ปัญหาโลกร้อนอาจทำให้เรามี ”กล้วย” กินน้อยลงและราคาแพงขึ้น

เรียกว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกหรือภาวะโลกร้อนนั้นสร้างความยากลำบากไปทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้แต่เรื่องกล้วยๆ นั้นก็เพราะว่ามีการวิจัยออกมาแล้วว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นทำให้เชื้อราที่สร้างโรคให้ต้นกล้วยเกิดอาการใบจุด (sigatoka) นั้นเจริญเติบโตได้ดีขึ้นและแพร่กระจายเชื้อราได้ไวขึ้น งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาตร์ของ Royal Society โดยผลการศึกษาพบว่าโรคใบจุดนี้แพร่กระจายจากเอเชียมาสู่ลาตินอเมริกาและแถบแคริเบียนนานแล้วตั้งแต่สมัยปี 1960’s แต่ระยะหลังที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้นทำให้โรคนี้แพร่กระจายได้ไวกว่าเดิม

 

 

สำหรับโรคใบจุดนี้มีทั้งแบบจุดสีเหลืองและจุดสีดำซึ่งทั้งสองแบบจะทำให้ใบกล้วยแห้งและฉีกขาดจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ส่งผลปริมาณและคุณภาพของผลกล้วยที่จะได้ รายงานจาก Royal Society ระบุไว้ว่าโรคนี้จะทำให้ต้นกล้วยผลิตผลกล้วยได้น้อยลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ พบกว่าเกษตรกรต้องฉีดพ่นยากันเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคชนิดนี้ปีละ 40-80 ครั้งซึ่งนับเป็นเงินปีละเกือบ 100 ล้าน USD เลยทีเดียว 

 

กล้วยที่ติดโรคใบจุด

 

การปลูกกล้วยระดับอุตสาหกรรมต้องใช้สารเคมีจำนวนมากเพื่อกำจัดเชื้อรา

 

แม้ว่ารายงานนี้จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแถบอเมริกาและอเมริกาใต้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่เมืองไทยจะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น คิดดูสิครับว่าถ้าหากวันนึงกล้วยน้ำว้าที่เราเคยทานกันหวีละไม่กี่สิบบาทจะมีราคาสูงลิบเป็นหลักร้อยเราจะทำอย่างไร? เห็นแบบนี้คงพอนึกภาพออกแล้วว่าปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ถ้าเราจะช่วยโลกเราต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ละครับ ง่ายๆ เลยด้วยการไม่รับถุงพลาสติกเวลาซื้อกล้วยหวีต่อไปไง

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images 




ปัญหาโลกร้อนอาจทำให้เรามี ”กล้วย” กินน้อยลงและราคาแพงขึ้น

เรียกว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกหรือภาวะโลกร้อนนั้นสร้างความยากลำบากไปทุกหย่อมหญ้าไม่เว้นแม้แต่เรื่องกล้วยๆ นั้นก็เพราะว่ามีการวิจัยออกมาแล้วว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นทำให้เชื้อราที่สร้างโรคให้ต้นกล้วยเกิดอาการใบจุด (sigatoka) นั้นเจริญเติบโตได้ดีขึ้นและแพร่กระจายเชื้อราได้ไวขึ้น งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาตร์ของ Royal Society โดยผลการศึกษาพบว่าโรคใบจุดนี้แพร่กระจายจากเอเชียมาสู่ลาตินอเมริกาและแถบแคริเบียนนานแล้วตั้งแต่สมัยปี 1960’s แต่ระยะหลังที่เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศนั้นทำให้โรคนี้แพร่กระจายได้ไวกว่าเดิม

 

 

สำหรับโรคใบจุดนี้มีทั้งแบบจุดสีเหลืองและจุดสีดำซึ่งทั้งสองแบบจะทำให้ใบกล้วยแห้งและฉีกขาดจนสังเคราะห์แสงไม่ได้ส่งผลปริมาณและคุณภาพของผลกล้วยที่จะได้ รายงานจาก Royal Society ระบุไว้ว่าโรคนี้จะทำให้ต้นกล้วยผลิตผลกล้วยได้น้อยลงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว และจากข้อมูลของกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ พบกว่าเกษตรกรต้องฉีดพ่นยากันเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคชนิดนี้ปีละ 40-80 ครั้งซึ่งนับเป็นเงินปีละเกือบ 100 ล้าน USD เลยทีเดียว 

 

กล้วยที่ติดโรคใบจุด

 

การปลูกกล้วยระดับอุตสาหกรรมต้องใช้สารเคมีจำนวนมากเพื่อกำจัดเชื้อรา

 

แม้ว่ารายงานนี้จะแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในแถบอเมริกาและอเมริกาใต้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าโอกาสที่เมืองไทยจะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น คิดดูสิครับว่าถ้าหากวันนึงกล้วยน้ำว้าที่เราเคยทานกันหวีละไม่กี่สิบบาทจะมีราคาสูงลิบเป็นหลักร้อยเราจะทำอย่างไร? เห็นแบบนี้คงพอนึกภาพออกแล้วว่าปัญหาโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย ถ้าเราจะช่วยโลกเราต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ละครับ ง่ายๆ เลยด้วยการไม่รับถุงพลาสติกเวลาซื้อกล้วยหวีต่อไปไง

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Getty Images