Spicy Marinara Spaghetti สปาเก็ตตี้ซอสแดงซีฟู๊ด

วันนี้นี้เชฟโด่ง (ธรรมวัต อรรถจินดา เจ้าของและพ่อครัวประจำร้าน SWEET PISTA ) จะมาสอนหนุ่มๆ ทำสปาเก็ตตี้ซอสแดงซีฟู๊ดกันดูบ้าง แม้ไม่ยากมากแต่ก็ไม่ง่ายถึงขนาดปอกกล้วย เรียกว่าเป็นเมนูที่ท้าทายฝีมือในรับหนึ่งก็แล้วกัน โดยจุดเด่นของจานนี้นอกจากเรื่องของความนุ่มของเส้นสปาเก็ตตี้แล้ว การเลือกซีฟู๊ดที่สดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เมนูนี้อร่อยขึ้นอีกเป็นกอง คุณผู้ชายลองฝึกฝีมือทำกินในวันหยุดก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เข้าท่าเลยล่ะ

 

ส่วนผสม

  1. หอยตลับ 5 ตัว
  2. หอยเชลล์ตัวใหญ่ 2 ตัว
  3. หอยเชลล์ตัวเล็ก 100 กรัม
  4. กุ้ง 3 ตัว
  5. ไวน์ขาว 1 ถ้วยตวง
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. เส้นสปาเก็ตตี้ลวก 180 กรัม
  8. มะเขือเทศลูกเล็ก 5 ลูก (หั่นครึ่ง)
  9. ซอสโบรองเรสสำเร็จรูป 1/2 กระป๋อง
  10. เนยเค็ม เกลือ พริกไทย
  11. พริกแห้ง 5 เม็ด
  12. พลาสลีย์สับเล็กน้อย

 

วิธีทำ

  1. นำหอยเชลล์ตัวใหญ่ลงไปจี่ไฟพร้อมกับในกระทะ (เนื่องจากหอยเชลล์สุกยากที่สุด) จากนั้นจึงใส่ไวน์ขาวลงไปเล็กน้อยเพื่อให้หอยเชลล์ดูดไวน์ขาวเข้าไป ตามด้วยใส่หอยเชลล์ตัวเล็กที่เตียมเอาไว้ ระหว่างนี้เติมไวน์ขาวลงไปเล็กน้อยแล้วผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนหอยเชลล์สุกได้ที่จึงนำขึ้นมาพักไว้
  2. ต่อมาเป็นขั้นตอนการผัดหอยตลับ โดยแนะนำให้ใส่น้ำลงไปในกระทะเล็กน้อยเพื่อให้หอยสุกง่ายขึ้น เมื่อหอยเริ่มเปิดฝาจึงใส่กระเทียมสับลงไป ตามด้วยเนยและไวน์ขาวเล็กน้อย ขั้นตอนนี้ผัดเรื่อยๆ ให้เข้ากันแล้วใส่กุ้งตามลงไป (ตลอดการผัดหากไวน์ขาวเริ่มแห้งให้ค่อยๆ เติมทีละนิด)
  3. จากนั้นใส่พริกแห้งลงไป ตามด้วยมะเขือเทศและพาสลีย์ที่เตรียมไว้ (ระหว่างนี้หากกระทะแห้งเกินไปสามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย) จากนั้นนำหอยเชลล์ที่พักไว้ลงมาผัดในกระทะอีกครั้ง
  4. เมื่อทุกอย่างเข้ากันแล้วให้ใส่ซอสโบโรเนสลงไป พร้อมผัดให้เข้ากันอีกรอบ ตบท้ายด้วยการนำเส้นสปาก็ตตี้ลงไปคลุกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามความชอบ เป็นอันใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

MAN CAN COOK

- หากชอบหอยลายก็สามารถนำหอยลายมาทำแทนหอยตลับได้ (แต่หอยตลับทำสปาเก็ตตี้แล้วจะมีความเป็นอาหารทะเลมากกว่าหอยลาย) ทั้งนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคน

- เลือกหอยตลับที่ยังไม่ตายจะยิ่งทำให้สดมาก อาหารจานนี้อร่อยมากขึ้นโข

- ไวน์ที่เตรียมไว้ค่อยๆ ใส่ทีละนิด ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: Pingchawin


YOU MIGHT LIKE !



