"Porsche Panamera 4 E-Hybrid" The Spirit of Hybrid

แนวคิดเรื่องไฮบริดไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืน หลังจากปอร์เช่ปล่อยคาเยนน์ อี-ไฮบริดไปเมื่อปีก่อน ก็ถึงคราวของยานยนต์ตระกูลสเตชั่น วากอนที่นำมาปรับลุคใหม่ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ผสมผสานเทคโนโลยีลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์ขนาด 2.9 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้า ถึงหน้าตาจะดูเป็นมิตรแต่เน้นประสิทธิภาพให้แสดงขุมพลังได้โดดเด่นกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไป เราจะมาร่วมพิสูจน์ศักยภาพที่ว่าบนถนนรอบประเทศสิงคโปร์

 

Porsche Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo

เครื่องยนต์ วี6 ไบเทอร์โบ ขนาด 2.9 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 462 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร

0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 4.6 วินาที

ราคา 9.5 ล้านบาท

 

โปรแกรมนี้ค่อนข้างเอ็กซ์คลูซีฟเพราะมีสื่อไทยไม่กี่ท่านที่ได้รับเกียรติจากทีมงานปอร์เช่โดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งเดียวในประเทศไทย ให้ไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพของปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Torismo) เรามีเวลาอยู่กับเจ้ารถบ้านหน้ากบตลอดทั้งวัน ซึ่งทางทีมอินสตรัคเตอร์ได้แนะนำสถานที่ที่เหมาะกับการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ตลอดจนของแถมเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ทีมงานแอบใส่ท้ายรถมาให้เล่นแก้เมื่อยด้วย

 

 

คุณโทนี่ ทีมงานอินสตรัคเตอร์ของปอร์เช่ส่งข้อความมาทักทายตั้งแต่เรายังไม่ก้าวขึ้นเครื่อง เขานัดแนะเวลากับเราสำหรับการทดสอบในวันพรุ่งนี้ เริ่มต้นด้วยการบรีฟสั้นๆ เกี่ยวกับยนตรกรรมไฮบริดคันใหม่นี้ว่ามีอะไรแตกต่างไปบ้างจะรุ่นเดิม แน่นอนว่าการเพิ่มพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยรีดความเร็วได้มากขึ้นจากเดิม 259 กิโลเมตร/ชั่วโมงเป็น 275 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผสานแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ลองคิดดูสิครับว่าเจ้ารถใหญ่คันนี้สามารถพาคุณไปด้วยความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 4.6 วินาที จะเร็วสักแค่ไหน 

 

 

 

 

คุณโทนี่ยังเน้นย้ำให้ฟังถึงแนวคิดในการผลิตรถไฮบริดของปอร์เช่ว่า “ส่วนใหญ่แบรนด์อื่นๆ เวลาผลิตรถไฮบริดจะคำนึงถึงเรื่อง eco มากกว่า performance แต่สำหรับปอร์เช่ไม่ใช่แบบนั้น เราเน้นความสำคัญกับเรื่อง performance มากกว่า เพื่อให้ผู้ขับขี่ยังรู้สึกว่ากำลังขับรถปอร์เช่อยู่” ประกอบกับแรงบันดาลใจจากปอร์เช่รุ่น 918 จึงไม่แปลกใจว่าทำไมพานาเมร่าคันนี้ยังคงดุดันและส่งเสียงคำรามได้ดั่งใจในยามที่ผู้ขับขี่ต้องการใช้ความเร็ว

 

 

 

 

สำหรับเส้นทางที่เราใช้ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์วี 6 ไบเทอร์โบนี้ โทนี่ได้แนะนำทางที่สามารถใช้ความเร็วได้บ้าง รวมถึงทดสอบระบบช่วงล่างและการคอนโทรลพวงมาลัยในยามเข้าโค้ง เราออกสตาร์ตจากโรงแรมไปยังจุดไกลสุดของแผนที่ ซึ่งโทนี่เล่าให้ฟังว่าเดิมเคยเป็นถนนที่นิยมใช้แข่งรถมาก่อน เนื่องจากเป็นทางตรงยาวมีชื่อว่าถนน Lim Chu Kang ที่สามารถเหยียบเร่งค้างไว้ได้นานกว่าบริเวณอื่น ทั้งนี้ระหว่างทางก็มีกล้องตรวจจับความเร็วที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเทศสิงคโปร์ติดตั้งอยู่ เราจึงทำได้แค่เหยียบคันเร่งสลับเบรกกันไปตลอดเส้นทาง

 

 

