ยินดีต้อนรับสู่ยุคทองของรถยนต์ Luxury SUV

คงไม่เกินไปนักหากจะบอกว่าปี 2018 คือยุคทองของรถตระกูลเอสยูวีหรือรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่หลายๆ ค่ายต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองออกมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความท้าทายใหม่ๆ ของลูกค้ายิ่งกว่าเดิม เราจึงไม่แปลกใจที่ได้เห็นสุดยอดแห่งความเร็วบนรถเอสยูวีอย่างอูรุส หรือความลักซ์ชัวรี่ที่มีในโรลส์-รอยซ์เท่านั้น ไปจนถึงนวัตกรรมเพื่อการขับขี่เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้ใช้รถ เราจะมาร่วมสำรวจส่วนหนึ่งของความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ตลอดจนปูทางไปสู่ก้าวต่อไปในโลกยนตรกรรมสำหรับรถตระกูลเอสยูวีที่ทำให้เหล่าผู้หลงรักการขับขี่มีเรื่องให้ตาลุกวาวอยู่เสมอ

 

 

ก้าวแรกที่เป็นจุดเปลี่ยนในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์เริ่มมาจากค่ายดังฝั่งเยอรมันอย่างปอร์เช่ที่ออกสตาร์ตด้วยการนำคาเยนน์เข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถซูเปอร์คาร์ ซึ่งหากจะมองว่าเป็นประตูบานใหม่ที่หลายๆ ค่ายเห็นพ้องต้องกันว่าน่าเข้ามาร่วมจอยด้วย จึงนำมาสู่ความนิยมของรถยนต์อเนกประสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ด้วยขนาดรถค่อนข้างใหญ่ สามารถบรรทุกสัมภาระและผู้โดยสารได้มากกว่า เหมาะสำหรับผู้ใช้กำลังเปลี่ยนสถานะจากโสดไปสู่การมีครอบครัว เมื่อสมาชิกเพิ่มพื้นที่ภายในรถก็ต้องเพิ่มตาม รวมถึงการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะร่วมกับเพื่อนฝูงก็ยังต้องการความสะดวกสบายมากกว่า ตลอดจนสมรรถนะของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขับขี่สนุก ไม่ว่าถนนทางเรียบหรือเส้นทางออฟโรด พร้อมด้วยรถยกสูงมอบทัศนะวิสัยกว้างขวาง แม้จะแลกมาด้วยราคาสูงขึ้นแต่ด้วยประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ตลาดกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าเล่นมาโดยตลอด

 

Porsche Macan

Porsche Macan

เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 252 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร

ราคา 4.8 ล้านบาท

 

แต่สำหรับกลุ่มรถซูเปอร์คาร์อเนกประสงค์ที่ค่อนข้างหวือหวาเป็นพิเศษในช่วงนี้ นับตั้งแต่คาเยน์ผลิตมากว่า 16 ปี จนบัดนี้เปลี่ยนสายเลือดใหม่ที่ผสมผสานระหว่างขุมกำลังเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าเกิดเป็น E-Hybrid รถหน้ากบพละกำลังสูง แถมยังพ่วงรุ่นน้องอย่างมาคันน์ที่เพิ่งเปิดตัวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่ผ่านมาด้วยสีไมอามี บลูดูสปอร์ตขึ้นกว่าเก่า เอาให้กุญแจรถในมือพ่อบ้านสั่นกันเลยทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือราคาที่บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กดให้ดูน่ารัก (หรือควักเงินง่าย) ขึ้น คุ้มไม่คุ้มไม่รู้แต่ขายอยู่ 4 ปีมีรถออกไปขับแล้วถึง  350,000 คัน

 

ต่อด้วยเพื่อนบ้านฝั่งอังกฤษผู้ขยันผลิตรถหรูออกมาเป็นบุญตาคนขับรถอย่างเรา ไม่ว่าจะเน้นไปทางสปอร์ตสายลุยอย่างแลนด์โรเวอร์หรือหรูหรามาดเนี๊ยบแบบเรนจ์โรเวอร์ ซึ่งทั้งสองเพิ่งคลอดลูกหลานคันใหม่ออกมาถึง 3 รุ่นด้วยกัน โดยจะเน้นไปทางปลั๊กอิน ไฮบริดเสียส่วนใหญ่ มาพร้อมขุมพลังที่ยังคงเรียกได้ว่าใช้งานได้ดีไม่มีที่ติ นอกจากนี้บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ร่วมมือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ ผลิตสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับลูกค้าแลนด์โรเวอร์ทั่วประเทศ และเพื่อความสะดวกสบายเหนือขั้นผู้ใช้สามารถหาสถานีชาร์จไฟได้ผ่านแอปพลิเคชั่น EA anywhere ให้รถกับคนเชื่อมกันง่ายขึ้นด้วยสมาร์ตโฟน หากถามว่าสุภาพบุรุษควรขับรถแบบไหนตอบได้เลยว่าเป็นผู้ชายที่ขับแลนด์โรเวอร์นี่แหละ

