ตามรอยลายแทงแก่งกระจาน จาก Esquire Thailand

จริงๆ แล้วแก่งกระจานเป็นสวรรค์ปลายทางของไทยอีกแห่ง ที่นี่มีความเป็นธรรมชาติเกือบ 100% เพราะอยู่บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ที่มีทั้งทะเลสาบขนาดใหญ่ ภูเขา ป่าดงดิบ เหมาะสำหรับไปเอาอ๊อกซิเจนเข้าปอด เอาจริงๆ แค่เห็นรูปก็หายใจสะดวกแล้ว ถ้าได้ไปสัมผัสถึงที่ คงไม่อยากกลับบ้านเราจะเขียนบอกเป็นลายแทงไว้ให้ก่อน ส่วนใครจะสลับเปลี่ยนตารางยังไง เราไม่ว่ากัน

 

 

อันดับแรก ควรตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้วหยิบกุญแจแล้วสตาร์ทรถ (อย่าลืมแวะปั้มถ้าน้ำมันเหลือก้นถัง)มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 35 ก่อนเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงสี่แยกท่ายางก็เลี้ยวขวาเข้าไปในอำเภอท่ายาง หลังจากขับรถเลียบไปตามทางหลวงหมายเลข 3499 นั่นเป็นสัญญาณว่าเข้าเขตแก่งกระจานแล้ว ซึ่งคุณจะใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 45 นาที…สบ๊าย

 

เขาพะเนินทุ่ง

 

ขอออกตัวก่อนว่าที่เราให้คุณออกจากบ้านตั้งแต่ก่อนไก่โห่ เพราะอยากให้ขึ้นไป ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ถ้ามาถึงก่อน 7:30 ก็จะเห็นทะเลหมอกฟุ้งตัวอยู่บนยอดหุบเขา ประมาณว่าเหมือนอยู่ในสวรรค์ป่าหิมพาน ข้างบนเขาพะเนินทุ่งเป็นภูเขาสูงแถมยังมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มองลงไปด้านล่างเห็นเป็นป่าขนาดใหญ่ รับรู้ได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเขาพะเนินทุ่งมีเวลาขึ้นแค่ 2 ช่วงเวลาต่อวันเท่านั้น ตั้งแต่ 05.30 น. - 07.30 น. และ 13.00 น. - 15.00 น. ใช้เวลาขับรถขึ้นไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที รับรองว่าคุ้มเหนื่อย

 

แคมป์บ้านกร่าง

 

ช่วงเช้าผ่านไปแล้ว มาต่อด้วยช่วงสายที่ ‘แคมป์บ้านกร่าง’อะเมซิ่งไทยแลนด์อีกที่เลยล่ะ  คุณจะเห็นผีเสื้อนับพันตัวรวมกว่า 250 สายพันธุ์ รวมไปถึงผีเสื้อพันธุ์พันธุ์หายาก ทั้งผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว ที่มาดูดกินน้ำหวานอยู่บริเวณโป่งต่างๆ ที่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงหน้าแล้ง โดยช่วงเวลาที่สามารถเห็นผีเสื้อได้คือช่วงฤดูร้อนเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี หากใครไปแล้วไม่อยากเสียเที่ยว แนะนำให้ไปตอนเช้า เพราะผีเสื้อจะผึ่งแดดอยู่นิ่งๆ กับพื้น ส่วนตอนสายๆ ก็จะเริ่มออกบินไปหากิน คนไหนชอบศึกษาพวกแมลง…เราขอให้มา

 

เขื่อนแก่งกระจาน

 

สำหรับช่วงบ่ายๆ ก่อนออกจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อไปยังที่พัก เราแวะไปกันที่ ‘เขื่อนแก่งกระจาน’ กันก่อน โดยเขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้า และเพื่อประโยชน์ทางด้านชลประทาน นอกจากนั้นยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่นำเรือมารับนักท่องเที่ยวอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คของแก่งกระจานเลยทีเดียว

เพราะมีเนื้อที่กว้างขวางมากกว่า 40 ตารางกิโลเมตร มีเกาะน้อยใหญ่ขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะแวะมาเพื่อนั่งเรือชมวิวสองข้างทาง ยิ่งมาตอนเย็นได้เห็นพระอาทิตย์ตกลงไปหลังเทือกเขาตะนาวศรียิ่งว้าว และอีกจุดห้ามพลาดคือสะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจานที่เชื่อมแก่งกระจานกับเกาะเล็กๆ กลางน้ำไว้อยู่ (พาคู่เดทมาด้วยแล้วจะฟิน)

 

 

 

Alongkorn Farm and Resort

 

