'Behind the Star Experience' เปิดรับทุกประสาทสัมผัสความเป็นมากว่า 144 ปีกับ Heineken

ไฮเนเก้น แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก ชวนทุกคนร่วมสัมผัสทุกหน้าประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลา 144 ปีแห่งความยิ่งใหญ่กับแคมเปญ There’s More Behind the Star ที่ส่งตรงประสบการณ์จากกรุงอัมสเตอร์ดัมสู่กรุงเทพฯ ในงาน Behind the Star Experience (Multisensorial Exhibition) เปิดทุกประสาทสัมผัสเพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดกระบวนการผลิตและความลับแห่งการสร้างสรรค์รสชาติของเบียร์คุณภาพระดับโลกด้วยการนำเสนอผ่านเทคโนโลยีและ Multimedia ครั้งแรกในเอเชีย

 

 

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น กลุ่มบริษัท ทีเอพี นางสาวภัททภาณี เอกะหิตานนท์  กล่าวว่า
“การมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เหนือใครๆ เป็นสิ่งที่ไฮเนเก้นมุ่งมั่นในการนำเสนอมาโดยตลอด ซึ่งในปีนี้ ไฮเนเก้นพร้อมนำเสนอที่สุดแห่งประสบการณ์ในงาน Behind the Star Experience (Multisensorial Exhibition) เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์เบียร์คุณภาพชั้นนำที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก รวมถึงรายละเอียดในการเลือกใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพชั้นดีที่เป็นสูตรเฉพาะ และความพิถีพิถันในการหมักบ่ม เราเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกคนได้มาลองเปิดประสบการณ์ผ่านทุกประสาทสัมผัสครั้งยิ่งใหญ่นี้ รับรองว่าทุกคนจะได้รู้จักและหลงรักในไฮเนเก้นมากยิ่งขึ้น”

 

แคมเปญ There’s More Behind the Star เป็นการเปิดเผยเบื้องหลังแห่งความสำเร็จของไฮเนเก้นทุกหน้าประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลา 144 ปี เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ต้นกำเนิดของแบรนด์ระดับโลกภายใต้สัญลักษณ์ “ดาวแดง” ซึ่งเปรียบได้กับสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ ทั้งกระบวนการผลิตและความลับแห่งการสร้างสรรค์รสชาติของเบียร์

 

 

ภายในพาวิลเลียนสีขาวที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับงาน Behind the Star Experience ทุกคนจะได้เปิด
ทุกประสาทสัมผัสเพื่อเรียนรู้จุดกำเนิดของไฮเนเก้นผ่านเทคโนโลยี และ Multimedia เต็มรูปแบบทั้งหมด 5 โซน ได้แก่

 

Zone 1 - Relive the Origin of Greatness เริ่มต้นเส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ด้วยประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไฮเนเก้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1873 โดย Gerard Heineken ที่มีความหลงใหลในการผลิตเบียร์และได้สร้างโรงหมักเบียร์ขึ้นใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมและพยายามคิดสูตรที่สมบูรณ์แบบรวมถึงวิวัฒนาการของโลโก้ ขวดเบียร์ และฉลากของไฮเนเก้นในยุคต่าง ๆ

 

 

Zone 2 - Feel the Magic of Quality Ingredients เปิดทุกประสาทสัมผัสทั้งสายตา การดมกลิ่น และใช้มือสัมผัส รวมถึงการนำเสนอโดยใช้เทคนิค Lighting Injection กับส่วนผสม และวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีในการผลิตเบียร์คุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีรสชาติเดียวกันทั่วโลก ด้วย 3 ส่วนผสมจากธรรมชาติ ประกอบด้วย “ข้าวบาร์เลย์มอลต์ ฮอปส์ และ น้ำ” รวมถึงอีกหนึ่งส่วนผสมที่เป็นสูตรลับ และหัวใจสำคัญที่ช่วยให้รสชาติของไฮเนเก้นโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Heineken® A-Yeast ยีสต์ชนิดพิเศษที่มีเฉพาะในเบียร์ไฮเนเก้นเท่านั้น

 

 

Zone 3 - Enter the Amazing World of Brewing สัมผัสความรู้สึกบริสุทธิ์ ธรรมชาติ และคุณภาพในทุกๆ หยดของไฮเนเก้น ด้วยห้องจำลองบรรยากาศให้ผู้เข้าชมเหมือนเป็น “ยีสต์” ที่ลอยอยู่ในถังหมักเบียร์ที่วางใน “แนวนอน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไฮเนเก้นที่ต้องหมักบ่มเบียร์เป็นระยะเวลาทั้งหมด 28 วัน ตามแบบฉบับที่ว่า “เพราะของดีต้องใจเย็นๆ และคุ้มค่าต่อการรอคอย”ด้วยการมีลูกบอลใสที่กองสูงถึงระดับเข่าของผู้ร่วมงาน เสมือนยืนอยู่บนฟองอากาศในถังหมักเบียร์