 

Bentley Bentayga Petrol V8

 

Bentley Bentayga Petrol V8

เครื่องยนต์ เบนซิน V8 ขนาด 4 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 550 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร

ราคา 21.5 ล้านบาท

 

สำหรับเพื่อนร่วมเกาะอังกฤษอย่างเบนท์ลีย์ได้ส่งเบนเทย์ก้า ในฐานะเอสยูวีที่เพิ่งเสียสถานะเร็วที่สุดในโลกไปหมาดๆ เพราะโดนกระทิงดุปาดหน้าเอาเสียดื้อๆ ทว่าเราได้ลองนั่งด้วยตัวเองแล้วตอนไปร่วมทริปเบนท์ลีย์ที่ประเทศออสเตรเลีย แน่นอนว่าความหรูและความสะดวกสบายยังไม่มีใครพรากไปจากเบนท์ลีย์ได้ เสริมมาด้วยพลกำลัง V8 เร็ว แรง สมกับเป็นสุดยอดแกรนด์ทัวร์ริ่งอีกคันที่สุภาพบุรุษหลายท่านฝันอยากครอบครอง

 

Rolls-Royce Cullinan

 

Rolls-Royce Cullinan

เครื่องยนต์ ทวินเทอร์โบ V12 ขนาด 6.75 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 571 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร

ราคา 32.9 ล้านบาท

 

ข้ามไปถึงรถหรูอีกคันที่น่าจะไฟท์กับเบนเทย์ก้าได้สูสี เรายกย่อหน้านี้ให้กับโรลส์-รอยซ์ แม้ชื่อโรลส์-รอยซ์ดูจะไม่ได้ใกล้เคียงกับเอสยูวีสักเท่าไหร่ แต่ไม่นานมานี้คงรู้แล้วว่าเราคิดผิด โรลส์-รอยซ์เปิดตัวเอสยูวีระดับท็อปของโลก (ราคาเริ่มต้น 32.9  ล้านบาท) ซึ่งตั้งชื่อตามเพชรเม็ดใหญ่สุดในโลกที่เคยค้นพบมา หลังจากได้ยินข่าวลือมาหลายปีบัดนี้คัลลิแนนสีแดงแมกมาได้ออกมายลโฉมให้เห็นกับตา แถมยังพกความหรูหราสามารถคัสตอมและสั่งผลิตพิเศษได้ตามต้องการหากเงินถึง จนเรียกได้ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของแบรนด์โรลส์-รอยซ์แต่เพียงผู้เดียว คนระดับไหนถึงขับโรลส์-รอยซ์ได้คงต้องเป็นคนที่รวยและชอบมากด้วย

 

Lamborghini Urus 

 

 Lamborghini Urus 

เครื่องยนต์ ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 650 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร

ราคา 23.42 ล้านบาท

 

ผ่านผู้ชายหล่อแบบมาคันน์ ผู้ชายรวยอย่างคัลลิแนนไปแล้ว เรามาต่อกันที่ผู้ชายสายซิ่งแต่ยังเซฟฐานะพ่อบ้านได้อยู่ แม้ว่าขับเอสยูวีแต่สามารถมีสถานะเร็วที่สุดในรุ่นเดียวกันได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นขับลัมโบร์ดินี่ อูรุสล่ะนะ อูรุสเป็นซูเปอร์คาร์น้องใหม่ที่ไม่ใช้คำนิยามว่าเอสยูวี แต่เป็นซูเปอร์เอสยูวีดีกรีแชมป์รุ่น คงไม่ต้องบอกนะครับว่าแรงแค่ไหนเอาเป็นว่าจาก 0-100 กิโลเมตร รถคันนี้ทำได้ 3.6 วินาที (นี่ใช่เอสยูวีจริงหรือเปล่า) ความพิเศษของอูรุสยังไม่หมดแค่นี้ แต่เป็นดีเอ็นเอที่ผสมผสานสายพันธุ์ของรุ่นพี่ไม่ว่าจะเป็นอเวนทาดอร์ ฮูราแคนหรือเซนเทนนาริโอ ประกอบร่างกันจนเกิดเอสยูวีเร็วที่สุดในโลก โหดแค่ไหนดูได้ที่ราคา 23.42 ล้านบาท 

