STYLE//
RECOMMEND
คู่มือการแต่งตัว

‘บูม วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์กางเกงยีนส์ SelvedgeWork

บูม วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ, 24 ปี, ผู้ก่อตั้งแบรนด์กางเกงยีนส์ SelvedgeWork

 

ช่วงบ่ายของวันหนึ่งกลางฤดูฝนที่ร้อนจัดผมมีนัดคุยกับหนุ่มนักธุรกิจสายแฟชั่นท่านหนึ่งแถวสยามสแควร์คนที่ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินเรื่องราวของเขามาสั้นๆรวมความยาวไม่เกินสามนาทีที่เมื่อได้ยินแล้วต้องหาโอกาสมาบุกที่รังและตามเจ้าตัวมานั่งสนทนาด้วย

 

โอ๊ย…..…แม่งเอ้ยยบทสนทนาของเราเริ่มขึ้นตอนที่เขายืดแขนข้างขวาออกมายั้งรับน้ำหนักตัวลงที่โซฟาก่อนจะหย่อนก้นลงนั่ง

 

เพิ่งโดนรถชนมาน่ะพี่ เชื่อไหมว่ารถผมหายไปครึ่งคัน ถ้าเบรคไม่ทันก็น่าจะตายไปแล้ว เดี๋ยวนี้ระวังตัวเองแม่งยังไม่พอนะ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ประมาทแล้วจะปลอดภัย ไม่เลยครับ คิดผิด

 

ท่าทางโผงผางตรงไปตรงมาปนตลกเฮฮาในการเล่าเรื่องของบูมนึกทำให้ผมอยากรู้จักเขาในตอนเด็กๆ

 

เรียนหนังสือเก่งไหม

ผมเป็นเด็กซ่าครับพี่ จำความได้ว่าซ่าตั้งแต่ประถมจนมหาลัย

 

ซ่านี่ยังไง ประมาณไหน

ก็ประมาณว่าทำพ่อแม่ปวดหัวตลอดครับ คือผมเป็นพวกชอบทดลอง ชอบทำอะไรใหม่ๆ เฮฮาเพื่อนฝูงผมเอาหมด ไม่ใช่พวกเรียนเก่งนั่งหน้าห้อง แต่ก็เป็นพวกเอาตัวรอดได้นะครับ

 

แล้วตอนเข้ามหาลัยเลือกเรียนอะไร

คือตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นอะไร แต่สิ่งที่ผมชอบก็มีถ่ายรูป เล่นดนตรี และชอบศิลปะผมหลุดปากเดาออกไปว่า ถ้าสมองซีกขวานายจะมาเต็มขนาดนี้ ศิลปกรรม หรือนิเทศน์ ก่อนที่บูมจะยืนมือมาแตะๆ ที่ไหล่ผมเบาๆผมเรียนการตลาดครับ

 

เสียงหัวเราะของเราระเบิดขึ้นดังกลบเสียงเพลงในร้าน

 

ผมแย๊บทวงถามถึงที่มาของการเปิดร้านยีนส์สัญชาติไทย เพราะไม่รู้ว่าปูมหลังฝังใจเรื่องกางเกงยีนส์ของเขามันเป็นยังไงกันแน่ ถึงได้ทำให้เขาตัดสินใจเดินมาทางนี้

จะว่าผมเติบโตมากับกางเกงยีนส์ก็ไม่ผิดครับ คือที่บ้านผมเนี่ยรับจ้างผลิตกางเกงยีนส์อยู่แล้ว เห็นมาตั้งแต่เด็ก เดินลงมาจากบ้านก็เจอช่างเย็บ วิ่งเล่นอยู่ในโรงงาน ได้ยินเสียงเครื่องจักร ได้กลิ่นสาปยีนส์มาตั้งแต่เกิด จะเรียกว่าอยู่ในสายเลือดก็ไม่ผิด ด้วยความชอบส่วนตัวอย่างที่ได้บอกไป ผมเลยใส่กางเกงยีนส์ที่ตัวเองออกแบบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว

 

มาถึงตรงนี้ผมจึงเข้าใจอย่างโปร่งใสว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจมาทำงานนี้ ผมถามเขาว่า

 

