La Trappe (ลา ทร้าปท์) “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้”

La Trappe (ลา ทร้าปท์) คือ “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้” ที่ถูกผลิตขึ้นภายในอารามที่ชื่อว่า เดอ คงนิงโชเฟ่น ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ กว่า 130 แล้วที่ ลา ทร้าปท์ ยังคงกรรมวิธีการรังสรรค์รสชาติในรูปแบบดั้งเดิมโดยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ลา ทร้าปท์ ถูกผลิตขึ้นตามจารีตและวิถีโบราณของสมาคมนักบวชแทรปพิสต์นานาชาติ โดยมีหลักเกณฑ์ระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องเป็นไปตาม กฎการผลิต 3 ประการ อย่างครบถ้วนเท่านั้น จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “เบียร์แทรปพิสต์ขนานแท้”

 

โดย กฎการผลิต 3 ประการ นี้เอง คือเป็นคำตอบที่ว่าเหตุใดเขตอารามและโรงเบียร์จึงจำเป็นจะต้องตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน เช่นเดียวกับภาษิตที่ว่า โอรา เอ ลาโบร่า หรือ แปลว่า การสวดมนต์และการทำงาน ซึ่งเน้นย้ำถึงกฎแห่งนักบุญเบ็นนาดิค ซึ่งคณะนักบวชแทรปพิสต์ได้ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

กฏการผลิตข้อที่ 1 “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้” จะต้องถูกผลิตภายในรั้วกำแพงของอาราม และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของนักบวชแทรปพิสต์ เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การค้ากำไรโดยอาศัยชื่อเสียงของอารามและคณะนักบวชแทรปปิสต์อีกนัยหนึ่งยังเป็นการฝึกจิตภาวนาของนักบวชแทรปพิสต์ ซึ่งจะถูกสอนให้ปฏิบัติตน

โดยใช้ความสงบและการพินิจเพื่อนำทางชีวิต หรือที่เรียกกันว่า วิธีชีวิตแห่งการภาวนา โดยใน แต่ละวันนักบวชแทรปพิสต์ จึงมีทั้งช่วงของการภาวนาและการทำงาน สลับกันไป ทั้งนี้ เหล่านักบวชยังต้องอุทิศตนเพื่อเป็นแรงหนุนให้กับผู้คนในชุมชนอีกด้วย

 

ตั้งแต่รุ่งอรุณนักบวชแทรปพิสต์จะเริ่มสวดมนต์ ศึกษาพระคัมภีร์ และทำสมาธิ ในเวลาก่อนรุ่งสาง หลังจากนั้นจะเริ่มทำงานในโรงผลิตต่างๆ และทุกๆ สามถึงสี่ชั่วโมงเหล่านักบวชจะต้องกลับไปสวดมนต์กระทั่งถึงเวลาพลบค่ำ

ก่อนจะสวดมนต์ครั้งสุดยท้ายในเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าช่วงเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง วัตรปฏิบัติของนักบว แทรปปิสต์ จึงแบ่งได้เป็น แปดชั่วโมงในการเพ่งภาวนา ศึกษา พระคัมภีร์ อีกแปดชั่วโมงสำหรับการทำงาน และอีกแปดชั่วโมงสำหรับการพักกายปีแล้วปีเล่า เป็นเวลาร่วมศตวรรษ เฉกเช่นที่เจ้าอาวาสคนปัจจุบันได้กล่าวไว้ว่า โรงเบียร์แสดงให้เราได้เห็นว่า สรวงสวรรค์และพื้นพิภพไม่อาจคงอยู่ได้โดยปราศจากกันและกัน

 

เช่นเดียวกัน โรงผลิตเบียร์ก็ไม่มิอาจดำรงอยู่ได้โดยไร้อารามและอารามก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ หากขาดโรงเบียร์ทั้งหมดทำให้“เบียร์แทรปพิสต์ขนานแท้” จึงจำเป็นที่จะต้องถูกผลิต ภายในรั้วกำแพงของอาราม ซึ่งถือเป็นพื้นที่ผสานสองสิ่งไว้ด้วยกันนั่นคือการทำงานและสวดภาวนา

 

กฏการผลิตข้อที่ 2 กระบวนการผลิตเบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้ รวมถึงแนวทางของการทำงานจะต้องขึ้นตรงและถูกดูแลอย่างละเอียดละออ ภายใต้กลุ่มนักบวชแทรปปิสต์ ซึ่งลา ทร้าปท์ บ่งบอกถึงวิถีปฏิบัติอันดีงามนี้มาตลอด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ บาทหลวง อิสิโดรัส คิดค้นสูตรเบียร์ชนิดนี้ขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1884 จวบจนถึงวันนี้ เหล่านักบวชรุ่นหลังยังคงยึดมั่นในสูตรเบียร์ดังเดิมมิเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญอย่างที่สุดกับการใช้ส่วนผสมชั้นดีจากแหล่งธรรมชาติ แม้แต่น้ำที่ใช้ ก็มาจากบ่อน้ำภายในอารามที่มีความลึกถึง 150 เมตร

 