 

สำหรับในปี 2019 นี้ยังคงมีข่าวลือการเปิดตัวรถใหม่ๆ  อยู่เสมอ ทว่าบ่อยครั้งที่เราได้แต่ฝันเพราะไม่มีวันสัมผัสตัวเป็นๆ อย่างโตโยต้า RAV4 รถเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อที่เคยประสบความสำเร็จมากในทวีปยุโรปและอเมริกา ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ชื่อว่า TNGA ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างตัวถังและแชสซีช่วงล่างใหม่ให้มีเสถียรภาพในการขับขี่ยิ่งขึ้น หรือจะเป็นเชฟโรเลต Blazer เอสยูวีในตำนานแห่งยุค 70s ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเชฟโรเลต K5 Blazer นั่นเอง ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้จะยุติไปแล้วเกือบ 30 ปี แต่ได้ถูกเจเนอร์รัล มอเตอร์สคืนชีพให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเราได้แต่เฝ้ารอว่ารถเหล่านี้จะมีผู้ใจดีหยิบเข้ามาทำตลาดในบ้านเราบ้าง แม้ทุกวันนี้รถยนต์จะเต็มบ้านเต็มเมืองแต่พอได้เห็นรถหน้าตาแปลกๆ สีสันใหม่ๆ หัวใจก็มักจะเต้นตูมตามทุกที จริงไหมล่ะครับ


เรื่อง: NM

ภาพ: Courtesy of Brands

 




ยินดีต้อนรับสู่ยุคทองของรถยนต์ Luxury SUV

คงไม่เกินไปนักหากจะบอกว่าปี 2018 คือยุคทองของรถตระกูลเอสยูวีหรือรถยนต์อเนกประสงค์ ไม่ว่าจะรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ที่หลายๆ ค่ายต่างงัดไม้เด็ดของตัวเองออกมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและความท้าทายใหม่ๆ ของลูกค้ายิ่งกว่าเดิม เราจึงไม่แปลกใจที่ได้เห็นสุดยอดแห่งความเร็วบนรถเอสยูวีอย่างอูรุส หรือความลักซ์ชัวรี่ที่มีในโรลส์-รอยซ์เท่านั้น ไปจนถึงนวัตกรรมเพื่อการขับขี่เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยของผู้ใช้รถ เราจะมาร่วมสำรวจส่วนหนึ่งของความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ตลอดจนปูทางไปสู่ก้าวต่อไปในโลกยนตรกรรมสำหรับรถตระกูลเอสยูวีที่ทำให้เหล่าผู้หลงรักการขับขี่มีเรื่องให้ตาลุกวาวอยู่เสมอ

 

 

ก้าวแรกที่เป็นจุดเปลี่ยนในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์เริ่มมาจากค่ายดังฝั่งเยอรมันอย่างปอร์เช่ที่ออกสตาร์ตด้วยการนำคาเยนน์เข้ามาทำตลาดในกลุ่มรถซูเปอร์คาร์ ซึ่งหากจะมองว่าเป็นประตูบานใหม่ที่หลายๆ ค่ายเห็นพ้องต้องกันว่าน่าเข้ามาร่วมจอยด้วย จึงนำมาสู่ความนิยมของรถยนต์อเนกประสงค์ที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี ด้วยขนาดรถค่อนข้างใหญ่ สามารถบรรทุกสัมภาระและผู้โดยสารได้มากกว่า เหมาะสำหรับผู้ใช้กำลังเปลี่ยนสถานะจากโสดไปสู่การมีครอบครัว เมื่อสมาชิกเพิ่มพื้นที่ภายในรถก็ต้องเพิ่มตาม รวมถึงการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะร่วมกับเพื่อนฝูงก็ยังต้องการความสะดวกสบายมากกว่า ตลอดจนสมรรถนะของรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขับขี่สนุก ไม่ว่าถนนทางเรียบหรือเส้นทางออฟโรด พร้อมด้วยรถยกสูงมอบทัศนะวิสัยกว้างขวาง แม้จะแลกมาด้วยราคาสูงขึ้นแต่ด้วยประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ตลาดกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ก็ยังคงเป็นกลุ่มที่น่าเล่นมาโดยตลอด