หลังจากนั้นเราขับอ้อมถนนเลี่ยงเมืองกันไปยังอ่างเก็บน้ำ Seletar Reservoir สถานที่หย่อนใจอีกแห่งที่พอจะเห็นคนมานั่งกินลมประปราย รายล้อมไปด้วยสนามไดร์ฟกอล์ฟและมีหอคอยตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ ไปต่อกันที่สวนสาธารณะกลางเมือง Kent Ridge Park สิงคโปร์มีสวนขนาดใหญ่กลางเมืองจำนวนมาก ซึ่งเส้นทางเข้าออกเป็นทางขึ้นลงเขา พอให้เราได้สาวพวงมาลัยแก้ง่วงยามบ่าย รวมถึงได้ฟิลลิ่งของช่วงล่างเวลาเข้าโค้งระยะสั้นๆ และปิดท้ายของวันกันที่ Marina Barrage เขื่อนกันน้ำอีกแห่ง เราแนะนำให้มาช่วงเย็นเพราะบรรยากาศของที่นี่ดีมาก ถึงแม้ว่ารถจะไม่สามารถเข้าได้ แต่ก็มีทางวิ่งเลียบน้ำยาวไปจนถึง Marina Bay Sand ซึ่งเป็นโอกาสให้เราเราได้หยิบเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกมาขี่ชมวิวพระอาทิตย์ตก

 

 

สำหรับปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่นี้ บอกได้เลยว่าเรื่องประสิทธิภาพก็คงต้องพยักหน้ายอมรับว่าเป็นดั่งที่คุณโทนี่บอกจริงๆ เราแอบเอารถไปทดสอบเร่งความเร็วกันบางจุดที่ไม่มีกล้องตรวจจับ ได้สัมผัสแรงกระชากของเครื่องยนต์ในโหมด Sport+ เสียงคำรามเวลาเครื่องยนต์ลากเกียร์ไปจนกระทั่งเปลี่ยนไปเหยียบเบรก แรงปะทะที่ทำให้หลังติดเบาะก็เพียงพอที่จะสลัดคราบพ่อบ้านในวันที่ใจอยากออกมาซิ่งได้ อีกความประทับใจคือช่องเก็บสัมภาระท้ายรถที่ค่อนข้างใหญ่โตสมกับขนาดตัว ในทริปนี้เราสามารถพกพาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปด้วยแบบสบายๆ รวมถึงภายในห้องโดยสาร 4+1 ที่นั่งค่อนข้างกว้างขวาง หรูหราและพัฒนามาเพื่อฟิลลิ่งสปอร์ตอย่างเต็มที่ มีหรือที่ผู้ชายอย่างเราขับแล้วจะไม่รู้สึกสนุก

 

 


เรื่อง: NM

ภาพ: COURTESY OF PORSCHE

 




"Porsche Panamera 4 E-Hybrid" The Spirit of Hybrid

แนวคิดเรื่องไฮบริดไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืน หลังจากปอร์เช่ปล่อยคาเยนน์ อี-ไฮบริดไปเมื่อปีก่อน ก็ถึงคราวของยานยนต์ตระกูลสเตชั่น วากอนที่นำมาปรับลุคใหม่ให้ดูสปอร์ตมากขึ้น ผสมผสานเทคโนโลยีลูกผสมระหว่างเครื่องยนต์ขนาด 2.9 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้า ถึงหน้าตาจะดูเป็นมิตรแต่เน้นประสิทธิภาพให้แสดงขุมพลังได้โดดเด่นกว่ารถยนต์ไฮบริดทั่วไป เราจะมาร่วมพิสูจน์ศักยภาพที่ว่าบนถนนรอบประเทศสิงคโปร์

 

Porsche Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo

เครื่องยนต์ วี6 ไบเทอร์โบ ขนาด 2.9 ลิตร

ความเร็วสูงสุด 462 แรงม้า

แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร

0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 4.6 วินาที

ราคา 9.5 ล้านบาท

 

โปรแกรมนี้ค่อนข้างเอ็กซ์คลูซีฟเพราะมีสื่อไทยไม่กี่ท่านที่ได้รับเกียรติจากทีมงานปอร์เช่โดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแห่งเดียวในประเทศไทย ให้ไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพของปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Torismo) เรามีเวลาอยู่กับเจ้ารถบ้านหน้ากบตลอดทั้งวัน ซึ่งทางทีมอินสตรัคเตอร์ได้แนะนำสถานที่ที่เหมาะกับการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์และฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ตลอดจนของแถมเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ทีมงานแอบใส่ท้ายรถมาให้เล่นแก้เมื่อยด้วย

 

 

คุณโทนี่ ทีมงานอินสตรัคเตอร์ของปอร์เช่ส่งข้อความมาทักทายตั้งแต่เรายังไม่ก้าวขึ้นเครื่อง เขานัดแนะเวลากับเราสำหรับการทดสอบในวันพรุ่งนี้ เริ่มต้นด้วยการบรีฟสั้นๆ เกี่ยวกับยนตรกรรมไฮบริดคันใหม่นี้ว่ามีอะไรแตกต่างไปบ้างจะรุ่นเดิม แน่นอนว่าการเพิ่มพลังมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ามาช่วยรีดความเร็วได้มากขึ้นจากเดิม 259 กิโลเมตร/ชั่วโมงเป็น 275 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผสานแรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ลองคิดดูสิครับว่าเจ้ารถใหญ่คันนี้สามารถพาคุณไปด้วยความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ภายใน 4.6 วินาที จะเร็วสักแค่ไหน 

