Game of Thrones x Johnnie Walker พร้อมให้ลองในไทยแล้ววันนี้!

บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือรวมกับ Whisgars เปิดตัว Game of Thrones Single Malt Whisky Collection ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ ตั้งชื่อตามตระกูลอันยิ่งใหญ่แห่ง Westeros และ The Night’s Watch เพื่อให้คอเหล้าได้ดื่มวิสกี้ที่ดึงเอกลักษณ์ของแต่ละตระกูลมาตีความจนเกิดซิงเกิล มอลต์ทั้ง 8 ชนิด ในภาชนะบรรจุขวดแก้ว 8 สไตล์ พร้อมด้วยแท่นวางไม้สลักคุณภาพดีมาให้แฟนซีรีส์จับจองเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 600 ชุดเท่านั้นคอลเล็กชั่น เกม ออฟ โธร์น ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ วางจำหน่ายแบบครบเซตที่ Whisgars Sukhumvit 23 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

หลายคนที่เป็นแฟนซีรีส์นี้คงรู้จักดินแดนต่างๆ ใน Westeros เป็นอย่างดี ซึ่งคาแรกเตอร์ของแต่ละตระกูลจะถูกนำมาตีความให้เข้าลักษณะของซิงเกิลมอลต์แต่ละขวด บางขวดอาจเผ็ดร้อนจนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก ขณะที่บางขวดกลับลุ่มลึกจนยากจะคาดเดา เช่นเดียวกันกับสงครามอันยาวนานของบัลลังก์ทั้ง 7 ที่ใกล้จะมาถึงบทสรุปเข้าไปทุกที ถ้าพร้อมแล้วก็หยิบแก้วขึ้นมาได้เลย

 

 

ก่อนไปเริ่มที่ไฮไลต์ของงานนี้ เราขอเริ่มกันที่แก้วแรกด้วย White Walker: Cardhu และ Clynelish เหล้าเบลนตัวใหม่ของ Johnnie Walker ที่ได้จากการนำ Cardhu (ใช้เบลน Black Label) มาเบลนกับ Clynelish (ใช้ทำ Gold Label) ด้วยเอกลักษณ์ของ White Walker จึงนำมาใช้ออกแบบลวดลายบนขวด เมื่อนำไปแช่เย็นจะมีตัวหนังสือ Winter is Here ปรากฏขึ้น ให้รสชาติเผ็ดร้อนเวลาจิบ ได้กลิ่น smoky บางๆ และตบท้ายด้วยกลิ่น woody จางๆ และยิ่งเบลนด้วยวิสกี้รสหวานแบบ Clynelish จึงยิ่งควรแช่จนเย็นจัดก่อนเสิร์ฟ เหมาะที่จะประเดิมแก้วแรกที่สุด

 

ขออนุญาตเรียงตามลำดับที่เหมาะสมแก่การดื่ม เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อลิ้นและร่างกายจนเกินไปนัก


 

House Tully: The Singleton Glendullan

ตระกูล Tully อาศัยอยู่ที่ปราสาทริเวอร์รัน ในฐานะหมู่บ้านเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสายน้ำ จึงเป็นที่มาของการนำ The Singleton Glendullan ที่กลั่นจากริมแม่น้ำฟิดดิชในเขตสเปรย์ไซด์ เบลนดิ้งมีลักษณะเผ็ดร้อน ได้กลิ่นเครื่องเทศและไม้จางๆ เหมาะกับการเปิดเป็นแก้วแรกของซีซั่น 


 

House Stark: Dalwhinnie Winter’s Frost

ตระกูล Stark เป็นตระกูลแรกๆ ที่เราได้รู้จักในซีรีส์ หมู่บ้านที่อยู่ติดกับ The Wall และคุ้นชินกับบรรยากาศหนาวเป็นอย่างดี ที่ตั้งของปราสาทวินเทอร์เฟลจึงเป็นชัยภูมิที่สำคัญ เช่นเดียวกับโรงกลั่น Dalwhinnie หนึ่งในโรงกลั่นที่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ แต่ก็ตั้งอยู่บนที่สูงและใช้อุณหภูมิต่ำในขณะกลั่นจึงต้องใช้เวลาบ่มนานกว่าปกติ ไม่ต่างอะไรกับดินแดนตอนเหนือของตระกูล Stark ที่อาศัยเวลาฝ่าฟันจนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง รสชาติในขวดนี้จึงมีความเผ็ดร้อนแบบไฮแลนด์ แต่ดื่มได้สมูทและให้กลิ่นไม้ทิ้งท้ายยาวๆ รสชาติดีที่สุดต้องนำไปแช่เย็นหรือเสิร์ฟแบบ on the rock


