BUSINESS IS MY LIFE

ถนนแห่งความสำเร็จของพิอาจิโอ เอเชีย แปซิฟิก

หากเราพูดถึงผลลัพธ์ของความพยายามหลายคนเห็นตรงกันว่านำไปสู่ความสำเร็จ แต่ความพยายามอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะถึงเป้าหมายเสมอไป ทว่าต้องมาพร้อมกับปัจจัยอื่นๆ ที่ถึงคุณจะไม่ได้ใช้แต่มีไว้ก็อุ่นใจกว่า ส่วนคนที่จะมาตอบคำถามว่าปัจจัยนั้นคืออะไร เราได้รับโอกาสได้สัมภาษณ์มร. จิอานลูกา ฟิอูเม ประธานกรรมการและกรรมการทั่วไป บริษัท พิอาจิโอเวียดนาม และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท พิอาจิโอ เอเชีย แปซิฟิก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรถตระกูลสองล้อพรีเมี่ยมสัญชาติอิตาเลี่ยนในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 แน่นอนว่างานนี้เขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่ยังพาเหล่าโมเดลใหม่ในรูปแบบต่างๆที่พร้อมจะเรียกเสียงฮือฮา ลอดจนร่วมไขความลับที่ทำให้แบรนด์ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปในแถบเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นทุกปี แต่ก่อนที่จะพูดถึงโมเดลใหม่เราไปทำความรู้จักกับสุภาพบุรุษอิตาเลี่ยนคนนี้กันหน่อย

 

 

 

เขาเติบโตในเมืองโบลซาโนทางตอนใต้ของอิตาลี และได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทชั้นนำต่างๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นมาสู่ครอบครัวพิอาจิโอ กรุ๊ปในปี 2008 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 10 ปีที่มร. จิอานลูกา ฟิอูเมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพิอาจิโอ กรุ๊ป ตลอดจนเป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน Motoplex Bangkok ใจกลางย่านสุขุมวิท26 เราถามเขาถึงแพชชันหรือปัจจัยที่ทำให้ความสำเร็จนั้นอยู่ไม่ไกลเกินตัว ชีวิตของผมคือการทำงานและเป็นอย่างนั้น 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน เพราะพิอาจิโอคือชีวิตของผม” 24/7 ดูเป็นตัวเลขที่มีความหมายเกินตัวแต่เจ้าตัวก็ขยายความต่อว่า ในแง่หนึ่งผมคือหัวเรือของบริษัทชั้นนำอย่างพิอาจิโอ กรุ๊ป ดังนั้นการนำเสนอดีเอ็นเอของแบรนด์ให้ได้มากที่สุดจึงเป็นหน้าที่ของผม และการอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ดังนั้นต้องมีการวางแผน เพราะแผนที่ดีและมีความยืดหยุ่นพร้อมด้วยทีมงานที่ดีคอยซัพพอร์ตจะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ไวยิ่งขึ้น

 

 

การทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา เราจึงอยากรู้ว่าบริษัทที่เติบโตได้ทุกปีต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง แล้วเขามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรโดยเฉพาะในตลาดไทย ผมยอมรับว่าทุกทีย่อมมีอุปสรรค ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดไทย ซึ่งวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่การต่อต้านแต่คือการยอมรับ เพราะอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งในวงจรธุรกิจ แต่ข้อดีของพิอาจิโอ กรุ๊ปคือไม่ว่าผมจะทำธุรกิจกับใครก็ยังคงใช้คำพูดเดิม เพราะเราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธดีเอ็นเอของตัวเอง แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือการปรับวิธีทำการตลาดให้เข้ากับบริบทในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงการสร้างชุมชนคนขับรถสองล้อสัญชาติอิตาเลี่ยนที่ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกต่างก็มีวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่เราจะไม่หยุดเรียนรู้และสร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้ชุมชนนี้แข็งแรงและเติบโตยิ่งไปพร้อมกัMotoplex Bangkok ในประเทศไทย

 

 

