100 ชั่วโมงกับ Beats Studio3 Wireless คุ้มไหมถ้าจะซื้อ?

เราบอกตรงๆ ว่าตอนแรกที่ได้เจ้า Beats Studio3 Wireless มาลองนั้นมันมีความข้องใจเบาๆ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบโทนเสียงของหูฟังตระกูล Beats สักเท่าไหร่เพราะถ้าคุณๆ เคยลองหูฟัง Beats ในยุคแรกๆ ก่อนที่ Apple จะเข้ามาซื้อกิจการในปี 2014  เพราะก่อนหน้านั้นหูฟังหลายต่อหลายรุ่นของ Beats ที่เราเคยใช้ล้วนแล้วแต่ประสบปัญหาเบสนรกทั้งนั้นก็คือมีการแต่งเสียงย่านความถี่ต่ำมากเกินไปจนไปกวนย่านความเสียงอื่นๆ จนทำให้หูฟังนั้นเสียงไม่น่าอภิรมย์จนถูกตราหน้าว่าแพงแต่ห่วยไปตามระเบียบ แต่วันนี้ Beats เปลี่ยนไปแล้วจ้ะ

 

 

 

เจ้าเฮดโฟน Beats Studio3 Wireless มาให้เราลองในขนาดฟูลไซซ์ที่ใหญ่แบบครอบมิดทั้งหูและเป้นแบบปิดไม่ต้องกังวลว่าเสียงเพลงที่เราฟังอยู่จะไปรบกวนใครหรือเปล่า ในไทยตอนนี้มีให้เลือกทั้งสิ้น 4  สีคือฟ้า เทา ดำ และน้ำตาล ที่แม้ตัวหูฟังและส่วนฟองน้ำครอบหูจะทำจากพลาสติกและหนังเทียมแต่ก็เป็นวัสดุเกรดดีที่ให้ความรู้สึกแข็งแรกและทนทานตั้งแต่ครั้งแรกที่จับ ซึ่ง Beats บอกว่าไฮไลท์ของ Studio3 Wireless ก็คือคุณสมบัติ Pure Adaptive Noise Canceling (Pure ANC) ที่จะตัดเสียงรบกวนจากภายนอกให้อยู่ตลอด และยังมีการปรับเทียบเสียงแบบเรียลไทม์เพื่อรักษาความคมชัด ช่วงเสียง และอารมณ์ ซึ่งจะบล็อกเสียงแบบเจาะจงอย่างต่อเนื่องในขณะที่ปรับแต่งเสียงตามการเล่นเพลงแต่ละเพลงโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ และมันก็ทำได้อย่างคำอ้างจริงๆ ว้าวเลยไหมล่ะ

 

 

ระบบตัดเสียงรบกวนของหูฟังตัวนี้สามารถบล็อกผู้คนจอแจบนบีทีเอสยาม Prime time  ได้เกือบหมด (และยังทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงประกาศบอกสถานีเลยล่ะ) ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับใครที่อยากอิ่มเอมไปกับดนตรีอย่างจริงจัง แต่เราไม่แนะนำให้ใช้นอกสถานที่เท่าไหร่เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ด้านเสียงนั้นถือว่าทำได้ดีจนเราประทับใจ เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าในอดีตหูฟัง Beats บวมเบสมาก แต่เจ้า นี้ปรับปรุงให้ทุกอย่างซอฟท์และเข้าที่เข้าทาง ในช่วงสองสามชั่วโมงแรกที่ลองนั้น เรารับรู้ถึงประกายเสียงสูงของ Mariah Carey ในเพลง Emotion ได้ดีและยังรู้สึกถึงเสียงกระเดื่องคู่ของ Tre Cool มือกลองของวงพังก์ร๊อก Green Day ในเพลง American Idiot ได้เช่นกัน แต่เมื่อเราใช้ไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ชั่วโมงที่ 100 นั้นดูเหมือนหูฟังจะสร้าง Sound Stage ได้กว้างขึ้นทำให้ภาพรวมของเสียงนั้นโปร่ง สบายขึ้นและโทนเสียงแหลมชัดเจนขึ้นด้วยซึ่งถ้าเทียบกับ Beats ในอดีตแล้วนั้นอาจพูดได้เลยว่าผิดปกติ

 

