INVESTMENT DIARY : ลงทุนให้มีความสุข

อย่างที่รู้ๆ กันว่าในชีวิตของคนเราไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง หรือหลายอย่าง
แต่หากจะลองมองโลกให้สวยๆ ก็จะพบกับความจริงอย่างหนึ่งว่า ทุกการแลกเปลี่ยนหรือลงทุนในชีวิตของเรา
มีแต่กำไร ไม่มีคำว่าขาดทุน เพียงแต่บางครั้งกำไรอาจไม่ได้มาในรูปของตัวเงิน สิ่งของ หรือความสุข
บ่อยครั้งที่กำไรอาจมาในรูปของประสบการณ์ ความรู้ เวลา อิสรภาพ หรือความมั่นคงทางจิตใจในระยะยาว

 

สิ่งที่นักลงทุนไม่ควรหลงลืมอย่างยิ่งในการทำงานการใช้ชีวิต หรือการลงทุนคือเป้าหมายสูงสุดของการทำสิ่งเหล่านี้
ก็เพื่อให้เราได้มีความสุขความสบายความมั่นคงอุ่นใจความสะดวกในการใช้ชีวิตตามสมควรทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

บ่อยครั้งที่ความเสี่ยงมหาศาลจากการลงทุนในช่องทางบางอย่าง หรือสินทรัพย์บางประเภท บางช่วงเวลา ดูเหมือนจะ
เป็นหนทางที่นำมาซึ่งผลกำไรอันยิ่งใหญ่ในรูปของตัวเงิน แต่บ่อยครั้งอีกเหมือนกันที่สภาพจิตใจของนักลงทุน
ในภาวะที่ต้องแบกรับความเสี่ยงมหาศาลกลับเต็มไปด้วยความเครียด กังวล อันเป็นสาเหตุของความทุกข์ทั้งทางกาย
และใจ ทำให้ขาดสติในการคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆ รอบตัวให้รอบคอบ อารมณ์ขุ่นมัว ความคิดไม่สดใสทำให้เกิดผลร้าย
ที่คาดไม่ถึงได้หลายอย่าง รวมถึงการตัดสินในผิดพลาดในการลงทุน

 

สภาวะเศรษฐกิจโลกสงครามความขัดแย้งการเมืองฯลฯ สารพันปัญหาเหล่านี้มักเป็นเหตุให้เกิดความผันผวนทาง
เศรษฐกิจอย่างรุนแรง รวดเร็ว มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะราคาหุ้น และสินทรัพย์ต่างๆ ที่มี
ความอ่อนไหวต่อข่าวสารเชิงลบทั้งหลาย ก็มักจะดิ่งลงเหวได้ง่ายๆ ซึ่งความผันผวนที่ว่านี้ ในอดีตมักได้รับการหยิบ
ยกมาอธิบายว่าเป็นโอกาสสำหรับคนกล้าเสี่ยง ที่รู้จังหวะการเข้าลงทุนจะทำให้ได้ของดีในราคาถูก เช่นมหาเศรษฐี
นักลงทุนรายใหญ่ของโลกอย่างวอเร็นบัฟเฟต ที่มักจับตาซื้อหุ้นที่บริษัทมีผลประกอบการดีเฉพาะช่วงที่ตลาดหุ้น
อยู่ในภาวะตกต่ำ แต่มีสัญญาณดีสำหรับการพลิกตัวเป็นขาขึ้นในอนาคตเป็นแสงสว่างรำไรรออยู่ที่ปลายทาง และ
การตัดสินใจส่วนใหญ่ของวอเร็นบัฟเฟต ก็มักเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้จะมีบางครั้งที่เขาผิดพลาดบ้าง แต่ถึง
จะกำไรขาดทุนอย่างไรก็ไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลง่ายๆสี่ประการคือ


1.
วอเร็น บัฟเฟตเป็นนักลงทุนที่ยึดหลักว่า เขาเลือกลงทุนในบริษัทที่ดี เพื่อร่วมเป็นผู้ถือหุ้น เฝ้ารอรับส่วนแบ่ง
ผลกำไรจากความเจริญของธุรกิจนั้นๆ มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น การเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่เขาเห็นว่าดี
ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จะทำได้เฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนเท่านั้น แต่ตัวบริษัทยังคงมีแนวโน้มทาง
ธุรกิจที่ดีในระยะยาว

 

2. วอเร็น บัฟเฟตย่อมจะต้องกันเงินสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตส่วนตัวและครอบครัว รวมถึงมีการจัดระบบบริหาร
ความเสี่ยงในทุกช่องทางของการลงทุนที่หลากหลายเอาไว้มากพอ ที่ชีวิตประจำวันและการลงทุนในส่วนหลักๆ
ของเขาจะไม่ต้องได้รับผลกระทบจากความผันผวน

 

3. วอเร็น บัฟเฟตเป็นคนที่มีชีวิตสมถะ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำของเขามีราคาไม่ถึงเศษเสี้ยวเล็กๆของมูลค่าสินทรัพย์
ที่เขามี การลงทุนทำได้อย่างมีอิสระ

 

