การปรากฏตัวของแบบร่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6 ซึ่งสาบสูญไปกว่า 100 ปี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการปรับเปลี่ยนพระราชพิธีไปตามพระราชนิยมบ้างแต่ละราชวงศ์แต่ละรัชกาล ทว่าหลักฐานที่เรามีเกี่ยวกับพระราชพิธีนี้ส่วนใหญ่อยู่ในบันทึกเป็นตัวหนังสือ เช่น เรารู้ว่าพระราชพิธีนี้ในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง สำหรับน้ำอภิเษกนั้น พระมหากษัตริย์ “...ทรงรับมาสรงพระพักตร์แล้วรับเสวยน้อยหนึ่ง แล้วผันพระองค์ไปตามทิศอาคเนย์โดยทักขิณาวัฏ...” ตามที่อยู่ในหนังสือสมุดไทยดำในสมัยนั้น

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

คือเราจะนึกภาพพระราชพิธีนี้ในสมัยโบราณไม่ออกเลยต้องอาศัยแต่จินตนาการจากการอ่านบันทึกเท่านั้น ยังดีที่สมัยหลังมีการบันทึกภาพแล้ว อย่างพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้า มีบันทึกไว้ในแผ่นฟิล์มและภาพถ่าย และเราก็เพิ่งได้ชมภาพยนตร์ซึ่งผ่านการบูรณะจากเศษฟิล์มไนเตรด (ทางหอภาพยนตร์ซ่อมแซมฟิล์มเก่าซึ่งคุณโดม สุขวงศ์ไปพบโดยบังเอิญที่โกดังของการรถไฟฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน)

 

เป็นหนังบันทึกภาพงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 93 ปีก่อน เราเห็นความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ชัดเจนก็ต่อเมื่อมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้เห็น 

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ล่าสุดทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เพิ่งไปพบหลักฐานของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 109 ปีมาแล้ว หลักฐานที่ว่าคือภาพร่างสีฝุ่นซึ่งศิลปินชาวอิตาเลียนชื่อกาลิเลโอ คีนีเขียนจากภาพที่บันทึกไว้ในงานพระราชพิธี

(ขออธิบายนิดหนึ่งว่าสมัยก่อนประชาชนคนธรรมดาอย่างเราไม่มีโอกาสได้ชมพระราชพิธีสำคัญนี้มีแต่พระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นที่ได้เห็นพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง)

 

แบบร่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6 ที่เพิ่งค้นพบ

 

เมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครค้นพบงานชิ้นสำคัญนี้ด้วยเหตุบังเอิญในช่วงที่มีการเคลียร์คลังเก็บงานศิลปะและวัตถุโบราณต่างๆภาพร่างสีฝุ่นขนาดยักษ์ (กว้าง 5 เมตรสูง 9 เมตรโดยประมาณ) ถูกพับเก็บไว้ในหีบโดยไม่มีป้ายบอก (และน่าจะอยู่ในหีบไปนี้มานานหลายสิบหรืออาจจะกว่าร้อยปี)

 

เจ้าหน้าที่ลองคลี่เปิดภาพดูเห็นภาพพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ในสมัยนั้นจึงคิดว่าน่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลังจากค้นและไล่เลียงข้อมูลหลักฐานจึงรู้ว่านี่เป็นภาพร่างของศิลปินชาวอิลาลีชื่อกาลิเลโอ คีนี “ตอนที่เปิดออกมาสีและกาวที่ทารองพื้นภาพเขียนไว้ร่วงออกมาเป็นผงภาพเขียนอยู่ในสภาพทรุดโทรมแต่พอมองออกว่านี่คือภาพร่างของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่หก” เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟัง 

 

 

 

 

กาลิเลโอคีนีเป็นศิลปินชาวอิตาลีซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงว่าจ้างให้มาวาดภาพปูนเปียกเฟรสโกไว้ประดับเพดานโดมภายในพระที่นั่งอนันตสมาคมแต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนที่คีนีจะเดินทางมาถึงกาลิเลโอคีนีเป็นศิลปินซึ่งน่าจะจัดได้ว่าเป็นสายสกุลช่างอาร์ตนูโวเชื่อว่าเขามีโอกาสสเก็ตช์ภาพเหตุการณ์ในพระราชพิธีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมพ.ศ. 2454 

 