หูฟังมาพร้อมกล่องเก็บขนาดพอดีแต่ก็ใหญ่เกินการพกพาแบบสบายๆ

 

 

ความกว้างขึ้นของ Sound Stage นั้นทำให้ Beats เหมาะกับการฟังเพลงป็อปใสๆ เรื่อยไปจนถึง Smooth Jazz ได้อยู่แต่สำหรับใครที่รัก R&B และเพลงร็อกอาจจะงุนงงนิดหน่อยเพราะเมื่อใช้ไปสักพักเสียงกลางและย่านเสียงต่ำจะหดหายไปจนรู้สึกได้ หลังจากการ Burn ไปเรื่อยๆ แล้ว เราแทบไม่รู้สึกถึงเบสที่มากระแทกหูเป็นลูกๆ เลยซึ่งมันดีสำหรับเพลงบางประเภทแต่สำหรับคอร็อกแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่ “สะใจ” (รวมถึงชาว R&B ด้วยที่อาจรู้สึกว่ามันขาด Rythm ไปหน่อย)

 

 

อีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยนั้นก็คือความสบายในการสวมใส่ เพราะถึงแม้ Beats Studio3 Wireless จะเป็นหูฟังฟูลไซซ์ที่หล่อเหลาเอาการ (เรายกให้เป็นที่ 1 เลยล่ะในราคานี้)  แต่มันเป็นหูฟังที่ใส่ไม่สบายเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ในราคาพอๆ กันอย่าง Sennheiser Momentum Wireless M2 (ซึ่งให้โทนเสียงที่คล้ายกันแต่จัดจ้านกว่า เบสถึงกว่า เสียงใสกว่าแต่ก็ราคาแพงกว่านิดหน่อยพร้อมหน้าตาแบบวินเทจ) หรือ Bose QuietComfort 35 wireless headphones II เพราะ Beast มันบีบหัวบีบหูเกินไป แม้ฟองน้ำที่ให้มาจะนุ่มมากแต่คุณยังสามารถรู้สึกได้ถึงแรงบีบตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่ใส่ และถึงมันจะไม่เจ็บแต่มันก็ทำให้รู้สึกตึงๆ ได้อยู่เหมือนกันและปัญหาอีกอย่างของฟองน้ำบุหนังเทียมก็คือมันไม่ระบายความร้อนเท่าทีควรทำให้คุณเหงื่อหยดติ๋งๆ ได้หากใส่กลางแจ้งนานๆ อีกอย่างที่เราไม่ค่อยชอบก็คือการปรับความยาวของหูฟังซ้ายขวานั้นสั้นไปหน่อย มันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการฟังหรอกแต่เวลาเอามาห้อยคอพกไปไหนมาไหนนั้นหูฟังจะติดอยู่ปลายคางเราแทนที่จะลงไปกองอยู่ตรงคอ

 

รองรับการชาร์ตเร็ว Fast Fuel ซึ่งการชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานถึง 3 ชั่วโมง

 

ขนาดของหูฟังเมื่อเทียบกับนิตยสาร 1  เล่ม

 

ชิปเซต Apple W1 ช่วยให้หูฟังจัดการการเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งจัดการพลังงานได้ดีเยี่ยมซึ่งเคลมว่าถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนไปแล้ว จะทำงานได้ต่อเนื่องถึง 40 ชั่วโมงเลย และจากการใช้งานจริงแบบเปิดๆ ปิดๆ ระบบตัดเสียงรบกวนนี้ก็ทำให้หูฟังอยู่กับเราไปได้ประมาณ 3 วันแบบสบายๆ เลยล่ะ ซึ่งเมื่อรวมกับราคา 12,500 บาทแล้วก็ยังทำให้หูฟัง Beats Studio3 Wireless นี้น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการหูฟังที่ใส่แล้วหล่อ เสียงไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เอาจริงๆ ก็จัดว่าดีมากเลยเมื่อเทียบกับตัวเก่าๆ ของ Beat โดยรวมแล้วเราให้เจ้าปีศาจ Beats Studio3 Wireless นี้อยู่ที่ 70/100 คะแนนครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: KANt, Courtesy of Apple

 




100 ชั่วโมงกับ Beats Studio3 Wireless คุ้มไหมถ้าจะซื้อ?

