ไรอัน กอสลิ่ง ชวนคุยเรื่อง La La Land

นักแสดงหนุ่มสุดฮอตแห่งซีซัน ไรอัน กอสลิ่ง กับบทบาทนักเปียโนแจ๊สหัวรั้นในภาพยนตร์เพลงชวนฝันเรื่องใหม่ La La Land พร้อมต้อนรับการกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามของ ไรอัน กอสลิ่ง และ เอมม่า สโตน การันตีคุณภาพโดยดาเมี่ยน ชาเซลล์ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงจากภาพยนตร์ Whiplash ที่เคยกวาดรางวัลออสการ์มาแล้วถึงสามรางวัล หนนี้เขากำลังจะกลับมาทำให้เสียงเพลงเข้าไปเต้นอยู่ในหัวใจของทุกคนอีกครั้ง

 

 

 

 

            เรื่องราวของ เซบาสเตียน (ไรอัน กอสลิ่ง) หนุ่มนักเปียโนแจ๊ซที่ได้มีโอกาสพบรักกับ มีอา (เอ็มมา สโตน) นักแสดงสาวดาวรุ่ง ความรักของพวกเขาดำเนินมาจนถึงรอยสะดุดเมื่อความฝันกลับกลายเป็นขวากหนามทิ่มแทงความสักพันธ์ของทั้งคู่ บทสรุปของความรักระหว่างเซบาสเตียนและมีอาจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ใน La La Land แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงจุดนั้นไรอัน กอสลิ่งมีเรื่องจะคุยด้วย

 

ทำไมคุณถึงมาร่วมงานกับผู้กำกับได้?


Ryan Gosling: ผมสนใจสิ่งที่เดเมียนทำมาก เพราะเขาอยากทำหนังเรื่องนี้ให้มีสไตล์คล้ายกับ เฟร็ด และ จินเจอร์ หรือไม่ก็ยุคของ จีน เคลลี่ นั่นเป็นหนังเพลงที่ผมอินมาก ประกอบกับเขาอยากให้หนังเรื่องนี้มีภาพที่สวยงามและมีความขี้เล่นปะปนอยู่ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากเพราะลึก ๆ แล้วผมแอบอยากทำหนังประเภทนี้มาตลอด

 

คุณรับบทเป็นใครในเรื่อง?


RG: ผมเล่นเป็น 'เซบาสเตียน' เขาเป็นคนที่อุทิศชีวิตเพื่อการเป็นนักดนตรีแจ๊สขั้นเทพ ความฝันของเขาคือมีคลับแจ๊สเป็นของตัวเองโดยไม่ได้สนใจเลยว่าโลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ฮีโร่ของเขาเกิดเมื่อ 70 ปีก่อน แต่ในยุคนี้นักเปียโนแจ๊สกลับต้องทำงานในบาร์ที่คนไม่แม้แต่จะหยุดคุยเพื่อฟังคุณเล่นด้วยซ้ำ คำถามที่เซบาสเตียนต้องถามตัวเองคือ เขาต้องยอมแลกอะไรบ้างเพื่อให้ได้เป็นศิลปินแบบที่เขาอยากเป็น

 

คุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?


RG: 
ผมฝึกเล่นเพลงพวกนี้วันละ 4 ชั่วโมง ตลอด 3 เดือน ตอนแรกผมคิดว่าคงเบื่อที่จะฟังเพลงพวกนี้อีกต่อไปแต่ทุกครั้งที่ผมฟังผมก็ยังอินกับมันเสมอ ผมอยากเรียนเปียโนจริงจังมาตั้งนานแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ได้นั่งต่อหน้าเปียโนตลอดสามเดือนโดยไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากฝึกมัน  นับเป็นช่วงเวลาเตรียมงานที่ผมมีความสุขที่สุดตั้งแต่เป็นนักแสดงมาเลย เอาเข้าจริงแล้วในภาพยนตร์แทบไม่มีช็อตโคลสอัพมือเซบาสเตียนไหนที่ใช้นักเปียโนแสดงแทนเลย เป็นมือผมล้วน ๆ 

 

การเต้นในเรื่องเกินขึ้นที่ไหนบ้าง มีการจัดฉากหรือถ่ายภายใต้การควบคุมบ้างไหม?


RG: เกือบทั้งหมดถ่ายในสถานที่จริง มีฉากนึงที่เราต้องปิดสะพานทางหลวงถ่ายเลยเพื่อให้ทุกคนออกมาเต้นบนหลังคารถ แถมเราจำเป็นต้องถ่ายแบบลองเทคทีเดียวจบเพราะทีมงานมีเวลาถ่ายทำจำกัด นั่นหมายความว่าพวกเราต้องซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมเพื่อให้ทุกอย่างต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด 

 

คุณรู้สึกถึงความเป็น แอล.เอ บ้างไหมระหว่างการถ่าย La La Land?