ที่เรียกภาพนี้เป็นภาพร่างเพราะเป็นภาพที่คีนีเขียนขึ้นโดยไม่ลงรายละเอียดทั้งหมดเขาเขียนขึ้นเพื่อเป็นแบบ (น่าจะเขียนขึ้นระหว่างปี 2455 ถึง 2456) ให้นำขึ้นไปลองติดบนเพดานโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อลองติดดูแล้วปรากฏว่าภาพนี้ ‘ไม่ผ่าน’ คีนีเองต้องแก้ไขจนกลายเป็นภาพที่ปัจจุบันปรากฎอยู่บนเพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลางพระที่นั่งอนันตสมาคมจนถึงปัจจุบัน

 

 

“บนภาพมีรอยตอกเข้าใจว่าเพื่อขึงภาพกับเพดานโดมและภาพเองก็เขียนโดยใช้วิธีปรับเพอร์สเปคตีฟสำหรับให้บุคคลเงยหน้ามองภาพบนเพดาน” เจ้าหน้าที่อธิบายจะว่าไปก็นับเป็น ‘โชคดี’ ที่ทางราชสำนักสั่งให้แก้ภาพเสียใหม่ภาพร่างนี้จึงยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน

 

 

 

ปีนี้ทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกำลังดำเนินงานอนุรักษ์ภาพร่างประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ดำเนินงานโดยกลุ่มงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ทีมนักวิจัยกำลังศึกษาและวางแผนการอนุรักษ์ภาพเขียนซึ่งน่าจะเป็นงานอนุรักษ์ภาพเขียนที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของไทยจะสามารถเปิดให้ประชาชมชมการทำงานอนุรักษ์และเมื่ออนุรักษ์ภาพร่างชิ้นมหึมาจนมีสภาพสมบูรณ์แล้วก็จะจัดแสดงไว้ในนิทรรศการถาวรต่อไปซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะเสร็จ

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในภาพวาดของกาลิเลโอ คีนี


กาลิเลโอ คีนีคือใคร?

‘กาลิเลโอ คินี’ (Galileo Chini) ศิลปินชาวอิตาลี

 

ศิลปินชาวฟลอเรนส์คนนี้มีอายุ 37 ปี เมื่อเดินทางมาทำงานมารับจ้างราชสำนักเขียนภาพที่เมืองสยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้า ทอดพระเนตรผลงานของเขาในงานเวนิสเบียนนาเล ระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง และถูกพระราชหฤทัยในฝีมือ จนเจรจาว่าจ้างคีนีให้มาเขียนภาพตกแต่งพระที่นั่งทรงอิตาเลียนเรอเนซองค์หลังใหม่ ซึ่งก็คือพระที่นั่งอนันตสมาคม 

 

เมื่อเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงสยามก็เปลี่ยนแผ่นดินเป็นรัชสมัยของรัชกาลที่หกแล้วแต่คีนีก็ต้องทำงานซึ่งได้รับมอบหมายให้เสร็จภายใน 30 เดือนงานที่ว่าคือการเขียนเฟรสโกพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีหนึ่งในนั้นคือภาพเขียนเฟรสโกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของรัชกาลที่หก

 

นี่เป็นการเดินทางมาแดนตะวันออกไกลครั้งแรกของคีนีผู้ซึ่งหลงใหลความเอ็กซอติกแห่งแดนตะวันออกในทันทีการเดินทางมาครั้งนี้ส่งอิทธิพลต่องานของเขาไปจนถึงบั้นปลายของชีวิตมีผู้เปรียบการเดินทางมาสยามของเขาว่ามีความสำคัญไม่แพ้การเดินทางไปเกาะตาฮิติของพอลโกแกงเลยนอกเหนือจากงานหลักที่ต้องทำคีนียังมีภาพเขียนและภาพร่างมากมายของชีวิตเมืองสยามตามริมแม่น้ำและชีวิตกลางคืนในเยาวราชเมื่อร้อยกว่าปีก่อน 

 

ต่อมาคีนีเป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียง ทำงานหลากหลายทั้งภาพเขียน ภาพเขียนบนเซรามิก ไปจนถึงออกแบบฉากละครโอเปรา เขาออกแบบฉากเรื่อง Turandot ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองจีนสมัยโบราณ แต่เมื่อเห็นงานแล้วเราจะพบกลิ่นอายของเมืองสยามอยู่ในนั้นไม่น้อย


เรื่อง: Panu B.

ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ




การปรากฏตัวของแบบร่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6 ซึ่งสาบสูญไปกว่า 100 ปี

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระราชพิธีเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการปรับเปลี่ยนพระราชพิธีไปตามพระราชนิยมบ้างแต่ละราชวงศ์แต่ละรัชกาล ทว่าหลักฐานที่เรามีเกี่ยวกับพระราชพิธีนี้ส่วนใหญ่อยู่ในบันทึกเป็นตัวหนังสือ เช่น เรารู้ว่าพระราชพิธีนี้ในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง สำหรับน้ำอภิเษกนั้น พระมหากษัตริย์ “...ทรงรับมาสรงพระพักตร์แล้วรับเสวยน้อยหนึ่ง แล้วผันพระองค์ไปตามทิศอาคเนย์โดยทักขิณาวัฏ...” ตามที่อยู่ในหนังสือสมุดไทยดำในสมัยนั้น

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

คือเราจะนึกภาพพระราชพิธีนี้ในสมัยโบราณไม่ออกเลยต้องอาศัยแต่จินตนาการจากการอ่านบันทึกเท่านั้น ยังดีที่สมัยหลังมีการบันทึกภาพแล้ว อย่างพระราชพิธีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้า มีบันทึกไว้ในแผ่นฟิล์มและภาพถ่าย และเราก็เพิ่งได้ชมภาพยนตร์ซึ่งผ่านการบูรณะจากเศษฟิล์มไนเตรด (ทางหอภาพยนตร์ซ่อมแซมฟิล์มเก่าซึ่งคุณโดม สุขวงศ์ไปพบโดยบังเอิญที่โกดังของการรถไฟฯ เมื่อหลายสิบปีก่อน)

 

เป็นหนังบันทึกภาพงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นภาพเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 93 ปีก่อน เราเห็นความต่อเนื่องของประวัติศาสตร์ชัดเจนก็ต่อเมื่อมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้เห็น 

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ภาพถ่ายจริงของงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6

 

ล่าสุดทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ กรมศิลปากร เพิ่งไปพบหลักฐานของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 109 ปีมาแล้ว หลักฐานที่ว่าคือภาพร่างสีฝุ่นซึ่งศิลปินชาวอิตาเลียนชื่อกาลิเลโอ คีนีเขียนจากภาพที่บันทึกไว้ในงานพระราชพิธี

(ขออธิบายนิดหนึ่งว่าสมัยก่อนประชาชนคนธรรมดาอย่างเราไม่มีโอกาสได้ชมพระราชพิธีสำคัญนี้มีแต่พระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางชั้นผู้ใหญ่เท่านั้นที่ได้เห็นพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวัง)

 

แบบร่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่ 6 ที่เพิ่งค้นพบ

 

เมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครค้นพบงานชิ้นสำคัญนี้ด้วยเหตุบังเอิญในช่วงที่มีการเคลียร์คลังเก็บงานศิลปะและวัตถุโบราณต่างๆภาพร่างสีฝุ่นขนาดยักษ์ (กว้าง 5 เมตรสูง 9 เมตรโดยประมาณ) ถูกพับเก็บไว้ในหีบโดยไม่มีป้ายบอก (และน่าจะอยู่ในหีบไปนี้มานานหลายสิบหรืออาจจะกว่าร้อยปี)

 

เจ้าหน้าที่ลองคลี่เปิดภาพดูเห็นภาพพระบรมวงศานุวงศ์บางพระองค์ในสมัยนั้นจึงคิดว่าน่าจะเป็นภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หลังจากค้นและไล่เลียงข้อมูลหลักฐานจึงรู้ว่านี่เป็นภาพร่างของศิลปินชาวอิลาลีชื่อกาลิเลโอ คีนี “ตอนที่เปิดออกมาสีและกาวที่ทารองพื้นภาพเขียนไว้ร่วงออกมาเป็นผงภาพเขียนอยู่ในสภาพทรุดโทรมแต่พอมองออกว่านี่คือภาพร่างของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชรัชกาลที่หก” เจ้าหน้าที่เล่าให้ฟัง 

 

 

 

 

กาลิเลโอคีนีเป็นศิลปินชาวอิตาลีซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงว่าจ้างให้มาวาดภาพปูนเปียกเฟรสโกไว้ประดับเพดานโดมภายในพระที่นั่งอนันตสมาคมแต่เสด็จสวรรคตเสียก่อนที่คีนีจะเดินทางมาถึงกาลิเลโอคีนีเป็นศิลปินซึ่งน่าจะจัดได้ว่าเป็นสายสกุลช่างอาร์ตนูโวเชื่อว่าเขามีโอกาสสเก็ตช์ภาพเหตุการณ์ในพระราชพิธีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคมพ.ศ. 2454 

 