เราบอกตรงๆ ว่าตอนแรกที่ได้เจ้า Beats Studio3 Wireless มาลองนั้นมันมีความข้องใจเบาๆ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบโทนเสียงของหูฟังตระกูล Beats สักเท่าไหร่เพราะถ้าคุณๆ เคยลองหูฟัง Beats ในยุคแรกๆ ก่อนที่ Apple จะเข้ามาซื้อกิจการในปี 2014  เพราะก่อนหน้านั้นหูฟังหลายต่อหลายรุ่นของ Beats ที่เราเคยใช้ล้วนแล้วแต่ประสบปัญหาเบสนรกทั้งนั้นก็คือมีการแต่งเสียงย่านความถี่ต่ำมากเกินไปจนไปกวนย่านความเสียงอื่นๆ จนทำให้หูฟังนั้นเสียงไม่น่าอภิรมย์จนถูกตราหน้าว่าแพงแต่ห่วยไปตามระเบียบ แต่วันนี้ Beats เปลี่ยนไปแล้วจ้ะ

 

 

 

เจ้าเฮดโฟน Beats Studio3 Wireless มาให้เราลองในขนาดฟูลไซซ์ที่ใหญ่แบบครอบมิดทั้งหูและเป้นแบบปิดไม่ต้องกังวลว่าเสียงเพลงที่เราฟังอยู่จะไปรบกวนใครหรือเปล่า ในไทยตอนนี้มีให้เลือกทั้งสิ้น 4  สีคือฟ้า เทา ดำ และน้ำตาล ที่แม้ตัวหูฟังและส่วนฟองน้ำครอบหูจะทำจากพลาสติกและหนังเทียมแต่ก็เป็นวัสดุเกรดดีที่ให้ความรู้สึกแข็งแรกและทนทานตั้งแต่ครั้งแรกที่จับ ซึ่ง Beats บอกว่าไฮไลท์ของ Studio3 Wireless ก็คือคุณสมบัติ Pure Adaptive Noise Canceling (Pure ANC) ที่จะตัดเสียงรบกวนจากภายนอกให้อยู่ตลอด และยังมีการปรับเทียบเสียงแบบเรียลไทม์เพื่อรักษาความคมชัด ช่วงเสียง และอารมณ์ ซึ่งจะบล็อกเสียงแบบเจาะจงอย่างต่อเนื่องในขณะที่ปรับแต่งเสียงตามการเล่นเพลงแต่ละเพลงโดยอัตโนมัติแบบเรียลไทม์ และมันก็ทำได้อย่างคำอ้างจริงๆ ว้าวเลยไหมล่ะ

 

 

ระบบตัดเสียงรบกวนของหูฟังตัวนี้สามารถบล็อกผู้คนจอแจบนบีทีเอสยาม Prime time  ได้เกือบหมด (และยังทำให้แทบไม่ได้ยินเสียงประกาศบอกสถานีเลยล่ะ) ถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ดีสำหรับใครที่อยากอิ่มเอมไปกับดนตรีอย่างจริงจัง แต่เราไม่แนะนำให้ใช้นอกสถานที่เท่าไหร่เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ด้านเสียงนั้นถือว่าทำได้ดีจนเราประทับใจ เพราะอย่างที่บอกไปตอนต้นว่าในอดีตหูฟัง Beats บวมเบสมาก แต่เจ้า นี้ปรับปรุงให้ทุกอย่างซอฟท์และเข้าที่เข้าทาง ในช่วงสองสามชั่วโมงแรกที่ลองนั้น เรารับรู้ถึงประกายเสียงสูงของ Mariah Carey ในเพลง Emotion ได้ดีและยังรู้สึกถึงเสียงกระเดื่องคู่ของ Tre Cool มือกลองของวงพังก์ร๊อก Green Day ในเพลง American Idiot ได้เช่นกัน แต่เมื่อเราใช้ไปเรื่อยๆ จนเข้าสู่ชั่วโมงที่ 100 นั้นดูเหมือนหูฟังจะสร้าง Sound Stage ได้กว้างขึ้นทำให้ภาพรวมของเสียงนั้นโปร่ง สบายขึ้นและโทนเสียงแหลมชัดเจนขึ้นด้วยซึ่งถ้าเทียบกับ Beats ในอดีตแล้วนั้นอาจพูดได้เลยว่าผิดปกติ