4. สิ่งที่พิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เคร่งเครียด หรือยึดมั่นในทรัพย์สินนอกกายที่หาได้มากมายมหาศาลเหล่านั้นนัก
ก็เพราะมหาเศรษฐีคนนี้ได้บริจาคเงินในสัดส่วนที่มากมายเหลือเชื่อจากมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของเขาให้กับการกุศล

 

ประเทศไทยเราเป็นเพียงจุดเล็กๆบนแผนที่โลกแต่ความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ และความ
ขัดแย้งทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจของเราได้รับผลกระทบเต็มๆอยู่เสมอ บางครั้งการขาดทุนเป็นตัวเงิน อาจไม่
เลวร้ายเท่ากับสภาพจิตใจ และความสุขในชีวิตที่พังทลายลงไป เพราะความเครียดเพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
มีคนรอบข้างที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะจิตใจการกระทำ และการตัดสินใจของเรา ด้วยหัวหน้าครอบครัวหลายบ้าน
ไม่รู้ตัวว่าได้แปลงร่างเป็นยักษ์มารอยู่บ่อยครั้งในวันหุ้นตก และใจดีผิดปกติเหมือนเทวดานางฟ้ามาโปรดในวันหุ้นขึ้น 
แต่ปัญหา คือหุ้นไม่ได้ขึ้นทุกวันในบ้านจึงมียักษ์มารมาแผลงฤทธิ์ทำให้ขาดทุนความสุขไปอย่างหาค่ามิได้

 

แม้ว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่ถ้าเราเข้าใจวิธีการบริหารความเสี่ยง และจัดสรรเงินลงทุนด้วยวิธีที่เหมาะสม
โดยไม่ให้กระทบกับส่วนของเงินที่จำเป็นต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เราก็จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้ อย่างไม่ต้อง
กังวลมากนัก ทำนองเดียวกับที่วอเร็นบัฟเฟตสามารถขาดทุน หรือทำกำไรได้คราวละหลายพันล้าน และสามารถ
แบ่งเงินไปทำการกุศลได้อีกจำนวนมหาศาล โดยไม่มีใครเดือดร้อน นอกจากนี้การควบคุมจังหวะของตัวเองให้รู้จัก
เสี่ยงในระดับที่พอเหมาะและไม่โลภจนลืมตัวถือเป็นทางสายกลางที่ช่วยทำให้ลงทุนได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

 

Text: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์

 


YOU MIGHT LIKE !



INVESTMENT DIARY : ลงทุนให้มีความสุข

อย่างที่รู้ๆ กันว่าในชีวิตของคนเราไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง หรือหลายอย่าง
แต่หากจะลองมองโลกให้สวยๆ ก็จะพบกับความจริงอย่างหนึ่งว่า ทุกการแลกเปลี่ยนหรือลงทุนในชีวิตของเรา
มีแต่กำไร ไม่มีคำว่าขาดทุน เพียงแต่บางครั้งกำไรอาจไม่ได้มาในรูปของตัวเงิน สิ่งของ หรือความสุข
บ่อยครั้งที่กำไรอาจมาในรูปของประสบการณ์ ความรู้ เวลา อิสรภาพ หรือความมั่นคงทางจิตใจในระยะยาว

 

สิ่งที่นักลงทุนไม่ควรหลงลืมอย่างยิ่งในการทำงานการใช้ชีวิต หรือการลงทุนคือเป้าหมายสูงสุดของการทำสิ่งเหล่านี้
ก็เพื่อให้เราได้มีความสุขความสบายความมั่นคงอุ่นใจความสะดวกในการใช้ชีวิตตามสมควรทั้งในปัจจุบัน และอนาคต

บ่อยครั้งที่ความเสี่ยงมหาศาลจากการลงทุนในช่องทางบางอย่าง หรือสินทรัพย์บางประเภท บางช่วงเวลา ดูเหมือนจะ
เป็นหนทางที่นำมาซึ่งผลกำไรอันยิ่งใหญ่ในรูปของตัวเงิน แต่บ่อยครั้งอีกเหมือนกันที่สภาพจิตใจของนักลงทุน
ในภาวะที่ต้องแบกรับความเสี่ยงมหาศาลกลับเต็มไปด้วยความเครียด กังวล อันเป็นสาเหตุของความทุกข์ทั้งทางกาย
และใจ ทำให้ขาดสติในการคิดไตร่ตรองสิ่งต่างๆ รอบตัวให้รอบคอบ อารมณ์ขุ่นมัว ความคิดไม่สดใสทำให้เกิดผลร้าย
ที่คาดไม่ถึงได้หลายอย่าง รวมถึงการตัดสินในผิดพลาดในการลงทุน

 