ด้วยความเอาใจใส่และยึดถือสูตรการผลิตดังเดิมทำให้เบียร์แทรปปิสต์ของ ลา ทร้าปท์ คงไว้ซึ่งรสชาติเฉพาะ

รวมไปถึงกระบวนการหมักครั้งที่สอง ด้วยกรรมวิธีเพิ่มน้ำตาลและยีสต์ก่อนนำเบียร์บรรจุลงขวด เพื่อให้เบียร์เหล่านั้นเกิดการหมักอย่างต่อเนื่อง ในห้องควบคุมอุณหภูมิด้วยการดูแลทุกกระบวนการผลิตด้วยความใส่ใจมุ่งมั่นดังกล่าว ทำให้เกิด เป็นเบียร์ที่มีกลิ่นหอมและมีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ “เบียร์แทรปพิสต์ ขนานแท้”

 

กฏการผลิตข้อที่ 3 การผลิตเบียร์นั้นจะต้องมุ่งหมายเพื่อค้ำจุนอารามเพียงเท่านั้น แสวงหา ผลกำไร ซึ่งทำให้เกิดวัตถุประสงค์สำคัญสำหรับการผลิตเบียร์แทรปปิสต์ขึ้น นั่นคือการทำมาค้าขาย บนความงามที่เหมาะสมและเป็นไปเพื่อการกุศลและนี้คือกฎข้อสำคัญของที่ทำให้เบียร์แทรปพิสต์มีคุณค่าในการดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

ทั้งหมดชัดเจนว่ากฎทั้งสามข้อมีขึ้นเพื่อความถูกต้องของขั้นตอนการผลิตเบียร์แทรปพิสต์และการสร้างความดีก่อประโยชน์ให้กับส่วนร่วม ซึ่งล้วนเกิดมาจากความงามที่เหมาผสมและการเอาใจใส่ เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มรสเบียร์ที่ละมุน

คงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่าเบียร์แทรปปิสต์ เป็นเสมือนเบียร์ที่ผลิตด้วยหัวใจ นั่นเองทำให้ ลา ทร้าปท์ จึงมิใช่เพียงเบียร์ธรรมดา หากแต่เป็นเบียร์แห่งการอุทิศตนด้วยแรงกายและแรงใจ เพื่อช่วยเหลือสังคมดั่งที่ถูกขนานนามว่าเป็น เบียร์แห่งความเงียบสงบนั่นเอง

 


 




La Trappe (ลา ทร้าปท์) “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้”

La Trappe (ลา ทร้าปท์) คือ “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้” ที่ถูกผลิตขึ้นภายในอารามที่ชื่อว่า เดอ คงนิงโชเฟ่น ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอร์แลนด์ กว่า 130 แล้วที่ ลา ทร้าปท์ ยังคงกรรมวิธีการรังสรรค์รสชาติในรูปแบบดั้งเดิมโดยไม่เคยเปลี่ยนแปลง ลา ทร้าปท์ ถูกผลิตขึ้นตามจารีตและวิถีโบราณของสมาคมนักบวชแทรปพิสต์นานาชาติ โดยมีหลักเกณฑ์ระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องเป็นไปตาม กฎการผลิต 3 ประการ อย่างครบถ้วนเท่านั้น จึงจะเรียกได้ว่าเป็น “เบียร์แทรปพิสต์ขนานแท้”

 

โดย กฎการผลิต 3 ประการ นี้เอง คือเป็นคำตอบที่ว่าเหตุใดเขตอารามและโรงเบียร์จึงจำเป็นจะต้องตั้งอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน เช่นเดียวกับภาษิตที่ว่า โอรา เอ ลาโบร่า หรือ แปลว่า การสวดมนต์และการทำงาน ซึ่งเน้นย้ำถึงกฎแห่งนักบุญเบ็นนาดิค ซึ่งคณะนักบวชแทรปพิสต์ได้ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

กฏการผลิตข้อที่ 1 “เบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้” จะต้องถูกผลิตภายในรั้วกำแพงของอาราม และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของนักบวชแทรปพิสต์ เท่านั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การค้ากำไรโดยอาศัยชื่อเสียงของอารามและคณะนักบวชแทรปปิสต์อีกนัยหนึ่งยังเป็นการฝึกจิตภาวนาของนักบวชแทรปพิสต์ ซึ่งจะถูกสอนให้ปฏิบัติตน

โดยใช้ความสงบและการพินิจเพื่อนำทางชีวิต หรือที่เรียกกันว่า วิธีชีวิตแห่งการภาวนา โดยใน แต่ละวันนักบวชแทรปพิสต์ จึงมีทั้งช่วงของการภาวนาและการทำงาน สลับกันไป ทั้งนี้ เหล่านักบวชยังต้องอุทิศตนเพื่อเป็นแรงหนุนให้กับผู้คนในชุมชนอีกด้วย

 

ตั้งแต่รุ่งอรุณนักบวชแทรปพิสต์จะเริ่มสวดมนต์ ศึกษาพระคัมภีร์ และทำสมาธิ ในเวลาก่อนรุ่งสาง หลังจากนั้นจะเริ่มทำงานในโรงผลิตต่างๆ และทุกๆ สามถึงสี่ชั่วโมงเหล่านักบวชจะต้องกลับไปสวดมนต์กระทั่งถึงเวลาพลบค่ำ