 

Porsche Macan

Porsche Macan

เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 252 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 370 นิวตันเมตร

ราคา 4.8 ล้านบาท

 

แต่สำหรับกลุ่มรถซูเปอร์คาร์อเนกประสงค์ที่ค่อนข้างหวือหวาเป็นพิเศษในช่วงนี้ นับตั้งแต่คาเยน์ผลิตมากว่า 16 ปี จนบัดนี้เปลี่ยนสายเลือดใหม่ที่ผสมผสานระหว่างขุมกำลังเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าเกิดเป็น E-Hybrid รถหน้ากบพละกำลังสูง แถมยังพ่วงรุ่นน้องอย่างมาคันน์ที่เพิ่งเปิดตัวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปที่ผ่านมาด้วยสีไมอามี บลูดูสปอร์ตขึ้นกว่าเก่า เอาให้กุญแจรถในมือพ่อบ้านสั่นกันเลยทีเดียว เหนือสิ่งอื่นใดคือราคาที่บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กดให้ดูน่ารัก (หรือควักเงินง่าย) ขึ้น คุ้มไม่คุ้มไม่รู้แต่ขายอยู่ 4 ปีมีรถออกไปขับแล้วถึง  350,000 คัน

 

ต่อด้วยเพื่อนบ้านฝั่งอังกฤษผู้ขยันผลิตรถหรูออกมาเป็นบุญตาคนขับรถอย่างเรา ไม่ว่าจะเน้นไปทางสปอร์ตสายลุยอย่างแลนด์โรเวอร์หรือหรูหรามาดเนี๊ยบแบบเรนจ์โรเวอร์ ซึ่งทั้งสองเพิ่งคลอดลูกหลานคันใหม่ออกมาถึง 3 รุ่นด้วยกัน โดยจะเน้นไปทางปลั๊กอิน ไฮบริดเสียส่วนใหญ่ มาพร้อมขุมพลังที่ยังคงเรียกได้ว่าใช้งานได้ดีไม่มีที่ติ นอกจากนี้บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้ร่วมมือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ ผลิตสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับลูกค้าแลนด์โรเวอร์ทั่วประเทศ และเพื่อความสะดวกสบายเหนือขั้นผู้ใช้สามารถหาสถานีชาร์จไฟได้ผ่านแอปพลิเคชั่น EA anywhere ให้รถกับคนเชื่อมกันง่ายขึ้นด้วยสมาร์ตโฟน หากถามว่าสุภาพบุรุษควรขับรถแบบไหนตอบได้เลยว่าเป็นผู้ชายที่ขับแลนด์โรเวอร์นี่แหละ

 

Bentley Bentayga Petrol V8

 

Bentley Bentayga Petrol V8

เครื่องยนต์ เบนซิน V8 ขนาด 4 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 550 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร

ราคา 21.5 ล้านบาท

 

สำหรับเพื่อนร่วมเกาะอังกฤษอย่างเบนท์ลีย์ได้ส่งเบนเทย์ก้า ในฐานะเอสยูวีที่เพิ่งเสียสถานะเร็วที่สุดในโลกไปหมาดๆ เพราะโดนกระทิงดุปาดหน้าเอาเสียดื้อๆ ทว่าเราได้ลองนั่งด้วยตัวเองแล้วตอนไปร่วมทริปเบนท์ลีย์ที่ประเทศออสเตรเลีย แน่นอนว่าความหรูและความสะดวกสบายยังไม่มีใครพรากไปจากเบนท์ลีย์ได้ เสริมมาด้วยพลกำลัง V8 เร็ว แรง สมกับเป็นสุดยอดแกรนด์ทัวร์ริ่งอีกคันที่สุภาพบุรุษหลายท่านฝันอยากครอบครอง

 

Rolls-Royce Cullinan

 

Rolls-Royce Cullinan

เครื่องยนต์ ทวินเทอร์โบ V12 ขนาด 6.75 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 571 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร

ราคา 32.9 ล้านบาท

 

