'โลกใบใหญ่ vs โลกใบเล็ก' เห็นโอกาส หรือวิกฤติทางเศรษฐกิจ

การมีชีวิตอยู่ในโลกของเราทุกวันนี้มีระดับของเรื่องราวที่เราต้องเก็บมาคิด ถ้ามองแค่โลกใบเล็กๆในสังคมใกล้ตัวอย่างเช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน ก็ย่อมมีเรื่องให้คิดน้อยกว่าการมองโลกใบใหญ่ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

 

ขณะที่เรากำลังชั่งใจคิดว่าจะเลือกใช้บัตรเครดิตใบไหนดีเพื่อให้ได้ส่วนลดที่พิเศษกว่าในการซื้อเสื้อสักตัวหนึ่ง คิดว่าจะเลือกออมเงินกับแบงค์ไหนดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่ากันสักครึ่งเปอร์เซ็นต์ บ้างก็พยายามหาช่องทางใช้จ่ายตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงวันหยุดยาวเพื่อให้ได้เงินคืนภาษีเยอะที่สุด เพื่อจะมีความสุขที่ได้ชัยชนะเล็กๆน้อยๆจากการแข่งขันในโลกใบเล็ก ภูมิใจกับความฉลาดที่ทำให้ 'รวยขึ้น' นิดๆหน่อยๆ โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยว่า มีความจริงอีกมากมายในโลกใบใหญ่ที่อาจทำให้มูลค่าของทรัพย์สินที่เราหามาแทบตาย ประหยัดจนตัวโก่ง ลดหายลงไปฮวบฮาบโดยที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

 

ถ้าลองเปิดตาให้กว้างขึ้นไปรับรู้ข่าวสารในโลกใบใหญ่ ก็อาจจะตกใจยิ่งกว่าที่ได้รู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงมากมายที่มีผลต่อสถานะทางการเงินของผู้คนนับร้อยพันล้านคน เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของคนที่มีสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งในล้าน ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบทั่วโลก ย่อมหมายถึงความจริงที่ว่า ในขณะที่บางคนมีอำนาจขนาดหมุนโลกได้ แต่ตัวเรากลับเล็กจ้อยราวกับเชื้อโรคในจักรวาล

 

เช่นเดียวกับที่คนจำนวนมากไม่คิดว่าตัวเองจะเดือดร้อนโดยตรงกับภาวะอ่อนหรือแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทั้งที่การอ่อนแข็งของค่าเงินโลกมีผลโดยตรงต่อค่าเงินในกระเป๋าซึ่งก็คือ ความมั่งคั่งของเราทุกคน

 

ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 คนไทยคงเคยท่องได้ว่า เราต้องใช้เงินไทยราว 25 บาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นต่อมาอีกเกือบยี่สิบปี (คือปัจจุบันที่เขียนบทความนี้) เราคุ้นๆว่าเงินไทยราว 30 กว่าบาทแลกได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐ สมัยที่การ์ตูนโดเรมอนออกมาใหม่ๆ 1 บาทไทยแลกได้ 10 เยน ตอนนี้คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เงิน 3 บาทกว่าแลกเหรียญ 10 เยน ก็ลองคำนวณดูแล้วกันว่า ในทางเทคนิคแล้ว เราจนลงแค่ไหน

 

เป็นที่รู้กัน (เฉพาะคนที่สนใจ) จีนกำลังพยายามจะผงาดขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ของโลก เหมือนที่สหรัฐฯเคยเป็น แต่หลายคนยังคิดว่า อย่างไรเสีย สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยังเป็นค่าเงินหลักของโลกต่อไป ในขณะที่จีนประกาศเอาราคาทองคำมาเทียบค่ากับหยวน เมื่อราวกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาในอัตรา 257.97 หยวนต่อทองคำ 1 กรัม โดยให้ตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง

 

บางท่านอาจกังวลแค่ว่า ราคาทองที่ตัวเองซื้อเก็บไว้จะผันแปรไปในทิศทางไหน แต่สำหรับภาพรวมในระดับโลกนั่นหมายถึง จีนได้ประสบความสำเร็จระดับที่สูงขึ้นจากการปลดแอกค่าเงินหยวนจากอิทธิพลเงินสหรัฐฯ และงานนี้จีนก็ไม่ได้ลุยเดี่ยว แต่มาพร้อมกับแรงหนุนจากประเทศพันธมิตรสังคมนิยมขาใหญ่อย่างรัสเซียที่แบ็คอัพทุกย่างก้าวของจีนแบบเนียนๆทว่ามั่นคง ด้วยการออกแถลงการณ์การลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในน่านน้ำสากล รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้