อะ มาถึงที่หลับนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจอีกเรื่อง เพราะเรื่องนอนนี่เรื่องใหญ่ แต่ที่พักน่าสนใจคือAlongkorn Farm and Resort’ (ราคาห้องเริ่มที่ 9XX บาท) เราปลื้มที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติบนเนื้อที่ฟาร์มใหญ่ขนาดกว่า 90 ไร่ นอนสบาย ลมโกรกเย็นมองไปก็เห็นแต่พื้นที่สีเขียว และคุณยังได้สวมบทเป็นเกษตรกรฝึกหัดอีกด้วยนะ เพราะเขามีฟาร์มที่ทำเกษตรกันจริงๆ ซึ่งเราสามารถเข้าไปไปเยี่ยมชมกันได้ส่วนใครอยากมาพักที่นี่ แต่ยังไม่มีไอเดีย ลองเข้าไปเสิร์ชอากู๋ดู เดี๋ยวนี้จองง่ายเว็บไซต์มีให้เลือกเพียบ ที่คุ้นๆ หูหน่อยก็ Travelokaเห็นว่ามีที่พักในแก่งกระจานแนะนำเยอะ …จองโลด

 

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

ตื่นมาเช้าวันที่สอง หลังจากเช็คเอ้าท์ เราก็ออกไป ‘โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9’  เมื่อไปถึงแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในอดีตที่แห่งนี้เคยแห้งแล้ง แต่เพราะการตั้งโครงการฯ แห่งนี้ ทำให้กลับกลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์จากการทำแปลงเกษตรแบบบูรณาการอย่างไม่น่าเชื่อปัจจุบันเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้เข้าไปเยี่ยมชมทั้งการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ จุดที่ห้ามพลาดเยี่ยมชมคือบ้านไร่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นบ้านไม้ดูธรรมดาๆ แต่เป็นบ้านพักส่วนพระองค์เมื่อเสด็จมาทรงงานที่โครงการชั่งหัวมันแห่งนี้ ทำให้เราได้สัมผัสถึงความพอเพียงที่แท้จริงของพระองค์ นอกจากนั้นบริเวณโดยรอบโครงการฯ นั้นก็มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะกับการท่องเที่ยวมากๆ เป็นอีกหนึ่งที่ๆ อยากจะแนะนำ เพราะนอกจากจะเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม ก็ยังได้เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เติมสมองอีกด้วย

 

 

 

เรื่องกิน-ช้อป ก็เป็นเรื่องใหญ่ไม่รองใคร ‘ตลาดน้ำกวางโจว’  ที่สุดท้ายที่ควรแวะก่อนกลับบ้าน เป็นตลาดน้ำแห่งเดียวในประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนน้ำตกกลางป่า แม่เจ้า!  เรื่องบรรยากาศนี่บอกเลยว่าบาลียังเรียกพี่

ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกกวางโจวอันอุดมสมบูรณ์คนจะพลุกพล่านเฉพาะทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ (เพราะเปิดเฉพาะแค่เสาร์-อาทิตย์ไง)อาหารก็ถูกตกแต่งอย่างปราณีตบนภาชนะที่ทำจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น พายเรือในน้ำตก นั่งเรือชมป่า ฯลฯ อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดก็คือการไปเดินลอดอุโมงค์ซุ้มไผ่ที่เย็นถึงใจจนคิดว่าอยู่ขั้วโลกเหนือ 

 

Information!

เขาพะเนินทุ่ง

ค่าเข้า:ค่าเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่พักบนเขาพะเนินทุ่ง แต่สามารถขับรถขึ้นได้เวลา 05.30 น. – 07.30 น. และ 13.00 น. - 15.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 091 0504 461

 

แคมป์บ้านกร่าง

ค่าเข้า:ค่าเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น.

เบอร์โทรศัพท์:082 252 0241

 

เขื่อนแก่งกระจาน

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมอุทยานผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.

เบอร์โทรศัพท์:091 0504 461

 

Alongkorn Farm and Resort

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 09.00 – 16.30 น.
เบอร์โทรศัพท์:
032 472 700

 

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่
เบอร์โทรศัพท์ :
086 318 4220

 


YOU MIGHT LIKE !



