทร์ถัดไปอีกภาพของเขาก็ไปโผล่อยู่ในหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศ ซึ่งทุกคนก็แฮปปี้ แน่นอนเว้นเสียแต่นิตยสารผู้ชายบางเล่มเท่านั้น

 

17 ปีต่อมา เส้นทางของเราก็ได้มาบรรจบกันอีกครั้ง ไม่นานมานี้ เบ็คแฮม ได้มาอธิบายผมและเพื่อนร่วมงานจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับคอลเลคชั่นแรกที่มีการปรับโฉมใหม่ของแบรนด์เสื้อผ้าผู้ชาย Kent & Curwen เครื่องแบบกีฬาแบบดั้งเดิมซึ่งได้รับการเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยโดยเจ้าของกลุ่มใหม่ เบ็คแฮม ได้ลงทุนให้กับบริษัทนี้และทำงานในส่วนของ หน้าเว็ปไซด์ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นดีไซเนอร์ (Daniel Kearns รับผิดชอบงานนั้น) แต่เขาก็มีส่วนในการตัดสินใจอย่างมากสำหรับสไตล์ที่เด่นชัดในการตัดเย็บที่ทันสมัยเข้ากับรูปร่างได้ดีมีความคลาสสิก อันจะเห็นได้ในของทุกชิ้นทั้งคอลเลคชั่นแรกนี้

 

แบรนด์เก่าแก่หลายๆแบรนด์ที่เติบโตบนถนน Savile Row หรือในสภาพแวดล้อมของเมืองMayfair กำลังหาทางที่จะทำให้แบรนด์ของตัวเองเข้ากับคน Generation ใหม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น Kent & Curwen ซึ่งมีเน็กไทลาย regatta (ลายเรือใบ) สำหรับทีมพายเรือของวิทยาลัย Eton และมหาวิทยาลัย Cambridge รวมถึงของสถาบันกีฬาอื่นๆ ในวันนี้ของเหล่านั้นได้รับการยอมรับให้เป็นของขึ้นหิ้งไปแล้วแต่ก็ยังให้ความรู้สึกแบบร่วมสมัยออยู่ เสื้อเชิ้ตรักบี้สไตล์วินเทจซึ่งทำจากคอตตอนผ้าฟอกนุ่ม ที่มีตราสัญลักษณ์ของ English Rose (กุหลาบอังกฤษ) และ Three Lions (สิงโตสามตัว) ของแบรนด์ และความโชคดีอย่างถัดมาก็คือการได้มาร่วมงานกับ Beckham และได้มีเสื้อโค้ทสไตล์crombie(เสื้อโค้ทสามส่วน)ที่ตัดมาอย่างทันสมัย   peacoat (โอเวอร์โค้ทกระดุมคู่) สีกรมที่มีปกเสื้อทำมาจากขนแกะ และ แจ็กเก็ตลายสก็อตผ้าขรุขระ ไปจนถึงที่เห็นได้ชัดกว่านั้นอย่าง สวีตเตอร์นักคริกเก็ตและ เบลเซอร์ที่มีลายregatta อยู่บางๆ

 

เบ็คแฮม ผู้นำเสนอคอลเลคชั่นให้กับสื่อต่างๆและผู้ซื้อ ทำหน้าที่ได้น่าประทับใจมาก ก่อนที่เขาจะส่งต่อให้กับดีไซเนอร์ได้ทำหน้าพูดถึงสินค้าทีละชิ้นต่อ ชายหนุ่มอายุ 41 ผู้มีความมั่นใจ เปลี่ยนไปจากนักฟุตบอลหนุ่มพูดจานุ่มนิ่มที่เคยปล่อยให้ตัวเองโดนแดดเผาบนเตียงอาบแดดจนจำแทบไม่ได้ และในหลายปีมานี้ เบ็คแฮม ได้เปลี่ยนจากคนที่ถูกหัวเราะเยาะเวลาที่ลองเทรนด์ใหม่ๆ (เช่น ใส่ชุดหนังตั้งแต่หัวจรดเท้า ใส่โสร่ง ที่คาดผม) มาเป็นคนกำหนดเทรนด์แล้วในตอนนี้

 

แม้จะด้วยชื่อเสียง ความร่ำรวย และด้วยภรรยาของเขา แต่ในบางจุดเบ็คแฮมก็คือของจริง แค่มองดูเราก็รู้ได้ว่าเขาเลือกและชอบในสิ่งที่เขาใส่ เราได้เห็นผู้ชายที่สนุกสุดเหวี่ยง (เขาเก็บอาการเมาค้างจากงานวันเกิดของเพื่อนสนิทเขาเมื่อคืนก่อนได้อย่างไม่เกรงกลัว) และได้เห็นคนที่เติบโตขึ้นมาอย่างมั่นใจในตัวเอง ในช่วงเวลาที่หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมาจากความเสแสร้ง เราก็ยังได้เห็นของแท้ที่มีเสน่ห์ได้มากขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าเบ็คแฮมสามารถทำแบรนด์ได้ดีเหมือนกับที่ทำกับตัวเขาเอง เขาก็คงได้กุมความสำเร็จอีกอันไว้ในมือเขา (หรือเท้า)

 


 

Translated by: Karankorn

Source: Esquire UK