ทำกางเกงยีนส์ให้คนไทยใส่ยากไหม

คือถ้าพูดถึงเรี่องเชป รูปทรง ก็แทบจะเรียกได้ว่าต้องมาทำเวิร์คช็อปกันใหม่หมดเลยครับ ผมใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งหมดไปกับการทำเซอร์เวย์ข้อมูลด้านความต้องการของผู้บริโภคที่ผมอยากจะจับตลาด ว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไร ใส่ทรงประมาณไหน หุ่นเป็นยังไง เราก็เอาข้อมูลพวกนี้มาตกผลึกแล้วก็เริ่มสร้างกางเกงยีนส์จากตรงนั้น โดยบวกกับเอกลักษณ์ของความเป็นแบรนด์เซลเวดจ์เวิร์คเข้าไป

 

เขาเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ผมฟังด้วยความไหลลื่นผ่านน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเรื่องก่อนหน้านี้ทั้งหมดแน่นอนล่ะว่าผมอยากรู้อยากเห็นว่าไอ้เจ้าเอกลักษณ์ของเซลเวดจ์เวิร์คเนี่ยมันคืออะไรหน้าตาเป็นยังไง

 

ความตั้งใจของผมคืออยากจะทำงานที่มันเป็นแฮนด์คราฟท์ ทำงานที่ผ่านการใส่ใจรายละเอียดมากๆ  และสร้างมันขึ้นมาให้เป็นของเฉพาะแต่ละบุคคลจริงๆ คือทุกคนมันมีความชอบส่วนตัวเนอะ จะมาบอกว่าที่คุณใส่น่ะมันไม่ถูก ไม่เท่ มันไม่ได้ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย ให้ตายเถอะ ผมไม่กล้าบอกด้วยซ้ำว่าใครควรใส่อะไร ผมเลยอยากสร้างกางเกงยีนส์ที่ดีที่สุดให้เฉพาะบุคคลโดยการให้ลูกค้าของเรา จะมีส่วนร่วมในการออกแบบกางเกงยีนส์ของตัวเอง เพื่อให้ผู้ครอบครองรู้สึกภูมิใจไปกับมัน” 

 

ถ้าไปเห็นคนใส่ยีนส์ทั่วไปจะรู้ได้ไงว่าเนี่ยแหละงานจากเซลเวดจ์เวิร์ค

โลโก้รูปกรรไกรที่ถูกสอยด้วยมือติดเข้าไปกับกางเกงยีนส์นี่แหละครับ ที่จะบอกว่านี่ล่ะกางเกงยีนส์ของเรา ผ่านความตั้งใจและมีเจ้าของเพียงคนเดียวจริงๆ

 

มิชชั่นสำหรับทุกอย่างที่ผมอยากจะทำเพื่อสร้างกางเกงยีนส์ที่ดีที่สุดขึ้นมาให้แต่ละเฉพาะบุคคลมีแค่สามอย่างเท่านั้นล่ะครับ อย่าแรกคือควอลิตี้สำคัญที่สุด ผมอยากให้เรื่องคุณภาพมันเป็นจารีตของแบรนด์นี้ ผมเลือกใช้ผ้าจากโรงทอชั้นนำของโลก ญี่ปุ่น อเมริกา อิตาลี แล้วก็ประเทศไทย ป้ายหนังวัวจากโปแลนด์ เครื่องฟอกจากสเปน เครื่องยิงเลเซอร์จากเยอรมนี ที่สำคัญคือช่างเย็บทุกคนเก๋ามาก

 

อย่างที่สองคือรายละเอียด คอนเซ็ปต์ของร้านเราคือ ‘It’s all about details’ ทุกอย่างอยู่ในรายละเอียด การได้เสพงานที่มีรายละเอียด และผ่านการคิดมาเยอะๆ มันมีความภูมิใจ

 

สวนข้อสุดท้ายก็คือ ‘It’s all about you here’ ก็ตรงตัวเลยครับ ว่ามันคือการเกงยีนส์ของคุณ คุณเดินเข้ามาที่นี่ เลือกวัตถุดิบเองโดยมีเราเป็นองค์ประกอบด้านคุณภาพ ให้คำปรึกษา และสร้างมันออกมาให้คุณ