สภาวะเศรษฐกิจโลกสงครามความขัดแย้งการเมืองฯลฯ สารพันปัญหาเหล่านี้มักเป็นเหตุให้เกิดความผันผวนทาง
เศรษฐกิจอย่างรุนแรง รวดเร็ว มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะราคาหุ้น และสินทรัพย์ต่างๆ ที่มี
ความอ่อนไหวต่อข่าวสารเชิงลบทั้งหลาย ก็มักจะดิ่งลงเหวได้ง่ายๆ ซึ่งความผันผวนที่ว่านี้ ในอดีตมักได้รับการหยิบ
ยกมาอธิบายว่าเป็นโอกาสสำหรับคนกล้าเสี่ยง ที่รู้จังหวะการเข้าลงทุนจะทำให้ได้ของดีในราคาถูก เช่นมหาเศรษฐี
นักลงทุนรายใหญ่ของโลกอย่างวอเร็นบัฟเฟต ที่มักจับตาซื้อหุ้นที่บริษัทมีผลประกอบการดีเฉพาะช่วงที่ตลาดหุ้น
อยู่ในภาวะตกต่ำ แต่มีสัญญาณดีสำหรับการพลิกตัวเป็นขาขึ้นในอนาคตเป็นแสงสว่างรำไรรออยู่ที่ปลายทาง และ
การตัดสินใจส่วนใหญ่ของวอเร็นบัฟเฟต ก็มักเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แม้จะมีบางครั้งที่เขาผิดพลาดบ้าง แต่ถึง
จะกำไรขาดทุนอย่างไรก็ไม่กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาอย่างแน่นอน ด้วยเหตุผลง่ายๆสี่ประการคือ


1.
วอเร็น บัฟเฟตเป็นนักลงทุนที่ยึดหลักว่า เขาเลือกลงทุนในบริษัทที่ดี เพื่อร่วมเป็นผู้ถือหุ้น เฝ้ารอรับส่วนแบ่ง
ผลกำไรจากความเจริญของธุรกิจนั้นๆ มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น การเข้าซื้อหุ้นของบริษัทที่เขาเห็นว่าดี
ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จะทำได้เฉพาะในช่วงที่ตลาดผันผวนเท่านั้น แต่ตัวบริษัทยังคงมีแนวโน้มทาง
ธุรกิจที่ดีในระยะยาว

 

2. วอเร็น บัฟเฟตย่อมจะต้องกันเงินสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตส่วนตัวและครอบครัว รวมถึงมีการจัดระบบบริหาร
ความเสี่ยงในทุกช่องทางของการลงทุนที่หลากหลายเอาไว้มากพอ ที่ชีวิตประจำวันและการลงทุนในส่วนหลักๆ
ของเขาจะไม่ต้องได้รับผลกระทบจากความผันผวน

 

3. วอเร็น บัฟเฟตเป็นคนที่มีชีวิตสมถะ ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำของเขามีราคาไม่ถึงเศษเสี้ยวเล็กๆของมูลค่าสินทรัพย์
ที่เขามี การลงทุนทำได้อย่างมีอิสระ

 

4. สิ่งที่พิสูจน์ว่าเขาไม่ได้เคร่งเครียด หรือยึดมั่นในทรัพย์สินนอกกายที่หาได้มากมายมหาศาลเหล่านั้นนัก
ก็เพราะมหาเศรษฐีคนนี้ได้บริจาคเงินในสัดส่วนที่มากมายเหลือเชื่อจากมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของเขาให้กับการกุศล

 

ประเทศไทยเราเป็นเพียงจุดเล็กๆบนแผนที่โลกแต่ความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ และความ
ขัดแย้งทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจของเราได้รับผลกระทบเต็มๆอยู่เสมอ บางครั้งการขาดทุนเป็นตัวเงิน อาจไม่
เลวร้ายเท่ากับสภาพจิตใจ และความสุขในชีวิตที่พังทลายลงไป เพราะความเครียดเพราะเราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
มีคนรอบข้างที่จะได้รับผลกระทบจากภาวะจิตใจการกระทำ และการตัดสินใจของเรา ด้วยหัวหน้าครอบครัวหลายบ้าน
ไม่รู้ตัวว่าได้แปลงร่างเป็นยักษ์มารอยู่บ่อยครั้งในวันหุ้นตก และใจดีผิดปกติเหมือนเทวดานางฟ้ามาโปรดในวันหุ้นขึ้น 
แต่ปัญหา คือหุ้นไม่ได้ขึ้นทุกวันในบ้านจึงมียักษ์มารมาแผลงฤทธิ์ทำให้ขาดทุนความสุขไปอย่างหาค่ามิได้

 

แม้ว่าการลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่ถ้าเราเข้าใจวิธีการบริหารความเสี่ยง และจัดสรรเงินลงทุนด้วยวิธีที่เหมาะสม
โดยไม่ให้กระทบกับส่วนของเงินที่จำเป็นต้องใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เราก็จะสามารถตัดสินใจลงทุนได้ อย่างไม่ต้อง
กังวลมากนัก ทำนองเดียวกับที่วอเร็นบัฟเฟตสามารถขาดทุน หรือทำกำไรได้คราวละหลายพันล้าน และสามารถ
แบ่งเงินไปทำการกุศลได้อีกจำนวนมหาศาล โดยไม่มีใครเดือดร้อน นอกจากนี้การควบคุมจังหวะของตัวเองให้รู้จัก
เสี่ยงในระดับที่พอเหมาะและไม่โลภจนลืมตัวถือเป็นทางสายกลางที่ช่วยทำให้ลงทุนได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

 

Text: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์