ตามรอยลายแทงแก่งกระจาน จาก Esquire Thailand

จริงๆ แล้วแก่งกระจานเป็นสวรรค์ปลายทางของไทยอีกแห่ง ที่นี่มีความเป็นธรรมชาติเกือบ 100% เพราะอยู่บริเวณเทือกเขาตะนาวศรี ที่มีทั้งทะเลสาบขนาดใหญ่ ภูเขา ป่าดงดิบ เหมาะสำหรับไปเอาอ๊อกซิเจนเข้าปอด เอาจริงๆ แค่เห็นรูปก็หายใจสะดวกแล้ว ถ้าได้ไปสัมผัสถึงที่ คงไม่อยากกลับบ้านเราจะเขียนบอกเป็นลายแทงไว้ให้ก่อน ส่วนใครจะสลับเปลี่ยนตารางยังไง เราไม่ว่ากัน

 

 

อันดับแรก ควรตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้วหยิบกุญแจแล้วสตาร์ทรถ (อย่าลืมแวะปั้มถ้าน้ำมันเหลือก้นถัง)มุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 35 ก่อนเปลี่ยนไปใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จนถึงสี่แยกท่ายางก็เลี้ยวขวาเข้าไปในอำเภอท่ายาง หลังจากขับรถเลียบไปตามทางหลวงหมายเลข 3499 นั่นเป็นสัญญาณว่าเข้าเขตแก่งกระจานแล้ว ซึ่งคุณจะใช้เวลาเดินทางทั้งหมดเพียงแค่ 2 ชั่วโมง 45 นาที…สบ๊าย

 

เขาพะเนินทุ่ง

 

ขอออกตัวก่อนว่าที่เราให้คุณออกจากบ้านตั้งแต่ก่อนไก่โห่ เพราะอยากให้ขึ้นไป ‘เขาพะเนินทุ่ง’ ถ้ามาถึงก่อน 7:30 ก็จะเห็นทะเลหมอกฟุ้งตัวอยู่บนยอดหุบเขา ประมาณว่าเหมือนอยู่ในสวรรค์ป่าหิมพาน ข้างบนเขาพะเนินทุ่งเป็นภูเขาสูงแถมยังมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มองลงไปด้านล่างเห็นเป็นป่าขนาดใหญ่ รับรู้ได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเขาพะเนินทุ่งมีเวลาขึ้นแค่ 2 ช่วงเวลาต่อวันเท่านั้น ตั้งแต่ 05.30 น. - 07.30 น. และ 13.00 น. - 15.00 น. ใช้เวลาขับรถขึ้นไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที รับรองว่าคุ้มเหนื่อย

 

แคมป์บ้านกร่าง

 

ช่วงเช้าผ่านไปแล้ว มาต่อด้วยช่วงสายที่ ‘แคมป์บ้านกร่าง’อะเมซิ่งไทยแลนด์อีกที่เลยล่ะ  คุณจะเห็นผีเสื้อนับพันตัวรวมกว่า 250 สายพันธุ์ รวมไปถึงผีเสื้อพันธุ์พันธุ์หายาก ทั้งผีเสื้อหนอนจำปีจุดแยก ผีเสื้อสะพายฟ้า ผีเสื้อหางติ่งสะพายเขียว ที่มาดูดกินน้ำหวานอยู่บริเวณโป่งต่างๆ ที่พ้นน้ำขึ้นมาในช่วงหน้าแล้ง โดยช่วงเวลาที่สามารถเห็นผีเสื้อได้คือช่วงฤดูร้อนเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี หากใครไปแล้วไม่อยากเสียเที่ยว แนะนำให้ไปตอนเช้า เพราะผีเสื้อจะผึ่งแดดอยู่นิ่งๆ กับพื้น ส่วนตอนสายๆ ก็จะเริ่มออกบินไปหากิน คนไหนชอบศึกษาพวกแมลง…เราขอให้มา

 

เขื่อนแก่งกระจาน

 

สำหรับช่วงบ่ายๆ ก่อนออกจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อไปยังที่พัก เราแวะไปกันที่ ‘เขื่อนแก่งกระจาน’ กันก่อน โดยเขื่อนแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อผลิตไฟฟ้า และเพื่อประโยชน์ทางด้านชลประทาน นอกจากนั้นยังช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านที่นำเรือมารับนักท่องเที่ยวอีกด้วย นับว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเปรียบเสมือนเป็นแลนด์มาร์คของแก่งกระจานเลยทีเดียว

เพราะมีเนื้อที่กว้างขวางมากกว่า 40 ตารางกิโลเมตร มีเกาะน้อยใหญ่ขึ้นมากมาย ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักจะแวะมาเพื่อนั่งเรือชมวิวสองข้างทาง ยิ่งมาตอนเย็นได้เห็นพระอาทิตย์ตกลงไปหลังเทือกเขาตะนาวศรียิ่งว้าว และอีกจุดห้ามพลาดคือสะพานแขวนเขื่อนแก่งกระจานที่เชื่อมแก่งกระจานกับเกาะเล็กๆ กลางน้ำไว้อยู่ (พาคู่เดทมาด้วยแล้วจะฟิน)