 

ผมคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ซับซ้อนมาก ผมชอบแบบนี้ พี่ชอบแบบนั้น อย่างผมไม่ชอบเสื้อสีแดงแบบที่พี่ใสอยู่ แล้วบอกพี่ว่า เฮ้ย สีนี้มันไม่ดีนะ ไม่หล่อ ใส่ได้ไงอ่ะ มันก็ไม่ใช่ ยีนส์ของเราก็เหมือนกัน ก็จะทำแบบนี้อ่ะ มันไม่มีผิด ไม่มีถูก เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวล้วนๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหากได้สวมใส่อะไรแล้วเรารู้สึกภูมิใจไปกับมัน แบบนั้นแหละครับที่ผมเรียกว่าใช่

 

หลังการสนทนาของเราจบลง ความตั้งใจจริงของเด็กหนุ่มคนนี้ที่ผมรับรู้ได้จากการพูดคุยของเราเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำให้ผมตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายให้กับกางเกงยีนส์ที่แพงที่สุดในชีวิตเพราะเสือกตาถึง! ดันไปเลือกผ้ายีนส์ที่หนาที่สุดในร้านมันคือผ้าริมแดงรุ่นใหม่ที่บูมเพิ่งสั่งมาจากโรงทอผ้ายีนส์ชั้นนำของโลกที่ตั้งอยู่ในรัฐนอร์ธแครอไลนาประเทศสหรัฐอเมริกาบูมบอกกับผมว่า

 

ยีนส์ดีดีตัวหนึ่งใส่กันได้เป็นสิบยี่สิบปีนะพี่ ถ้ามองว่าเป็นการลงทุนก็คุ้มค่ามาก จะเล่นทั้งทีก็เอาให้สุดเลยครับพี่ เดี๋ยวผมดูเรื่องราคาให้ เลือกที่พี่ชอบ เอาที่พี่พอใจ ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ

 

STORY BY JATUWAT SRICHAN

EDITED BY PARON S.




‘บูม วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์กางเกงยีนส์ SelvedgeWork

บูม วิชพงษ์ หัตถสุวรรณ, 24 ปี, ผู้ก่อตั้งแบรนด์กางเกงยีนส์ SelvedgeWork

 

ช่วงบ่ายของวันหนึ่งกลางฤดูฝนที่ร้อนจัดผมมีนัดคุยกับหนุ่มนักธุรกิจสายแฟชั่นท่านหนึ่งแถวสยามสแควร์คนที่ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินเรื่องราวของเขามาสั้นๆรวมความยาวไม่เกินสามนาทีที่เมื่อได้ยินแล้วต้องหาโอกาสมาบุกที่รังและตามเจ้าตัวมานั่งสนทนาด้วย

 

โอ๊ย…..…แม่งเอ้ยยบทสนทนาของเราเริ่มขึ้นตอนที่เขายืดแขนข้างขวาออกมายั้งรับน้ำหนักตัวลงที่โซฟาก่อนจะหย่อนก้นลงนั่ง

 

เพิ่งโดนรถชนมาน่ะพี่ เชื่อไหมว่ารถผมหายไปครึ่งคัน ถ้าเบรคไม่ทันก็น่าจะตายไปแล้ว เดี๋ยวนี้ระวังตัวเองแม่งยังไม่พอนะ ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ประมาทแล้วจะปลอดภัย ไม่เลยครับ คิดผิด

 

ท่าทางโผงผางตรงไปตรงมาปนตลกเฮฮาในการเล่าเรื่องของบูมนึกทำให้ผมอยากรู้จักเขาในตอนเด็กๆ

 

เรียนหนังสือเก่งไหม

ผมเป็นเด็กซ่าครับพี่ จำความได้ว่าซ่าตั้งแต่ประถมจนมหาลัย

 

ซ่านี่ยังไง ประมาณไหน

ก็ประมาณว่าทำพ่อแม่ปวดหัวตลอดครับ คือผมเป็นพวกชอบทดลอง ชอบทำอะไรใหม่ๆ เฮฮาเพื่อนฝูงผมเอาหมด ไม่ใช่พวกเรียนเก่งนั่งหน้าห้อง แต่ก็เป็นพวกเอาตัวรอดได้นะครับ