 

House Targaryen: Cardhu Gold Reserve 

ความร้อนแรงของแม่มังกรแดเนริส ทาร์แกเรียนเปรียบได้กับซิงเกิล มอลต์ โกลด์ รีเสิร์ฟ แถมโรงงานที่กลั่นเหล้าตัวนี้ยังเป็นโรงกลั่นแรกที่ Johnnie Walker ซื้อมาทั้งโรงกลั่นเพื่อผลิต Black Label โดยเฉพาะ ให้รสชาติกลิ่นหอมวานิลลา ออก fruity หน่อยๆ และปิดท้ายด้วยกลิ่น smoky


House Baratheon: Royal Lochnagar 12 Year Old

ตระกูลที่เชี่ยวชาญในด้านการรบและเคยขึ้นครองอาณาจักรทั้ง 7 ในช่วงแรกของซีซั่น จึงเหมาะอย่างยิ่งกับวิสกี้ชั้นเลิศอย่าง Royal Lochnagar  ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตภายหลังพระราชินีวิคทอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ตเสด็จเยือนโรงกลั่นในปี 1848 ทั้งนี้วิสกี้มีกลิ่นผลไม้และเครื่องเทศ ดื่มแล้วให้รสเผ็ดร้อนเหมือนอยู่ท่ามกลางสนามรบ


 

The Night’s Watch: Oban Bay Reserve

ไม่มีอะไรเหมาะสมกับ The Wall ที่สุดเท่ากับโรงกลั่นโอแบน ซึ่งตั้งอยู่ใต้หน้าผาสูงชันด้านหน้าหันประชิดอ่าวทางตะวันตกของสกอตแลนด์ จึงมีการนำคำปฏิญาณของผู้อาสาปฏิบัติหน้าที่เป็น Night’s Watch สลักอยู่บนขวด นอกจากนี้โรงกลั่นโอเบนยังใหญ่เป็นอันดับสองของสกอตแลนด์ ให้รสชาติกลิ่น woody และเครื่องเทศ แต่ที่พิเศษอยู่ในช่วงทิ้งท้ายจะมีความอบอวลอยู่ในปาก ยากที่จะคาดเดาเช่นเดียวกับความรู้สึกประชากรทางทิศใต้ที่ไม่รู้ว่าทางตอนเหนือของตนมีอะไรซ่อนอยู่


 

House Greyjoy: Talisker Select Reserve

ตระกูล Greyjoy ปกครองเกาะไอรอน ไอส์แลนด์ ซิงเกิลมอลต์ที่เหมาะจะนำมาทำเหล้าให้กับตระกูลนี้จึงต้อง made by the sea อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก Talisker เพราะซิงเกิลมอลต์ชนิดนี้กลั่นขึ้นบนฝั่งของเกาะสกาย หนึ่งในพื้นที่ที่ห่างไกลและทุรกันดารที่สุดแห่งหนึ่งของสกอตแลนด์ ให้รสชาติเผ็ดร้อนแผ่ซ่านตั้งแต่กระทบลิ้น ได้กลิ่น smoky ตามมา ผสมกับกลิ่นไอของท้องทะเล


House Lannister: Lagavulin 9 Year Old

Lagavulin เป็นซิงเกิลมอลต์ระดับตำนานที่กลั่นขึ้นบนชายฝั่งไอส์ลามานานกว่า 200 ปี เป็นซิงเกิลมอลต์ที่สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งแบบชาวแลนนิสเตอร์ แถมรสชาติยังพุ่งพล่านและหนักแน่นที่สุดในซีรีส์นี้ เหมาะสำหรับแก้วสุดท้ายก่อนลาขึ้นเตียง 


 

 

อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งตระกูลของซีรีส์นี้แต่ไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วยเหตุผลบางประการ เราขอแนะนำ House Tyrell ที่ใช้ Clynelish Reserve เป็นตัวสื่อสารถึงความอุดมสมบูรณ์ของเวสเทอรอส เฉกเช่นเดียวกับโรงกลั่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นในบรรยากาศของทะเลเหนือ ตัววิสกี้ให้กลิ่นหอมดอกไม้และเอกลักษณ์แบบไฮแลนด์ สมกับตระกูลไทเรลแห่งไฮการ์เด้น

 

 

Whisgars สุขุมวิท 23 

BKK 23 ซอย สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

โทร 02 664 4252

 




Game of Thrones x Johnnie Walker พร้อมให้ลองในไทยแล้ววันนี้!

บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด จับมือรวมกับ Whisgars เปิดตัว Game of Thrones Single Malt Whisky Collection ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ ตั้งชื่อตามตระกูลอันยิ่งใหญ่แห่ง Westeros และ The Night’s Watch เพื่อให้คอเหล้าได้ดื่มวิสกี้ที่ดึงเอกลักษณ์ของแต่ละตระกูลมาตีความจนเกิดซิงเกิล มอลต์ทั้ง 8 ชนิด ในภาชนะบรรจุขวดแก้ว 8 สไตล์ พร้อมด้วยแท่นวางไม้สลักคุณภาพดีมาให้แฟนซีรีส์จับจองเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 600 ชุดเท่านั้นคอลเล็กชั่น เกม ออฟ โธร์น ซิงเกิล มอลต์ วิสกี้ วางจำหน่ายแบบครบเซตที่ Whisgars Sukhumvit 23 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

 

หลายคนที่เป็นแฟนซีรีส์นี้คงรู้จักดินแดนต่างๆ ใน Westeros เป็นอย่างดี ซึ่งคาแรกเตอร์ของแต่ละตระกูลจะถูกนำมาตีความให้เข้าลักษณะของซิงเกิลมอลต์แต่ละขวด บางขวดอาจเผ็ดร้อนจนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปาก ขณะที่บางขวดกลับลุ่มลึกจนยากจะคาดเดา เช่นเดียวกันกับสงครามอันยาวนานของบัลลังก์ทั้ง 7 ที่ใกล้จะมาถึงบทสรุปเข้าไปทุกที ถ้าพร้อมแล้วก็หยิบแก้วขึ้นมาได้เลย

 

 

ก่อนไปเริ่มที่ไฮไลต์ของงานนี้ เราขอเริ่มกันที่แก้วแรกด้วย White Walker: Cardhu และ Clynelish เหล้าเบลนตัวใหม่ของ Johnnie Walker ที่ได้จากการนำ Cardhu (ใช้เบลน Black Label) มาเบลนกับ Clynelish (ใช้ทำ Gold Label) ด้วยเอกลักษณ์ของ White Walker จึงนำมาใช้ออกแบบลวดลายบนขวด เมื่อนำไปแช่เย็นจะมีตัวหนังสือ Winter is Here ปรากฏขึ้น ให้รสชาติเผ็ดร้อนเวลาจิบ ได้กลิ่น smoky บางๆ และตบท้ายด้วยกลิ่น woody จางๆ และยิ่งเบลนด้วยวิสกี้รสหวานแบบ Clynelish จึงยิ่งควรแช่จนเย็นจัดก่อนเสิร์ฟ เหมาะที่จะประเดิมแก้วแรกที่สุด

 

ขออนุญาตเรียงตามลำดับที่เหมาะสมแก่การดื่ม เพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อลิ้นและร่างกายจนเกินไปนัก


 

House Tully: The Singleton Glendullan

ตระกูล Tully อาศัยอยู่ที่ปราสาทริเวอร์รัน ในฐานะหมู่บ้านเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสายน้ำ จึงเป็นที่มาของการนำ The Singleton Glendullan ที่กลั่นจากริมแม่น้ำฟิดดิชในเขตสเปรย์ไซด์ เบลนดิ้งมีลักษณะเผ็ดร้อน ได้กลิ่นเครื่องเทศและไม้จางๆ เหมาะกับการเปิดเป็นแก้วแรกของซีซั่น 


 

House Stark: Dalwhinnie Winter’s Frost

ตระกูล Stark เป็นตระกูลแรกๆ ที่เราได้รู้จักในซีรีส์ หมู่บ้านที่อยู่ติดกับ The Wall และคุ้นชินกับบรรยากาศหนาวเป็นอย่างดี ที่ตั้งของปราสาทวินเทอร์เฟลจึงเป็นชัยภูมิที่สำคัญ เช่นเดียวกับโรงกลั่น Dalwhinnie หนึ่งในโรงกลั่นที่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ แต่ก็ตั้งอยู่บนที่สูงและใช้อุณหภูมิต่ำในขณะกลั่นจึงต้องใช้เวลาบ่มนานกว่าปกติ ไม่ต่างอะไรกับดินแดนตอนเหนือของตระกูล Stark ที่อาศัยเวลาฝ่าฟันจนกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง รสชาติในขวดนี้จึงมีความเผ็ดร้อนแบบไฮแลนด์ แต่ดื่มได้สมูทและให้กลิ่นไม้ทิ้งท้ายยาวๆ รสชาติดีที่สุดต้องนำไปแช่เย็นหรือเสิร์ฟแบบ on the rock