เขายังเน้นย้ำถึงข้อดีและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปให้ฟังอีกว่า ความหลากหลายถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างของพิอาจิโอ กรุ๊ป เพราะประกอบไปด้วยรถหลายประเภททั้งรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำPiaggio, Vespa และมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน Aprilia, Moto Guzzi ผมสามารถเป็นสกู๊ตเตอร์ไรเดอร์ในวันทำงาน ผมเลือกขี่ MP3 เพราะมีฟังก์ชันครอบคลุมความปลดภัย ขณะเดียวกันก็เติมไฟในวันหยุดด้วย Vespa GTSเราแอบถามมร. จิอานลูกาว่าแล้วถ้าเป็นโมเดลที่เขาชอบที่สุดในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปล่ะ ผมยกให้ Aprilia เพราะเป็นรถที่ผสมผสานจิตวิญญาณของนักแข่ง แต่ก็พรั่งพร้อมไปด้วยฟีเจอร์โดดเด่นมากมายที่พิอาจิโอ้ กรุ๊ปมี

 

 

 

นอกจากนี้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 เรายังจะได้พบกับสองโมเดลสเปเชี่ยล อิดิชัจากพิอาจิโอ้ กรุ๊ป ได้แก่ Vespa Notte Special Edition (ในรุ่น Sprint 150 เพียง 600 คันและรุ่น GTS 300 จำนวน 200 คัน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Night Ride สีดำด้านรอบคันที่พร้อมจะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในเมืองยามค่ำคืนของคุณให้น่าหลงใหลและโดดเด่นพิเศษเหนือใคร และ Moto Guzzi V7 III Milano ) ที่จะมอบความโดดเด่นพร้อมการขับขี่สนุก เท่ เร้าใจ ให้แก่บรรดาเหล่าไบค์เกอร์ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของรุ่นในตำนานตระกูล V7 ตลอดจนโมเดลรุ่นอื่นๆ ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปแบบครบครัน ทั้งนี้เพื่อความไอคอนตามแบบฉบับรถสองล้อสัญญชาติอิตาเลี่ยนและความสุขในการขับขี่ของลูกค้า เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะสัมผัสได้เหมือนกับเราเช่นกัน

 

 

*งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 จัดระหว่างวันที่ 29 10 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา (11.00 22.00 น.)

**วันธรรมดาเริ่มเวลา 12.00 น.




BUSINESS IS MY LIFE

ถนนแห่งความสำเร็จของพิอาจิโอ เอเชีย แปซิฟิก

หากเราพูดถึงผลลัพธ์ของความพยายามหลายคนเห็นตรงกันว่านำไปสู่ความสำเร็จ แต่ความพยายามอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะถึงเป้าหมายเสมอไป ทว่าต้องมาพร้อมกับปัจจัยอื่นๆ ที่ถึงคุณจะไม่ได้ใช้แต่มีไว้ก็อุ่นใจกว่า ส่วนคนที่จะมาตอบคำถามว่าปัจจัยนั้นคืออะไร เราได้รับโอกาสได้สัมภาษณ์มร. จิอานลูกา ฟิอูเม ประธานกรรมการและกรรมการทั่วไป บริษัท พิอาจิโอเวียดนาม และรองประธานกรรมการบริหาร บริษัท พิอาจิโอ เอเชีย แปซิฟิก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของรถตระกูลสองล้อพรีเมี่ยมสัญชาติอิตาเลี่ยนในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 แน่นอนว่างานนี้เขาไม่ได้มาตัวเปล่า แต่ยังพาเหล่าโมเดลใหม่ในรูปแบบต่างๆที่พร้อมจะเรียกเสียงฮือฮา ลอดจนร่วมไขความลับที่ทำให้แบรนด์ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปในแถบเอเชียแปซิฟิกเติบโตขึ้นทุกปี แต่ก่อนที่จะพูดถึงโมเดลใหม่เราไปทำความรู้จักกับสุภาพบุรุษอิตาเลี่ยนคนนี้กันหน่อย

 

 

 

เขาเติบโตในเมืองโบลซาโนทางตอนใต้ของอิตาลี และได้มีโอกาสร่วมงานกับบริษัทชั้นนำต่างๆ ก่อนที่ก้าวขึ้นมาสู่ครอบครัวพิอาจิโอ กรุ๊ปในปี 2008 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน 10 ปีที่มร. จิอานลูกา ฟิอูเมอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของพิอาจิโอ กรุ๊ป ตลอดจนเป็นหนึ่งในผู้ผลักดัน Motoplex Bangkok ใจกลางย่านสุขุมวิท26 เราถามเขาถึงแพชชันหรือปัจจัยที่ทำให้ความสำเร็จนั้นอยู่ไม่ไกลเกินตัว ชีวิตของผมคือการทำงานและเป็นอย่างนั้น 24 ชั่วโมงตลอด 7 วัน เพราะพิอาจิโอคือชีวิตของผม” 24/7 ดูเป็นตัวเลขที่มีความหมายเกินตัวแต่เจ้าตัวก็ขยายความต่อว่า ในแง่หนึ่งผมคือหัวเรือของบริษัทชั้นนำอย่างพิอาจิโอ กรุ๊ป ดังนั้นการนำเสนอดีเอ็นเอของแบรนด์ให้ได้มากที่สุดจึงเป็นหน้าที่ของผม และการอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ดังนั้นต้องมีการวางแผน เพราะแผนที่ดีและมีความยืดหยุ่นพร้อมด้วยทีมงานที่ดีคอยซัพพอร์ตจะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้ไวยิ่งขึ้น