 

ถึงจะเป็นข่าวครึกโครมคับโลกใบใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่ในโลกใบเล็กอาจสนใจน้อยกว่าข่าวดาราเลิกกัน ว่านี่เป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งกองเรือประสิทธิภาพสูงเข้ามายังน่านน้ำเพื่อเป็นการโต้ตอบสหรัฐฯ ที่พยายามข่มอำนาจจีนด้วยการขยับแสนยานุภาพทางการทหารไปในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ แถมยังระดมพันธมิตรมาฝึกซ้อมรบคอบบร้าโกลด์ ซึ่งล้วนแต่ทำเพื่อกดดันจีนมิให้จีนปลดแอกหยวนออกจากดอลล่าร์ และผลลัพธ์ก็คือ มังกรจีนไม่ได้ยี่หระ แถมยังกระตุ้นความสัมพันธ์ให้มังกรจีนกับหมีขาวรัสเซียยิ่งกอดคอจูบปากรักใคร่กันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

คนที่มองโลกในมุมกว้าง มองโลกแห่งความจริง พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ใบโต ออกเดินทางไปซื้อของถูกที่รัสเซีย ไปผูกมิตรค้าขายกับจีน แม้คนไทยอาจจะรังเกียจนักท่องเที่ยวจีนอยู่บ้าง แต่คนไทยไม่รังเกียจเงินหยวน...โลกแห่งความจริงเป็นเช่นนั้น และในโลกแห่งความจริงใบเดียวกันนี้ บางคนก็ไม่เคยสังเกตว่า สินค้านำเข้าจำนวนมหาศาลจากจีนกำลังขยายพื้นที่อย่างฮึกเหิมในตลาดแทบทุกระดับ ส้มสายพันธุ์ไทยที่เคยราคาถูกจนแทบจะเอามาปาหัวกันเล่นได้ในยุคก่อนกลายเป็น สินค้าขึ้นห้างราคาสูงลิบจนชาวบ้านที่รับค่าแรงขั้นต่ำซื้อกินไม่ได้ แต่ส้มจากจีน แอปเปิ้ลนิวซีแลนด์ สตรอเบอรี่ลูกโตหวานฉ่ำจากญี่ปุ่นวางขายเกลื่อนในราคาถูกกว่าผลไม้ไทย

 

ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามานี้ หากจะมองว่าไม่เกี่ยวกันก็มองได้ แต่นั่นคงต้องหลับตามอง เพราะถ้าช่วยกันเปิดกะลาใบเล็กที่ครอบอยู่และลืมตามองโลกแบบกว้างๆแล้วจะเห็นว่า สิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันนั้น แท้จริงแล้วเกี่ยวกันไปหมด แม้แต่คนโสดที่ไม่สนใจโลก ซุกตัวอยู่ในห้องแคบๆ ดื่มด่ำเสพซีรีย์เกาหลี ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินวอนแข็งขึ้น แม้พวกเขาจะไม่เคยสนใจสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ไม่สนใจข่าวการทดลองขีปนาวุธที่ทำให้หุ้นตกทั่วโลก ไม่สนใจว่าทำไมค่าน้ำมันในตลาดโลกจึงดิ่งลง แค่สนใจว่าวันนี้เติมน้ำมันในปั๊มได้ถูกลงกว่าวันก่อนห้าสิบสตางค์ก็ดีใจมากแล้ว เป็นชัยชนะในโลกใบเล็กที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง 'เหนือกว่า' คนอื่นอยู่หลายขุม

 

ก่อนจะนัดกันไปเช็คอินที่เก๋ๆ วันศุกร์กับคนรู้ใจ พักรีสอร์ทอัพรูปลงโซเชียลวันหยุดยาวครั้งต่อไปเพื่อประกาศชัยชนะสำหรับการมีชีวิตดี๊ดีในโลกสวยของคุณ เคยถามตัวเองจริงๆหรือยังว่า ที่สุดแล้วคุณตั้งในจะเลือกอยู่ในโลกใบไหนแน่

 

ถ้าคุณมีสิทธิ์เลือกได้

 


 

Text: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์

Edit: Paron S.


YOU MIGHT LIKE !