 

 

Zone 4 - Take an Epic Journey Around the World อีกหนึ่งโซนพิเศษที่จะพาผู้เข้างานร่วมเดินทางไป พร้อมกับขวดไฮเนเก้นที่นำเทคนิคการนำเสนอแบบแปลกใหม่ ผ่านระบบ VR Simulation Chair ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนว่าเป็นขวดเบียร์ เดินทางไปบนสายพายการผลิต ได้เห็นกระบวนการบรรจุเบียร์ที่ทันสมัยแต่พิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขวดของไฮเนเก้นส่งถึงมือผู้บริโภคใน 192 ประเทศ ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมรสชาติอันยอดเยี่ยม

 

 

Zone 5- Savor the One and Only Star Serve Ritual พบกับศิลปะของขั้นตอนการเสิร์ฟสุดพิเศษเเบบ “Star Serve Ritual” เทคนิคการนำเสนอแบบทั้ง Hologram หรือการสร้างภาพเสมือนจริง รวมถึงการสาธิตให้ผู้เข้าชมโดยตัวแทนจากไฮเนเก้น กับ 5 ขั้นตอนพิเศษที่เสมือน 5 แฉกของดาวแดงสัญลักษณ์ของแบรนด์ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำและลิ้มลองเบียร์คุณภาพได้อย่างละมุนโดยการเสิร์ฟนี้เป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไฮเนเก้นเท่านั้น

 

มาร่วมเปิดโลกแห่งความยิ่งใหญ่ตลอดระยะเวลา 144 ปีกับไฮเนเก้นในงาน Behind the Star Experience หน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ตั้งแต่ 29 เมษายน ถึง 18 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 – 22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook.com/Heineken และ @heineken_th

 


 

Edit: Paron S.

Photography: Courtesy of Heineken Thailand




'Behind the Star Experience' เปิดรับทุกประสาทสัมผัสความเป็นมากว่า 144 ปีกับ Heineken

ไฮเนเก้น แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำระดับโลก ชวนทุกคนร่วมสัมผัสทุกหน้าประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลา 144 ปีแห่งความยิ่งใหญ่กับแคมเปญ There’s More Behind the Star ที่ส่งตรงประสบการณ์จากกรุงอัมสเตอร์ดัมสู่กรุงเทพฯ ในงาน Behind the Star Experience (Multisensorial Exhibition) เปิดทุกประสาทสัมผัสเพื่อเรียนรู้ต้นกำเนิดกระบวนการผลิตและความลับแห่งการสร้างสรรค์รสชาติของเบียร์คุณภาพระดับโลกด้วยการนำเสนอผ่านเทคโนโลยีและ Multimedia ครั้งแรกในเอเชีย

 

 

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น กลุ่มบริษัท ทีเอพี นางสาวภัททภาณี เอกะหิตานนท์  กล่าวว่า
“การมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและมีเอกลักษณ์เหนือใครๆ เป็นสิ่งที่ไฮเนเก้นมุ่งมั่นในการนำเสนอมาโดยตลอด ซึ่งในปีนี้ ไฮเนเก้นพร้อมนำเสนอที่สุดแห่งประสบการณ์ในงาน Behind the Star Experience (Multisensorial Exhibition) เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์เบียร์คุณภาพชั้นนำที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก รวมถึงรายละเอียดในการเลือกใช้ส่วนผสมที่มีคุณภาพชั้นดีที่เป็นสูตรเฉพาะ และความพิถีพิถันในการหมักบ่ม เราเชื่อมั่นว่าเมื่อทุกคนได้มาลองเปิดประสบการณ์ผ่านทุกประสาทสัมผัสครั้งยิ่งใหญ่นี้ รับรองว่าทุกคนจะได้รู้จักและหลงรักในไฮเนเก้นมากยิ่งขึ้น”

 

แคมเปญ There’s More Behind the Star เป็นการเปิดเผยเบื้องหลังแห่งความสำเร็จของไฮเนเก้นทุกหน้าประวัติศาสตร์ตลอดระยะเวลา 144 ปี เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ต้นกำเนิดของแบรนด์ระดับโลกภายใต้สัญลักษณ์ “ดาวแดง” ซึ่งเปรียบได้กับสัญลักษณ์แห่งคุณภาพ ทั้งกระบวนการผลิตและความลับแห่งการสร้างสรรค์รสชาติของเบียร์

 

 