 

 

 

Alongkorn Farm and Resort

 

อะ มาถึงที่หลับนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสนใจอีกเรื่อง เพราะเรื่องนอนนี่เรื่องใหญ่ แต่ที่พักน่าสนใจคือAlongkorn Farm and Resort’ (ราคาห้องเริ่มที่ 9XX บาท) เราปลื้มที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติบนเนื้อที่ฟาร์มใหญ่ขนาดกว่า 90 ไร่ นอนสบาย ลมโกรกเย็นมองไปก็เห็นแต่พื้นที่สีเขียว และคุณยังได้สวมบทเป็นเกษตรกรฝึกหัดอีกด้วยนะ เพราะเขามีฟาร์มที่ทำเกษตรกันจริงๆ ซึ่งเราสามารถเข้าไปไปเยี่ยมชมกันได้ส่วนใครอยากมาพักที่นี่ แต่ยังไม่มีไอเดีย ลองเข้าไปเสิร์ชอากู๋ดู เดี๋ยวนี้จองง่ายเว็บไซต์มีให้เลือกเพียบ ที่คุ้นๆ หูหน่อยก็ Travelokaเห็นว่ามีที่พักในแก่งกระจานแนะนำเยอะ …จองโลด

 

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

ตื่นมาเช้าวันที่สอง หลังจากเช็คเอ้าท์ เราก็ออกไป ‘โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9’  เมื่อไปถึงแทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในอดีตที่แห่งนี้เคยแห้งแล้ง แต่เพราะการตั้งโครงการฯ แห่งนี้ ทำให้กลับกลายเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์จากการทำแปลงเกษตรแบบบูรณาการอย่างไม่น่าเชื่อปัจจุบันเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้เข้าไปเยี่ยมชมทั้งการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ จุดที่ห้ามพลาดเยี่ยมชมคือบ้านไร่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นบ้านไม้ดูธรรมดาๆ แต่เป็นบ้านพักส่วนพระองค์เมื่อเสด็จมาทรงงานที่โครงการชั่งหัวมันแห่งนี้ ทำให้เราได้สัมผัสถึงความพอเพียงที่แท้จริงของพระองค์ นอกจากนั้นบริเวณโดยรอบโครงการฯ นั้นก็มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะกับการท่องเที่ยวมากๆ เป็นอีกหนึ่งที่ๆ อยากจะแนะนำ เพราะนอกจากจะเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพที่สวยงาม ก็ยังได้เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ เติมสมองอีกด้วย

 

 

 

เรื่องกิน-ช้อป ก็เป็นเรื่องใหญ่ไม่รองใคร ‘ตลาดน้ำกวางโจว’  ที่สุดท้ายที่ควรแวะก่อนกลับบ้าน เป็นตลาดน้ำแห่งเดียวในประเทศไทยที่ตั้งอยู่บนน้ำตกกลางป่า แม่เจ้า!  เรื่องบรรยากาศนี่บอกเลยว่าบาลียังเรียกพี่

ตลาดแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกกวางโจวอันอุดมสมบูรณ์คนจะพลุกพล่านเฉพาะทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ (เพราะเปิดเฉพาะแค่เสาร์-อาทิตย์ไง)อาหารก็ถูกตกแต่งอย่างปราณีตบนภาชนะที่ทำจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น พายเรือในน้ำตก นั่งเรือชมป่า ฯลฯ อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดก็คือการไปเดินลอดอุโมงค์ซุ้มไผ่ที่เย็นถึงใจจนคิดว่าอยู่ขั้วโลกเหนือ 

 

Information!

เขาพะเนินทุ่ง

ค่าเข้า:ค่าเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ค่าขึ้นเขาพะเนินทุ่ง ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่พักบนเขาพะเนินทุ่ง แต่สามารถขับรถขึ้นได้เวลา 05.30 น. – 07.30 น. และ 13.00 น. - 15.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 091 0504 461

 

แคมป์บ้านกร่าง

ค่าเข้า:ค่าเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น.

เบอร์โทรศัพท์:082 252 0241

 

เขื่อนแก่งกระจาน

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมอุทยานผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ตั้งแต่ 6.00 – 18.00 น.

เบอร์โทรศัพท์:091 0504 461

 

Alongkorn Farm and Resort

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 09.00 – 16.30 น.
เบอร์โทรศัพท์:
032 472 700

 

ค่าเข้า: ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
วันและเวลาทำการ: ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่
เบอร์โทรศัพท์ :
086 318 4220