 

 

 

 

คุณโทนี่ยังเน้นย้ำให้ฟังถึงแนวคิดในการผลิตรถไฮบริดของปอร์เช่ว่า “ส่วนใหญ่แบรนด์อื่นๆ เวลาผลิตรถไฮบริดจะคำนึงถึงเรื่อง eco มากกว่า performance แต่สำหรับปอร์เช่ไม่ใช่แบบนั้น เราเน้นความสำคัญกับเรื่อง performance มากกว่า เพื่อให้ผู้ขับขี่ยังรู้สึกว่ากำลังขับรถปอร์เช่อยู่” ประกอบกับแรงบันดาลใจจากปอร์เช่รุ่น 918 จึงไม่แปลกใจว่าทำไมพานาเมร่าคันนี้ยังคงดุดันและส่งเสียงคำรามได้ดั่งใจในยามที่ผู้ขับขี่ต้องการใช้ความเร็ว

 

 

 

 

สำหรับเส้นทางที่เราใช้ทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์วี 6 ไบเทอร์โบนี้ โทนี่ได้แนะนำทางที่สามารถใช้ความเร็วได้บ้าง รวมถึงทดสอบระบบช่วงล่างและการคอนโทรลพวงมาลัยในยามเข้าโค้ง เราออกสตาร์ตจากโรงแรมไปยังจุดไกลสุดของแผนที่ ซึ่งโทนี่เล่าให้ฟังว่าเดิมเคยเป็นถนนที่นิยมใช้แข่งรถมาก่อน เนื่องจากเป็นทางตรงยาวมีชื่อว่าถนน Lim Chu Kang ที่สามารถเหยียบเร่งค้างไว้ได้นานกว่าบริเวณอื่น ทั้งนี้ระหว่างทางก็มีกล้องตรวจจับความเร็วที่ค่อนข้างเคร่งครัดในประเทศสิงคโปร์ติดตั้งอยู่ เราจึงทำได้แค่เหยียบคันเร่งสลับเบรกกันไปตลอดเส้นทาง

 

 

หลังจากนั้นเราขับอ้อมถนนเลี่ยงเมืองกันไปยังอ่างเก็บน้ำ Seletar Reservoir สถานที่หย่อนใจอีกแห่งที่พอจะเห็นคนมานั่งกินลมประปราย รายล้อมไปด้วยสนามไดร์ฟกอล์ฟและมีหอคอยตั้งตระหง่านอยู่ริมน้ำ ไปต่อกันที่สวนสาธารณะกลางเมือง Kent Ridge Park สิงคโปร์มีสวนขนาดใหญ่กลางเมืองจำนวนมาก ซึ่งเส้นทางเข้าออกเป็นทางขึ้นลงเขา พอให้เราได้สาวพวงมาลัยแก้ง่วงยามบ่าย รวมถึงได้ฟิลลิ่งของช่วงล่างเวลาเข้าโค้งระยะสั้นๆ และปิดท้ายของวันกันที่ Marina Barrage เขื่อนกันน้ำอีกแห่ง เราแนะนำให้มาช่วงเย็นเพราะบรรยากาศของที่นี่ดีมาก ถึงแม้ว่ารถจะไม่สามารถเข้าได้ แต่ก็มีทางวิ่งเลียบน้ำยาวไปจนถึง Marina Bay Sand ซึ่งเป็นโอกาสให้เราเราได้หยิบเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าออกมาขี่ชมวิวพระอาทิตย์ตก

 

 

สำหรับปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่นี้ บอกได้เลยว่าเรื่องประสิทธิภาพก็คงต้องพยักหน้ายอมรับว่าเป็นดั่งที่คุณโทนี่บอกจริงๆ เราแอบเอารถไปทดสอบเร่งความเร็วกันบางจุดที่ไม่มีกล้องตรวจจับ ได้สัมผัสแรงกระชากของเครื่องยนต์ในโหมด Sport+ เสียงคำรามเวลาเครื่องยนต์ลากเกียร์ไปจนกระทั่งเปลี่ยนไปเหยียบเบรก แรงปะทะที่ทำให้หลังติดเบาะก็เพียงพอที่จะสลัดคราบพ่อบ้านในวันที่ใจอยากออกมาซิ่งได้ อีกความประทับใจคือช่องเก็บสัมภาระท้ายรถที่ค่อนข้างใหญ่โตสมกับขนาดตัว ในทริปนี้เราสามารถพกพาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปด้วยแบบสบายๆ รวมถึงภายในห้องโดยสาร 4+1 ที่นั่งค่อนข้างกว้างขวาง หรูหราและพัฒนามาเพื่อฟิลลิ่งสปอร์ตอย่างเต็มที่ มีหรือที่ผู้ชายอย่างเราขับแล้วจะไม่รู้สึกสนุก

 

 


เรื่อง: NM

ภาพ: COURTESY OF PORSCHE