ที่เรียกภาพนี้เป็นภาพร่างเพราะเป็นภาพที่คีนีเขียนขึ้นโดยไม่ลงรายละเอียดทั้งหมดเขาเขียนขึ้นเพื่อเป็นแบบ (น่าจะเขียนขึ้นระหว่างปี 2455 ถึง 2456) ให้นำขึ้นไปลองติดบนเพดานโดมของพระที่นั่งอนันตสมาคมเมื่อลองติดดูแล้วปรากฏว่าภาพนี้ ‘ไม่ผ่าน’ คีนีเองต้องแก้ไขจนกลายเป็นภาพที่ปัจจุบันปรากฎอยู่บนเพดานโดมด้านทิศตะวันออกของท้องพระโรงกลางพระที่นั่งอนันตสมาคมจนถึงปัจจุบัน

 

 

“บนภาพมีรอยตอกเข้าใจว่าเพื่อขึงภาพกับเพดานโดมและภาพเองก็เขียนโดยใช้วิธีปรับเพอร์สเปคตีฟสำหรับให้บุคคลเงยหน้ามองภาพบนเพดาน” เจ้าหน้าที่อธิบายจะว่าไปก็นับเป็น ‘โชคดี’ ที่ทางราชสำนักสั่งให้แก้ภาพเสียใหม่ภาพร่างนี้จึงยังหลงเหลือมาถึงปัจจุบัน

 

 

 

ปีนี้ทางพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกำลังดำเนินงานอนุรักษ์ภาพร่างประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ดำเนินงานโดยกลุ่มงานวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ทีมนักวิจัยกำลังศึกษาและวางแผนการอนุรักษ์ภาพเขียนซึ่งน่าจะเป็นงานอนุรักษ์ภาพเขียนที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของไทยจะสามารถเปิดให้ประชาชมชมการทำงานอนุรักษ์และเมื่ออนุรักษ์ภาพร่างชิ้นมหึมาจนมีสภาพสมบูรณ์แล้วก็จะจัดแสดงไว้ในนิทรรศการถาวรต่อไปซึ่งน่าจะใช้เวลาอีกเป็นปีกว่าจะเสร็จ

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในภาพวาดของกาลิเลโอ คีนี


กาลิเลโอ คีนีคือใคร?

‘กาลิเลโอ คินี’ (Galileo Chini) ศิลปินชาวอิตาลี

 

ศิลปินชาวฟลอเรนส์คนนี้มีอายุ 37 ปี เมื่อเดินทางมาทำงานมารับจ้างราชสำนักเขียนภาพที่เมืองสยาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้า ทอดพระเนตรผลงานของเขาในงานเวนิสเบียนนาเล ระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่สอง และถูกพระราชหฤทัยในฝีมือ จนเจรจาว่าจ้างคีนีให้มาเขียนภาพตกแต่งพระที่นั่งทรงอิตาเลียนเรอเนซองค์หลังใหม่ ซึ่งก็คือพระที่นั่งอนันตสมาคม 

 

เมื่อเขาเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงสยามก็เปลี่ยนแผ่นดินเป็นรัชสมัยของรัชกาลที่หกแล้วแต่คีนีก็ต้องทำงานซึ่งได้รับมอบหมายให้เสร็จภายใน 30 เดือนงานที่ว่าคือการเขียนเฟรสโกพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีหนึ่งในนั้นคือภาพเขียนเฟรสโกพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมโภชของรัชกาลที่หก

 

นี่เป็นการเดินทางมาแดนตะวันออกไกลครั้งแรกของคีนีผู้ซึ่งหลงใหลความเอ็กซอติกแห่งแดนตะวันออกในทันทีการเดินทางมาครั้งนี้ส่งอิทธิพลต่องานของเขาไปจนถึงบั้นปลายของชีวิตมีผู้เปรียบการเดินทางมาสยามของเขาว่ามีความสำคัญไม่แพ้การเดินทางไปเกาะตาฮิติของพอลโกแกงเลยนอกเหนือจากงานหลักที่ต้องทำคีนียังมีภาพเขียนและภาพร่างมากมายของชีวิตเมืองสยามตามริมแม่น้ำและชีวิตกลางคืนในเยาวราชเมื่อร้อยกว่าปีก่อน 

 

ต่อมาคีนีเป็นศิลปินผู้มีชื่อเสียง ทำงานหลากหลายทั้งภาพเขียน ภาพเขียนบนเซรามิก ไปจนถึงออกแบบฉากละครโอเปรา เขาออกแบบฉากเรื่อง Turandot ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเมืองจีนสมัยโบราณ แต่เมื่อเห็นงานแล้วเราจะพบกลิ่นอายของเมืองสยามอยู่ในนั้นไม่น้อย


เรื่อง: Panu B.

ภาพ: พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