ข้ามไปถึงรถหรูอีกคันที่น่าจะไฟท์กับเบนเทย์ก้าได้สูสี เรายกย่อหน้านี้ให้กับโรลส์-รอยซ์ แม้ชื่อโรลส์-รอยซ์ดูจะไม่ได้ใกล้เคียงกับเอสยูวีสักเท่าไหร่ แต่ไม่นานมานี้คงรู้แล้วว่าเราคิดผิด โรลส์-รอยซ์เปิดตัวเอสยูวีระดับท็อปของโลก (ราคาเริ่มต้น 32.9  ล้านบาท) ซึ่งตั้งชื่อตามเพชรเม็ดใหญ่สุดในโลกที่เคยค้นพบมา หลังจากได้ยินข่าวลือมาหลายปีบัดนี้คัลลิแนนสีแดงแมกมาได้ออกมายลโฉมให้เห็นกับตา แถมยังพกความหรูหราสามารถคัสตอมและสั่งผลิตพิเศษได้ตามต้องการหากเงินถึง จนเรียกได้ว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของแบรนด์โรลส์-รอยซ์แต่เพียงผู้เดียว คนระดับไหนถึงขับโรลส์-รอยซ์ได้คงต้องเป็นคนที่รวยและชอบมากด้วย

 

Lamborghini Urus 

 

 Lamborghini Urus 

เครื่องยนต์ ทวินเทอร์โบ V8 ขนาด 4 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 650 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร

ราคา 23.42 ล้านบาท

 

ผ่านผู้ชายหล่อแบบมาคันน์ ผู้ชายรวยอย่างคัลลิแนนไปแล้ว เรามาต่อกันที่ผู้ชายสายซิ่งแต่ยังเซฟฐานะพ่อบ้านได้อยู่ แม้ว่าขับเอสยูวีแต่สามารถมีสถานะเร็วที่สุดในรุ่นเดียวกันได้ ถ้าผู้ชายคนนั้นขับลัมโบร์ดินี่ อูรุสล่ะนะ อูรุสเป็นซูเปอร์คาร์น้องใหม่ที่ไม่ใช้คำนิยามว่าเอสยูวี แต่เป็นซูเปอร์เอสยูวีดีกรีแชมป์รุ่น คงไม่ต้องบอกนะครับว่าแรงแค่ไหนเอาเป็นว่าจาก 0-100 กิโลเมตร รถคันนี้ทำได้ 3.6 วินาที (นี่ใช่เอสยูวีจริงหรือเปล่า) ความพิเศษของอูรุสยังไม่หมดแค่นี้ แต่เป็นดีเอ็นเอที่ผสมผสานสายพันธุ์ของรุ่นพี่ไม่ว่าจะเป็นอเวนทาดอร์ ฮูราแคนหรือเซนเทนนาริโอ ประกอบร่างกันจนเกิดเอสยูวีเร็วที่สุดในโลก โหดแค่ไหนดูได้ที่ราคา 23.42 ล้านบาท 

 

สำหรับในปี 2019 นี้ยังคงมีข่าวลือการเปิดตัวรถใหม่ๆ  อยู่เสมอ ทว่าบ่อยครั้งที่เราได้แต่ฝันเพราะไม่มีวันสัมผัสตัวเป็นๆ อย่างโตโยต้า RAV4 รถเอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อที่เคยประสบความสำเร็จมากในทวีปยุโรปและอเมริกา ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ชื่อว่า TNGA ซึ่งเป็นการออกแบบโครงสร้างตัวถังและแชสซีช่วงล่างใหม่ให้มีเสถียรภาพในการขับขี่ยิ่งขึ้น หรือจะเป็นเชฟโรเลต Blazer เอสยูวีในตำนานแห่งยุค 70s ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเชฟโรเลต K5 Blazer นั่นเอง ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้จะยุติไปแล้วเกือบ 30 ปี แต่ได้ถูกเจเนอร์รัล มอเตอร์สคืนชีพให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเราได้แต่เฝ้ารอว่ารถเหล่านี้จะมีผู้ใจดีหยิบเข้ามาทำตลาดในบ้านเราบ้าง แม้ทุกวันนี้รถยนต์จะเต็มบ้านเต็มเมืองแต่พอได้เห็นรถหน้าตาแปลกๆ สีสันใหม่ๆ หัวใจก็มักจะเต้นตูมตามทุกที จริงไหมล่ะครับ


เรื่อง: NM

ภาพ: Courtesy of Brands