ก่อนจะสวดมนต์ครั้งสุดยท้ายในเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าช่วงเวลาหนึ่งทุ่มครึ่ง วัตรปฏิบัติของนักบว แทรปปิสต์ จึงแบ่งได้เป็น แปดชั่วโมงในการเพ่งภาวนา ศึกษา พระคัมภีร์ อีกแปดชั่วโมงสำหรับการทำงาน และอีกแปดชั่วโมงสำหรับการพักกายปีแล้วปีเล่า เป็นเวลาร่วมศตวรรษ เฉกเช่นที่เจ้าอาวาสคนปัจจุบันได้กล่าวไว้ว่า โรงเบียร์แสดงให้เราได้เห็นว่า สรวงสวรรค์และพื้นพิภพไม่อาจคงอยู่ได้โดยปราศจากกันและกัน

 

เช่นเดียวกัน โรงผลิตเบียร์ก็ไม่มิอาจดำรงอยู่ได้โดยไร้อารามและอารามก็ไม่สามารถคงอยู่ได้ หากขาดโรงเบียร์ทั้งหมดทำให้“เบียร์แทรปพิสต์ขนานแท้” จึงจำเป็นที่จะต้องถูกผลิต ภายในรั้วกำแพงของอาราม ซึ่งถือเป็นพื้นที่ผสานสองสิ่งไว้ด้วยกันนั่นคือการทำงานและสวดภาวนา

 

กฏการผลิตข้อที่ 2 กระบวนการผลิตเบียร์แทรปปิสต์ขนานแท้ รวมถึงแนวทางของการทำงานจะต้องขึ้นตรงและถูกดูแลอย่างละเอียดละออ ภายใต้กลุ่มนักบวชแทรปปิสต์ ซึ่งลา ทร้าปท์ บ่งบอกถึงวิถีปฏิบัติอันดีงามนี้มาตลอด นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ บาทหลวง อิสิโดรัส คิดค้นสูตรเบียร์ชนิดนี้ขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1884 จวบจนถึงวันนี้ เหล่านักบวชรุ่นหลังยังคงยึดมั่นในสูตรเบียร์ดังเดิมมิเปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญอย่างที่สุดกับการใช้ส่วนผสมชั้นดีจากแหล่งธรรมชาติ แม้แต่น้ำที่ใช้ ก็มาจากบ่อน้ำภายในอารามที่มีความลึกถึง 150 เมตร

 

ด้วยความเอาใจใส่และยึดถือสูตรการผลิตดังเดิมทำให้เบียร์แทรปปิสต์ของ ลา ทร้าปท์ คงไว้ซึ่งรสชาติเฉพาะ

รวมไปถึงกระบวนการหมักครั้งที่สอง ด้วยกรรมวิธีเพิ่มน้ำตาลและยีสต์ก่อนนำเบียร์บรรจุลงขวด เพื่อให้เบียร์เหล่านั้นเกิดการหมักอย่างต่อเนื่อง ในห้องควบคุมอุณหภูมิด้วยการดูแลทุกกระบวนการผลิตด้วยความใส่ใจมุ่งมั่นดังกล่าว ทำให้เกิด เป็นเบียร์ที่มีกลิ่นหอมและมีรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของ “เบียร์แทรปพิสต์ ขนานแท้”

 

กฏการผลิตข้อที่ 3 การผลิตเบียร์นั้นจะต้องมุ่งหมายเพื่อค้ำจุนอารามเพียงเท่านั้น แสวงหา ผลกำไร ซึ่งทำให้เกิดวัตถุประสงค์สำคัญสำหรับการผลิตเบียร์แทรปปิสต์ขึ้น นั่นคือการทำมาค้าขาย บนความงามที่เหมาะสมและเป็นไปเพื่อการกุศลและนี้คือกฎข้อสำคัญของที่ทำให้เบียร์แทรปพิสต์มีคุณค่าในการดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 

ทั้งหมดชัดเจนว่ากฎทั้งสามข้อมีขึ้นเพื่อความถูกต้องของขั้นตอนการผลิตเบียร์แทรปพิสต์และการสร้างความดีก่อประโยชน์ให้กับส่วนร่วม ซึ่งล้วนเกิดมาจากความงามที่เหมาผสมและการเอาใจใส่ เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มรสเบียร์ที่ละมุน

คงไม่เกินจริงนักหากจะกล่าวว่าเบียร์แทรปปิสต์ เป็นเสมือนเบียร์ที่ผลิตด้วยหัวใจ นั่นเองทำให้ ลา ทร้าปท์ จึงมิใช่เพียงเบียร์ธรรมดา หากแต่เป็นเบียร์แห่งการอุทิศตนด้วยแรงกายและแรงใจ เพื่อช่วยเหลือสังคมดั่งที่ถูกขนานนามว่าเป็น เบียร์แห่งความเงียบสงบนั่นเอง