 

House Targaryen: Cardhu Gold Reserve 

ความร้อนแรงของแม่มังกรแดเนริส ทาร์แกเรียนเปรียบได้กับซิงเกิล มอลต์ โกลด์ รีเสิร์ฟ แถมโรงงานที่กลั่นเหล้าตัวนี้ยังเป็นโรงกลั่นแรกที่ Johnnie Walker ซื้อมาทั้งโรงกลั่นเพื่อผลิต Black Label โดยเฉพาะ ให้รสชาติกลิ่นหอมวานิลลา ออก fruity หน่อยๆ และปิดท้ายด้วยกลิ่น smoky


House Baratheon: Royal Lochnagar 12 Year Old

ตระกูลที่เชี่ยวชาญในด้านการรบและเคยขึ้นครองอาณาจักรทั้ง 7 ในช่วงแรกของซีซั่น จึงเหมาะอย่างยิ่งกับวิสกี้ชั้นเลิศอย่าง Royal Lochnagar  ที่ได้รับพระบรมราชานุญาตภายหลังพระราชินีวิคทอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ตเสด็จเยือนโรงกลั่นในปี 1848 ทั้งนี้วิสกี้มีกลิ่นผลไม้และเครื่องเทศ ดื่มแล้วให้รสเผ็ดร้อนเหมือนอยู่ท่ามกลางสนามรบ


 

The Night’s Watch: Oban Bay Reserve

ไม่มีอะไรเหมาะสมกับ The Wall ที่สุดเท่ากับโรงกลั่นโอแบน ซึ่งตั้งอยู่ใต้หน้าผาสูงชันด้านหน้าหันประชิดอ่าวทางตะวันตกของสกอตแลนด์ จึงมีการนำคำปฏิญาณของผู้อาสาปฏิบัติหน้าที่เป็น Night’s Watch สลักอยู่บนขวด นอกจากนี้โรงกลั่นโอเบนยังใหญ่เป็นอันดับสองของสกอตแลนด์ ให้รสชาติกลิ่น woody และเครื่องเทศ แต่ที่พิเศษอยู่ในช่วงทิ้งท้ายจะมีความอบอวลอยู่ในปาก ยากที่จะคาดเดาเช่นเดียวกับความรู้สึกประชากรทางทิศใต้ที่ไม่รู้ว่าทางตอนเหนือของตนมีอะไรซ่อนอยู่


 

House Greyjoy: Talisker Select Reserve

ตระกูล Greyjoy ปกครองเกาะไอรอน ไอส์แลนด์ ซิงเกิลมอลต์ที่เหมาะจะนำมาทำเหล้าให้กับตระกูลนี้จึงต้อง made by the sea อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก Talisker เพราะซิงเกิลมอลต์ชนิดนี้กลั่นขึ้นบนฝั่งของเกาะสกาย หนึ่งในพื้นที่ที่ห่างไกลและทุรกันดารที่สุดแห่งหนึ่งของสกอตแลนด์ ให้รสชาติเผ็ดร้อนแผ่ซ่านตั้งแต่กระทบลิ้น ได้กลิ่น smoky ตามมา ผสมกับกลิ่นไอของท้องทะเล


House Lannister: Lagavulin 9 Year Old

Lagavulin เป็นซิงเกิลมอลต์ระดับตำนานที่กลั่นขึ้นบนชายฝั่งไอส์ลามานานกว่า 200 ปี เป็นซิงเกิลมอลต์ที่สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งแบบชาวแลนนิสเตอร์ แถมรสชาติยังพุ่งพล่านและหนักแน่นที่สุดในซีรีส์นี้ เหมาะสำหรับแก้วสุดท้ายก่อนลาขึ้นเตียง 


 

 

อย่างไรก็ตามยังมีอีกหนึ่งตระกูลของซีรีส์นี้แต่ไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยด้วยเหตุผลบางประการ เราขอแนะนำ House Tyrell ที่ใช้ Clynelish Reserve เป็นตัวสื่อสารถึงความอุดมสมบูรณ์ของเวสเทอรอส เฉกเช่นเดียวกับโรงกลั่นที่ตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นในบรรยากาศของทะเลเหนือ ตัววิสกี้ให้กลิ่นหอมดอกไม้และเอกลักษณ์แบบไฮแลนด์ สมกับตระกูลไทเรลแห่งไฮการ์เด้น

 

 

Whisgars สุขุมวิท 23 

BKK 23 ซอย สุขุมวิท 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110

โทร 02 664 4252