'โลกใบใหญ่ vs โลกใบเล็ก' เห็นโอกาส หรือวิกฤติทางเศรษฐกิจ

การมีชีวิตอยู่ในโลกของเราทุกวันนี้มีระดับของเรื่องราวที่เราต้องเก็บมาคิด ถ้ามองแค่โลกใบเล็กๆในสังคมใกล้ตัวอย่างเช่น ที่บ้าน ที่ทำงาน ก็ย่อมมีเรื่องให้คิดน้อยกว่าการมองโลกใบใหญ่ในขอบเขตที่กว้างขึ้น

 

ขณะที่เรากำลังชั่งใจคิดว่าจะเลือกใช้บัตรเครดิตใบไหนดีเพื่อให้ได้ส่วนลดที่พิเศษกว่าในการซื้อเสื้อสักตัวหนึ่ง คิดว่าจะเลือกออมเงินกับแบงค์ไหนดีเพื่อให้ได้ผลตอบแทนมากกว่ากันสักครึ่งเปอร์เซ็นต์ บ้างก็พยายามหาช่องทางใช้จ่ายตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงวันหยุดยาวเพื่อให้ได้เงินคืนภาษีเยอะที่สุด เพื่อจะมีความสุขที่ได้ชัยชนะเล็กๆน้อยๆจากการแข่งขันในโลกใบเล็ก ภูมิใจกับความฉลาดที่ทำให้ 'รวยขึ้น' นิดๆหน่อยๆ โดยที่ไม่ได้ตระหนักเลยว่า มีความจริงอีกมากมายในโลกใบใหญ่ที่อาจทำให้มูลค่าของทรัพย์สินที่เราหามาแทบตาย ประหยัดจนตัวโก่ง ลดหายลงไปฮวบฮาบโดยที่เราไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย

 

ถ้าลองเปิดตาให้กว้างขึ้นไปรับรู้ข่าวสารในโลกใบใหญ่ ก็อาจจะตกใจยิ่งกว่าที่ได้รู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงมากมายที่มีผลต่อสถานะทางการเงินของผู้คนนับร้อยพันล้านคน เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของคนที่มีสัดส่วนไม่ถึงหนึ่งในล้าน ซึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่ได้รับผลกระทบทั่วโลก ย่อมหมายถึงความจริงที่ว่า ในขณะที่บางคนมีอำนาจขนาดหมุนโลกได้ แต่ตัวเรากลับเล็กจ้อยราวกับเชื้อโรคในจักรวาล

 

เช่นเดียวกับที่คนจำนวนมากไม่คิดว่าตัวเองจะเดือดร้อนโดยตรงกับภาวะอ่อนหรือแข็งค่าของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทั้งที่การอ่อนแข็งของค่าเงินโลกมีผลโดยตรงต่อค่าเงินในกระเป๋าซึ่งก็คือ ความมั่งคั่งของเราทุกคน

 

ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 คนไทยคงเคยท่องได้ว่า เราต้องใช้เงินไทยราว 25 บาทแลก 1 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นต่อมาอีกเกือบยี่สิบปี (คือปัจจุบันที่เขียนบทความนี้) เราคุ้นๆว่าเงินไทยราว 30 กว่าบาทแลกได้ 1 ดอลลาร์สหรัฐ สมัยที่การ์ตูนโดเรมอนออกมาใหม่ๆ 1 บาทไทยแลกได้ 10 เยน ตอนนี้คนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นต้องใช้เงิน 3 บาทกว่าแลกเหรียญ 10 เยน ก็ลองคำนวณดูแล้วกันว่า ในทางเทคนิคแล้ว เราจนลงแค่ไหน

 

เป็นที่รู้กัน (เฉพาะคนที่สนใจ) จีนกำลังพยายามจะผงาดขึ้นมาเป็นพี่ใหญ่ของโลก เหมือนที่สหรัฐฯเคยเป็น แต่หลายคนยังคิดว่า อย่างไรเสีย สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ยังเป็นค่าเงินหลักของโลกต่อไป ในขณะที่จีนประกาศเอาราคาทองคำมาเทียบค่ากับหยวน เมื่อราวกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาในอัตรา 257.97 หยวนต่อทองคำ 1 กรัม โดยให้ตลาดทองคำเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลาง

 

บางท่านอาจกังวลแค่ว่า ราคาทองที่ตัวเองซื้อเก็บไว้จะผันแปรไปในทิศทางไหน แต่สำหรับภาพรวมในระดับโลกนั่นหมายถึง จีนได้ประสบความสำเร็จระดับที่สูงขึ้นจากการปลดแอกค่าเงินหยวนจากอิทธิพลเงินสหรัฐฯ และงานนี้จีนก็ไม่ได้ลุยเดี่ยว แต่มาพร้อมกับแรงหนุนจากประเทศพันธมิตรสังคมนิยมขาใหญ่อย่างรัสเซียที่แบ็คอัพทุกย่างก้าวของจีนแบบเนียนๆทว่ามั่นคง ด้วยการออกแถลงการณ์การลาดตระเวนทางทะเลร่วมกันในน่านน้ำสากล รวมทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้