ภายในพาวิลเลียนสีขาวที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับงาน Behind the Star Experience ทุกคนจะได้เปิด
ทุกประสาทสัมผัสเพื่อเรียนรู้จุดกำเนิดของไฮเนเก้นผ่านเทคโนโลยี และ Multimedia เต็มรูปแบบทั้งหมด 5 โซน ได้แก่

 

Zone 1 - Relive the Origin of Greatness เริ่มต้นเส้นทางแห่งความยิ่งใหญ่ด้วยประวัติศาสตร์ของแบรนด์ไฮเนเก้น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี 1873 โดย Gerard Heineken ที่มีความหลงใหลในการผลิตเบียร์และได้สร้างโรงหมักเบียร์ขึ้นใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัมและพยายามคิดสูตรที่สมบูรณ์แบบรวมถึงวิวัฒนาการของโลโก้ ขวดเบียร์ และฉลากของไฮเนเก้นในยุคต่าง ๆ

 

 

Zone 2 - Feel the Magic of Quality Ingredients เปิดทุกประสาทสัมผัสทั้งสายตา การดมกลิ่น และใช้มือสัมผัส รวมถึงการนำเสนอโดยใช้เทคนิค Lighting Injection กับส่วนผสม และวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดีในการผลิตเบียร์คุณภาพ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีรสชาติเดียวกันทั่วโลก ด้วย 3 ส่วนผสมจากธรรมชาติ ประกอบด้วย “ข้าวบาร์เลย์มอลต์ ฮอปส์ และ น้ำ” รวมถึงอีกหนึ่งส่วนผสมที่เป็นสูตรลับ และหัวใจสำคัญที่ช่วยให้รสชาติของไฮเนเก้นโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ได้แก่ Heineken® A-Yeast ยีสต์ชนิดพิเศษที่มีเฉพาะในเบียร์ไฮเนเก้นเท่านั้น

 

 

Zone 3 - Enter the Amazing World of Brewing สัมผัสความรู้สึกบริสุทธิ์ ธรรมชาติ และคุณภาพในทุกๆ หยดของไฮเนเก้น ด้วยห้องจำลองบรรยากาศให้ผู้เข้าชมเหมือนเป็น “ยีสต์” ที่ลอยอยู่ในถังหมักเบียร์ที่วางใน “แนวนอน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไฮเนเก้นที่ต้องหมักบ่มเบียร์เป็นระยะเวลาทั้งหมด 28 วัน ตามแบบฉบับที่ว่า “เพราะของดีต้องใจเย็นๆ และคุ้มค่าต่อการรอคอย”ด้วยการมีลูกบอลใสที่กองสูงถึงระดับเข่าของผู้ร่วมงาน เสมือนยืนอยู่บนฟองอากาศในถังหมักเบียร์

 

 

Zone 4 - Take an Epic Journey Around the World อีกหนึ่งโซนพิเศษที่จะพาผู้เข้างานร่วมเดินทางไป พร้อมกับขวดไฮเนเก้นที่นำเทคนิคการนำเสนอแบบแปลกใหม่ ผ่านระบบ VR Simulation Chair ที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนว่าเป็นขวดเบียร์ เดินทางไปบนสายพายการผลิต ได้เห็นกระบวนการบรรจุเบียร์ที่ทันสมัยแต่พิถีพิถัน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขวดของไฮเนเก้นส่งถึงมือผู้บริโภคใน 192 ประเทศ ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลก พร้อมรสชาติอันยอดเยี่ยม

 

 

Zone 5- Savor the One and Only Star Serve Ritual พบกับศิลปะของขั้นตอนการเสิร์ฟสุดพิเศษเเบบ “Star Serve Ritual” เทคนิคการนำเสนอแบบทั้ง Hologram หรือการสร้างภาพเสมือนจริง รวมถึงการสาธิตให้ผู้เข้าชมโดยตัวแทนจากไฮเนเก้น กับ 5 ขั้นตอนพิเศษที่เสมือน 5 แฉกของดาวแดงสัญลักษณ์ของแบรนด์ที่จะทำให้คุณได้ดื่มด่ำและลิ้มลองเบียร์คุณภาพได้อย่างละมุนโดยการเสิร์ฟนี้เป็นมาตรฐานและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไฮเนเก้นเท่านั้น

 

มาร่วมเปิดโลกแห่งความยิ่งใหญ่ตลอดระยะเวลา 144 ปีกับไฮเนเก้นในงาน Behind the Star Experience หน้าสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า ตั้งแต่ 29 เมษายน ถึง 18 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00 – 22.00 น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่ Facebook.com/Heineken และ @heineken_th

 


 

Edit: Paron S.

Photography: Courtesy of Heineken Thailand