 

แล้วตอนเข้ามหาลัยเลือกเรียนอะไร

คือตอนนั้นผมยังไม่รู้เลยว่าอยากเป็นอะไร แต่สิ่งที่ผมชอบก็มีถ่ายรูป เล่นดนตรี และชอบศิลปะผมหลุดปากเดาออกไปว่า ถ้าสมองซีกขวานายจะมาเต็มขนาดนี้ ศิลปกรรม หรือนิเทศน์ ก่อนที่บูมจะยืนมือมาแตะๆ ที่ไหล่ผมเบาๆผมเรียนการตลาดครับ

 

เสียงหัวเราะของเราระเบิดขึ้นดังกลบเสียงเพลงในร้าน

 

ผมแย๊บทวงถามถึงที่มาของการเปิดร้านยีนส์สัญชาติไทย เพราะไม่รู้ว่าปูมหลังฝังใจเรื่องกางเกงยีนส์ของเขามันเป็นยังไงกันแน่ ถึงได้ทำให้เขาตัดสินใจเดินมาทางนี้

จะว่าผมเติบโตมากับกางเกงยีนส์ก็ไม่ผิดครับ คือที่บ้านผมเนี่ยรับจ้างผลิตกางเกงยีนส์อยู่แล้ว เห็นมาตั้งแต่เด็ก เดินลงมาจากบ้านก็เจอช่างเย็บ วิ่งเล่นอยู่ในโรงงาน ได้ยินเสียงเครื่องจักร ได้กลิ่นสาปยีนส์มาตั้งแต่เกิด จะเรียกว่าอยู่ในสายเลือดก็ไม่ผิด ด้วยความชอบส่วนตัวอย่างที่ได้บอกไป ผมเลยใส่กางเกงยีนส์ที่ตัวเองออกแบบมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว

 

มาถึงตรงนี้ผมจึงเข้าใจอย่างโปร่งใสว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจมาทำงานนี้ ผมถามเขาว่า

 

ทำกางเกงยีนส์ให้คนไทยใส่ยากไหม

คือถ้าพูดถึงเรี่องเชป รูปทรง ก็แทบจะเรียกได้ว่าต้องมาทำเวิร์คช็อปกันใหม่หมดเลยครับ ผมใช้เวลาหนึ่งปีครึ่งหมดไปกับการทำเซอร์เวย์ข้อมูลด้านความต้องการของผู้บริโภคที่ผมอยากจะจับตลาด ว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไร ใส่ทรงประมาณไหน หุ่นเป็นยังไง เราก็เอาข้อมูลพวกนี้มาตกผลึกแล้วก็เริ่มสร้างกางเกงยีนส์จากตรงนั้น โดยบวกกับเอกลักษณ์ของความเป็นแบรนด์เซลเวดจ์เวิร์คเข้าไป

 

เขาเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ผมฟังด้วยความไหลลื่นผ่านน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเรื่องก่อนหน้านี้ทั้งหมดแน่นอนล่ะว่าผมอยากรู้อยากเห็นว่าไอ้เจ้าเอกลักษณ์ของเซลเวดจ์เวิร์คเนี่ยมันคืออะไรหน้าตาเป็นยังไง

 

ความตั้งใจของผมคืออยากจะทำงานที่มันเป็นแฮนด์คราฟท์ ทำงานที่ผ่านการใส่ใจรายละเอียดมากๆ  และสร้างมันขึ้นมาให้เป็นของเฉพาะแต่ละบุคคลจริงๆ คือทุกคนมันมีความชอบส่วนตัวเนอะ จะมาบอกว่าที่คุณใส่น่ะมันไม่ถูก ไม่เท่ มันไม่ได้ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นเลย ให้ตายเถอะ ผมไม่กล้าบอกด้วยซ้ำว่าใครควรใส่อะไร ผมเลยอยากสร้างกางเกงยีนส์ที่ดีที่สุดให้เฉพาะบุคคลโดยการให้ลูกค้าของเรา จะมีส่วนร่วมในการออกแบบกางเกงยีนส์ของตัวเอง เพื่อให้ผู้ครอบครองรู้สึกภูมิใจไปกับมัน” 