 

หูฟังมาพร้อมกล่องเก็บขนาดพอดีแต่ก็ใหญ่เกินการพกพาแบบสบายๆ

 

 

ความกว้างขึ้นของ Sound Stage นั้นทำให้ Beats เหมาะกับการฟังเพลงป็อปใสๆ เรื่อยไปจนถึง Smooth Jazz ได้อยู่แต่สำหรับใครที่รัก R&B และเพลงร็อกอาจจะงุนงงนิดหน่อยเพราะเมื่อใช้ไปสักพักเสียงกลางและย่านเสียงต่ำจะหดหายไปจนรู้สึกได้ หลังจากการ Burn ไปเรื่อยๆ แล้ว เราแทบไม่รู้สึกถึงเบสที่มากระแทกหูเป็นลูกๆ เลยซึ่งมันดีสำหรับเพลงบางประเภทแต่สำหรับคอร็อกแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่ “สะใจ” (รวมถึงชาว R&B ด้วยที่อาจรู้สึกว่ามันขาด Rythm ไปหน่อย)

 

 

อีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยนั้นก็คือความสบายในการสวมใส่ เพราะถึงแม้ Beats Studio3 Wireless จะเป็นหูฟังฟูลไซซ์ที่หล่อเหลาเอาการ (เรายกให้เป็นที่ 1 เลยล่ะในราคานี้)  แต่มันเป็นหูฟังที่ใส่ไม่สบายเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ในราคาพอๆ กันอย่าง Sennheiser Momentum Wireless M2 (ซึ่งให้โทนเสียงที่คล้ายกันแต่จัดจ้านกว่า เบสถึงกว่า เสียงใสกว่าแต่ก็ราคาแพงกว่านิดหน่อยพร้อมหน้าตาแบบวินเทจ) หรือ Bose QuietComfort 35 wireless headphones II เพราะ Beast มันบีบหัวบีบหูเกินไป แม้ฟองน้ำที่ให้มาจะนุ่มมากแต่คุณยังสามารถรู้สึกได้ถึงแรงบีบตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่ใส่ และถึงมันจะไม่เจ็บแต่มันก็ทำให้รู้สึกตึงๆ ได้อยู่เหมือนกันและปัญหาอีกอย่างของฟองน้ำบุหนังเทียมก็คือมันไม่ระบายความร้อนเท่าทีควรทำให้คุณเหงื่อหยดติ๋งๆ ได้หากใส่กลางแจ้งนานๆ อีกอย่างที่เราไม่ค่อยชอบก็คือการปรับความยาวของหูฟังซ้ายขวานั้นสั้นไปหน่อย มันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับการฟังหรอกแต่เวลาเอามาห้อยคอพกไปไหนมาไหนนั้นหูฟังจะติดอยู่ปลายคางเราแทนที่จะลงไปกองอยู่ตรงคอ

 

รองรับการชาร์ตเร็ว Fast Fuel ซึ่งการชาร์จเพียง 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานถึง 3 ชั่วโมง

 

ขนาดของหูฟังเมื่อเทียบกับนิตยสาร 1  เล่ม

 

ชิปเซต Apple W1 ช่วยให้หูฟังจัดการการเชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วพร้อมทั้งจัดการพลังงานได้ดีเยี่ยมซึ่งเคลมว่าถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนไปแล้ว จะทำงานได้ต่อเนื่องถึง 40 ชั่วโมงเลย และจากการใช้งานจริงแบบเปิดๆ ปิดๆ ระบบตัดเสียงรบกวนนี้ก็ทำให้หูฟังอยู่กับเราไปได้ประมาณ 3 วันแบบสบายๆ เลยล่ะ ซึ่งเมื่อรวมกับราคา 12,500 บาทแล้วก็ยังทำให้หูฟัง Beats Studio3 Wireless นี้น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการหูฟังที่ใส่แล้วหล่อ เสียงไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เอาจริงๆ ก็จัดว่าดีมากเลยเมื่อเทียบกับตัวเก่าๆ ของ Beat โดยรวมแล้วเราให้เจ้าปีศาจ Beats Studio3 Wireless นี้อยู่ที่ 70/100 คะแนนครับ


เรื่อง: KANt

ภาพ: KANt, Courtesy of Apple