 

 

การทำงานทุกอย่างย่อมมีอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดา เราจึงอยากรู้ว่าบริษัทที่เติบโตได้ทุกปีต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง แล้วเขามีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรโดยเฉพาะในตลาดไทย ผมยอมรับว่าทุกทีย่อมมีอุปสรรค ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดไทย ซึ่งวิธีแก้ปัญหาไม่ใช่การต่อต้านแต่คือการยอมรับ เพราะอุปสรรคเป็นส่วนหนึ่งในวงจรธุรกิจ แต่ข้อดีของพิอาจิโอ กรุ๊ปคือไม่ว่าผมจะทำธุรกิจกับใครก็ยังคงใช้คำพูดเดิม เพราะเราไม่จำเป็นต้องปฏิเสธดีเอ็นเอของตัวเอง แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือการปรับวิธีทำการตลาดให้เข้ากับบริบทในพื้นที่นั้นๆ รวมถึงการสร้างชุมชนคนขับรถสองล้อสัญชาติอิตาเลี่ยนที่ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออกต่างก็มีวัฒนธรรมที่ต่างกัน แต่เราจะไม่หยุดเรียนรู้และสร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้ชุมชนนี้แข็งแรงและเติบโตยิ่งไปพร้อมกัMotoplex Bangkok ในประเทศไทย

 

 

เขายังเน้นย้ำถึงข้อดีและวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปให้ฟังอีกว่า ความหลากหลายถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างของพิอาจิโอ กรุ๊ป เพราะประกอบไปด้วยรถหลายประเภททั้งรถสกู๊ตเตอร์พรีเมี่ยมชั้นนำPiaggio, Vespa และมอเตอร์ไซค์ระดับตำนาน Aprilia, Moto Guzzi ผมสามารถเป็นสกู๊ตเตอร์ไรเดอร์ในวันทำงาน ผมเลือกขี่ MP3 เพราะมีฟังก์ชันครอบคลุมความปลดภัย ขณะเดียวกันก็เติมไฟในวันหยุดด้วย Vespa GTSเราแอบถามมร. จิอานลูกาว่าแล้วถ้าเป็นโมเดลที่เขาชอบที่สุดในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปล่ะ ผมยกให้ Aprilia เพราะเป็นรถที่ผสมผสานจิตวิญญาณของนักแข่ง แต่ก็พรั่งพร้อมไปด้วยฟีเจอร์โดดเด่นมากมายที่พิอาจิโอ้ กรุ๊ปมี

 

 

 

นอกจากนี้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 เรายังจะได้พบกับสองโมเดลสเปเชี่ยล อิดิชัจากพิอาจิโอ้ กรุ๊ป ได้แก่ Vespa Notte Special Edition (ในรุ่น Sprint 150 เพียง 600 คันและรุ่น GTS 300 จำนวน 200 คัน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Night Ride สีดำด้านรอบคันที่พร้อมจะเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่ในเมืองยามค่ำคืนของคุณให้น่าหลงใหลและโดดเด่นพิเศษเหนือใคร และ Moto Guzzi V7 III Milano ) ที่จะมอบความโดดเด่นพร้อมการขับขี่สนุก เท่ เร้าใจ ให้แก่บรรดาเหล่าไบค์เกอร์ในโอกาสครบรอบ 50 ปีของรุ่นในตำนานตระกูล V7 ตลอดจนโมเดลรุ่นอื่นๆ ในเครือพิอาจิโอ กรุ๊ปแบบครบครัน ทั้งนี้เพื่อความไอคอนตามแบบฉบับรถสองล้อสัญญชาติอิตาเลี่ยนและความสุขในการขับขี่ของลูกค้า เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะสัมผัสได้เหมือนกับเราเช่นกัน

 

 

*งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 จัดระหว่างวันที่ 29 10 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา (11.00 22.00 น.)

**วันธรรมดาเริ่มเวลา 12.00 น.