 

ถึงจะเป็นข่าวครึกโครมคับโลกใบใหญ่ แต่คนส่วนใหญ่ในโลกใบเล็กอาจสนใจน้อยกว่าข่าวดาราเลิกกัน ว่านี่เป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งกองเรือประสิทธิภาพสูงเข้ามายังน่านน้ำเพื่อเป็นการโต้ตอบสหรัฐฯ ที่พยายามข่มอำนาจจีนด้วยการขยับแสนยานุภาพทางการทหารไปในหลายภูมิภาคโดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ แถมยังระดมพันธมิตรมาฝึกซ้อมรบคอบบร้าโกลด์ ซึ่งล้วนแต่ทำเพื่อกดดันจีนมิให้จีนปลดแอกหยวนออกจากดอลล่าร์ และผลลัพธ์ก็คือ มังกรจีนไม่ได้ยี่หระ แถมยังกระตุ้นความสัมพันธ์ให้มังกรจีนกับหมีขาวรัสเซียยิ่งกอดคอจูบปากรักใคร่กันแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

 

คนที่มองโลกในมุมกว้าง มองโลกแห่งความจริง พร้อมกับกระเป๋าสตางค์ใบโต ออกเดินทางไปซื้อของถูกที่รัสเซีย ไปผูกมิตรค้าขายกับจีน แม้คนไทยอาจจะรังเกียจนักท่องเที่ยวจีนอยู่บ้าง แต่คนไทยไม่รังเกียจเงินหยวน...โลกแห่งความจริงเป็นเช่นนั้น และในโลกแห่งความจริงใบเดียวกันนี้ บางคนก็ไม่เคยสังเกตว่า สินค้านำเข้าจำนวนมหาศาลจากจีนกำลังขยายพื้นที่อย่างฮึกเหิมในตลาดแทบทุกระดับ ส้มสายพันธุ์ไทยที่เคยราคาถูกจนแทบจะเอามาปาหัวกันเล่นได้ในยุคก่อนกลายเป็น สินค้าขึ้นห้างราคาสูงลิบจนชาวบ้านที่รับค่าแรงขั้นต่ำซื้อกินไม่ได้ แต่ส้มจากจีน แอปเปิ้ลนิวซีแลนด์ สตรอเบอรี่ลูกโตหวานฉ่ำจากญี่ปุ่นวางขายเกลื่อนในราคาถูกกว่าผลไม้ไทย

 

ปรากฏการณ์ทั้งหลายที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามานี้ หากจะมองว่าไม่เกี่ยวกันก็มองได้ แต่นั่นคงต้องหลับตามอง เพราะถ้าช่วยกันเปิดกะลาใบเล็กที่ครอบอยู่และลืมตามองโลกแบบกว้างๆแล้วจะเห็นว่า สิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกันนั้น แท้จริงแล้วเกี่ยวกันไปหมด แม้แต่คนโสดที่ไม่สนใจโลก ซุกตัวอยู่ในห้องแคบๆ ดื่มด่ำเสพซีรีย์เกาหลี ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินวอนแข็งขึ้น แม้พวกเขาจะไม่เคยสนใจสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ไม่สนใจข่าวการทดลองขีปนาวุธที่ทำให้หุ้นตกทั่วโลก ไม่สนใจว่าทำไมค่าน้ำมันในตลาดโลกจึงดิ่งลง แค่สนใจว่าวันนี้เติมน้ำมันในปั๊มได้ถูกลงกว่าวันก่อนห้าสิบสตางค์ก็ดีใจมากแล้ว เป็นชัยชนะในโลกใบเล็กที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเอง 'เหนือกว่า' คนอื่นอยู่หลายขุม

 

ก่อนจะนัดกันไปเช็คอินที่เก๋ๆ วันศุกร์กับคนรู้ใจ พักรีสอร์ทอัพรูปลงโซเชียลวันหยุดยาวครั้งต่อไปเพื่อประกาศชัยชนะสำหรับการมีชีวิตดี๊ดีในโลกสวยของคุณ เคยถามตัวเองจริงๆหรือยังว่า ที่สุดแล้วคุณตั้งในจะเลือกอยู่ในโลกใบไหนแน่

 

ถ้าคุณมีสิทธิ์เลือกได้

 


 

Text: วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์

Edit: Paron S.