 

ถ้าไปเห็นคนใส่ยีนส์ทั่วไปจะรู้ได้ไงว่าเนี่ยแหละงานจากเซลเวดจ์เวิร์ค

โลโก้รูปกรรไกรที่ถูกสอยด้วยมือติดเข้าไปกับกางเกงยีนส์นี่แหละครับ ที่จะบอกว่านี่ล่ะกางเกงยีนส์ของเรา ผ่านความตั้งใจและมีเจ้าของเพียงคนเดียวจริงๆ

 

มิชชั่นสำหรับทุกอย่างที่ผมอยากจะทำเพื่อสร้างกางเกงยีนส์ที่ดีที่สุดขึ้นมาให้แต่ละเฉพาะบุคคลมีแค่สามอย่างเท่านั้นล่ะครับ อย่าแรกคือควอลิตี้สำคัญที่สุด ผมอยากให้เรื่องคุณภาพมันเป็นจารีตของแบรนด์นี้ ผมเลือกใช้ผ้าจากโรงทอชั้นนำของโลก ญี่ปุ่น อเมริกา อิตาลี แล้วก็ประเทศไทย ป้ายหนังวัวจากโปแลนด์ เครื่องฟอกจากสเปน เครื่องยิงเลเซอร์จากเยอรมนี ที่สำคัญคือช่างเย็บทุกคนเก๋ามาก

 

อย่างที่สองคือรายละเอียด คอนเซ็ปต์ของร้านเราคือ ‘It’s all about details’ ทุกอย่างอยู่ในรายละเอียด การได้เสพงานที่มีรายละเอียด และผ่านการคิดมาเยอะๆ มันมีความภูมิใจ

 

สวนข้อสุดท้ายก็คือ ‘It’s all about you here’ ก็ตรงตัวเลยครับ ว่ามันคือการเกงยีนส์ของคุณ คุณเดินเข้ามาที่นี่ เลือกวัตถุดิบเองโดยมีเราเป็นองค์ประกอบด้านคุณภาพ ให้คำปรึกษา และสร้างมันออกมาให้คุณ

 

ผมคิดว่ามนุษย์เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ซับซ้อนมาก ผมชอบแบบนี้ พี่ชอบแบบนั้น อย่างผมไม่ชอบเสื้อสีแดงแบบที่พี่ใสอยู่ แล้วบอกพี่ว่า เฮ้ย สีนี้มันไม่ดีนะ ไม่หล่อ ใส่ได้ไงอ่ะ มันก็ไม่ใช่ ยีนส์ของเราก็เหมือนกัน ก็จะทำแบบนี้อ่ะ มันไม่มีผิด ไม่มีถูก เป็นเรื่องของรสนิยมส่วนตัวล้วนๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหากได้สวมใส่อะไรแล้วเรารู้สึกภูมิใจไปกับมัน แบบนั้นแหละครับที่ผมเรียกว่าใช่

 

หลังการสนทนาของเราจบลง ความตั้งใจจริงของเด็กหนุ่มคนนี้ที่ผมรับรู้ได้จากการพูดคุยของเราเกือบหนึ่งชั่วโมง ทำให้ผมตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายให้กับกางเกงยีนส์ที่แพงที่สุดในชีวิตเพราะเสือกตาถึง! ดันไปเลือกผ้ายีนส์ที่หนาที่สุดในร้านมันคือผ้าริมแดงรุ่นใหม่ที่บูมเพิ่งสั่งมาจากโรงทอผ้ายีนส์ชั้นนำของโลกที่ตั้งอยู่ในรัฐนอร์ธแครอไลนาประเทศสหรัฐอเมริกาบูมบอกกับผมว่า

 

ยีนส์ดีดีตัวหนึ่งใส่กันได้เป็นสิบยี่สิบปีนะพี่ ถ้ามองว่าเป็นการลงทุนก็คุ้มค่ามาก จะเล่นทั้งทีก็เอาให้สุดเลยครับพี่ เดี๋ยวผมดูเรื่องราคาให้ เลือกที่พี่ชอบ เอาที่พี่พอใจ ที่เหลือเดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ

 

STORY BY JATUWAT SRICHAN

EDITED BY PARON S.