Spicy Marinara Spaghetti สปาเก็ตตี้ซอสแดงซีฟู๊ด

วันนี้นี้เชฟโด่ง (ธรรมวัต อรรถจินดา เจ้าของและพ่อครัวประจำร้าน SWEET PISTA ) จะมาสอนหนุ่มๆ ทำสปาเก็ตตี้ซอสแดงซีฟู๊ดกันดูบ้าง แม้ไม่ยากมากแต่ก็ไม่ง่ายถึงขนาดปอกกล้วย เรียกว่าเป็นเมนูที่ท้าทายฝีมือในรับหนึ่งก็แล้วกัน โดยจุดเด่นของจานนี้นอกจากเรื่องของความนุ่มของเส้นสปาเก็ตตี้แล้ว การเลือกซีฟู๊ดที่สดก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เมนูนี้อร่อยขึ้นอีกเป็นกอง คุณผู้ชายลองฝึกฝีมือทำกินในวันหยุดก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่เข้าท่าเลยล่ะ

 

ส่วนผสม

  1. หอยตลับ 5 ตัว
  2. หอยเชลล์ตัวใหญ่ 2 ตัว
  3. หอยเชลล์ตัวเล็ก 100 กรัม
  4. กุ้ง 3 ตัว
  5. ไวน์ขาว 1 ถ้วยตวง
  6. กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  7. เส้นสปาเก็ตตี้ลวก 180 กรัม
  8. มะเขือเทศลูกเล็ก 5 ลูก (หั่นครึ่ง)
  9. ซอสโบรองเรสสำเร็จรูป 1/2 กระป๋อง
  10. เนยเค็ม เกลือ พริกไทย
  11. พริกแห้ง 5 เม็ด
  12. พลาสลีย์สับเล็กน้อย

 

วิธีทำ

  1. นำหอยเชลล์ตัวใหญ่ลงไปจี่ไฟพร้อมกับในกระทะ (เนื่องจากหอยเชลล์สุกยากที่สุด) จากนั้นจึงใส่ไวน์ขาวลงไปเล็กน้อยเพื่อให้หอยเชลล์ดูดไวน์ขาวเข้าไป ตามด้วยใส่หอยเชลล์ตัวเล็กที่เตียมเอาไว้ ระหว่างนี้เติมไวน์ขาวลงไปเล็กน้อยแล้วผัดด้วยไฟอ่อนๆ จนหอยเชลล์สุกได้ที่จึงนำขึ้นมาพักไว้
  2. ต่อมาเป็นขั้นตอนการผัดหอยตลับ โดยแนะนำให้ใส่น้ำลงไปในกระทะเล็กน้อยเพื่อให้หอยสุกง่ายขึ้น เมื่อหอยเริ่มเปิดฝาจึงใส่กระเทียมสับลงไป ตามด้วยเนยและไวน์ขาวเล็กน้อย ขั้นตอนนี้ผัดเรื่อยๆ ให้เข้ากันแล้วใส่กุ้งตามลงไป (ตลอดการผัดหากไวน์ขาวเริ่มแห้งให้ค่อยๆ เติมทีละนิด)
  3. จากนั้นใส่พริกแห้งลงไป ตามด้วยมะเขือเทศและพาสลีย์ที่เตรียมไว้ (ระหว่างนี้หากกระทะแห้งเกินไปสามารถเติมน้ำได้เล็กน้อย) จากนั้นนำหอยเชลล์ที่พักไว้ลงมาผัดในกระทะอีกครั้ง
  4. เมื่อทุกอย่างเข้ากันแล้วให้ใส่ซอสโบโรเนสลงไป พร้อมผัดให้เข้ากันอีกรอบ ตบท้ายด้วยการนำเส้นสปาก็ตตี้ลงไปคลุกให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยตามความชอบ เป็นอันใส่จานพร้อมเสิร์ฟ

 

MAN CAN COOK

- หากชอบหอยลายก็สามารถนำหอยลายมาทำแทนหอยตลับได้ (แต่หอยตลับทำสปาเก็ตตี้แล้วจะมีความเป็นอาหารทะเลมากกว่าหอยลาย) ทั้งนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคน

- เลือกหอยตลับที่ยังไม่ตายจะยิ่งทำให้สดมาก อาหารจานนี้อร่อยมากขึ้นโข

- ไวน์ที่เตรียมไว้ค่อยๆ ใส่ทีละนิด ใจเย็นๆ อย่าใจร้อน

 

Text: Zatia

Photography: Kittipoj Tantrakulsiri

Edit: Pingchawin