RG: 
เกือบตลอดเวลา ผมอยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้จริง ๆ ทีมงานทำเหมือนแอล.เอ เป็นตัวละครตัวนึงของเรื่องเลยล่ะ บทที่ผ่าน ๆ ของผมมักจะเล่นเป็นคนมีปม หม่นหมองตลอดเวลา มันทำให้ผมเครียดตอนแสดงพอสมควรนะ  การแสดงหนังเรื่องนี้และ The Nice Guys (ผลงานก่อนหน้าของเขาที่ร่วมแสดงกับรัสเซล โครว์) ทำให้ผมได้เล่นเป็นคนพูดมากบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบที่ได้ทำให้คนดูหัวเราะและมีความสุขไปกับตัวละครที่ผมเล่น

 

มีวิธีไหนช่วยให้คุณเข้าถึงตัวละครเพิ่มบ้างไหม?


RG: สำหรับผมเสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญนะ มันช่วยให้ความเป็นเซบาสเตียนโดดเด่นขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องดูทันสมัยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับผู้ชายคนอื่น เขาเป็นคนที่คุณจะไม่มีวันเห็นเขาใส่เสื้อยืดธรรมดาแน่นอน และถ้ามีภูเขาเมาท์รัชมอร์ที่เปลี่ยนจากหน้าประธาณาธิปดีเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแล้วล่ะก็ต้องมีหน้า แมรี่ ซอเฟรส อยู่บนนั้นด้วย เพราะเธอเป็นหนึ่งในนักออกแบบเสื้อผ้าที่เก่งที่สุดอย่างแท้จริง 

 

 


 

TEXT NOPARAT


YOU MIGHT LIKE !



ไรอัน กอสลิ่ง ชวนคุยเรื่อง La La Land

นักแสดงหนุ่มสุดฮอตแห่งซีซัน ไรอัน กอสลิ่ง กับบทบาทนักเปียโนแจ๊สหัวรั้นในภาพยนตร์เพลงชวนฝันเรื่องใหม่ La La Land พร้อมต้อนรับการกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามของ ไรอัน กอสลิ่ง และ เอมม่า สโตน การันตีคุณภาพโดยดาเมี่ยน ชาเซลล์ ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงจากภาพยนตร์ Whiplash ที่เคยกวาดรางวัลออสการ์มาแล้วถึงสามรางวัล หนนี้เขากำลังจะกลับมาทำให้เสียงเพลงเข้าไปเต้นอยู่ในหัวใจของทุกคนอีกครั้ง

 

 

 

 

            เรื่องราวของ เซบาสเตียน (ไรอัน กอสลิ่ง) หนุ่มนักเปียโนแจ๊ซที่ได้มีโอกาสพบรักกับ มีอา (เอ็มมา สโตน) นักแสดงสาวดาวรุ่ง ความรักของพวกเขาดำเนินมาจนถึงรอยสะดุดเมื่อความฝันกลับกลายเป็นขวากหนามทิ่มแทงความสักพันธ์ของทั้งคู่ บทสรุปของความรักระหว่างเซบาสเตียนและมีอาจะลงเอยอย่างไร ติดตามได้ใน La La Land แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงจุดนั้นไรอัน กอสลิ่งมีเรื่องจะคุยด้วย

 

ทำไมคุณถึงมาร่วมงานกับผู้กำกับได้?


Ryan Gosling: ผมสนใจสิ่งที่เดเมียนทำมาก เพราะเขาอยากทำหนังเรื่องนี้ให้มีสไตล์คล้ายกับ เฟร็ด และ จินเจอร์ หรือไม่ก็ยุคของ จีน เคลลี่ นั่นเป็นหนังเพลงที่ผมอินมาก ประกอบกับเขาอยากให้หนังเรื่องนี้มีภาพที่สวยงามและมีความขี้เล่นปะปนอยู่ ซึ่งมันยอดเยี่ยมมากเพราะลึก ๆ แล้วผมแอบอยากทำหนังประเภทนี้มาตลอด

 

คุณรับบทเป็นใครในเรื่อง?


RG: ผมเล่นเป็น 'เซบาสเตียน' เขาเป็นคนที่อุทิศชีวิตเพื่อการเป็นนักดนตรีแจ๊สขั้นเทพ ความฝันของเขาคือมีคลับแจ๊สเป็นของตัวเองโดยไม่ได้สนใจเลยว่าโลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ฮีโร่ของเขาเกิดเมื่อ 70 ปีก่อน แต่ในยุคนี้นักเปียโนแจ๊สกลับต้องทำงานในบาร์ที่คนไม่แม้แต่จะหยุดคุยเพื่อฟังคุณเล่นด้วยซ้ำ คำถามที่เซบาสเตียนต้องถามตัวเองคือ เขาต้องยอมแลกอะไรบ้างเพื่อให้ได้เป็นศิลปินแบบที่เขาอยากเป็น

 

คุณต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?


RG: 
ผมฝึกเล่นเพลงพวกนี้วันละ 4 ชั่วโมง ตลอด 3 เดือน ตอนแรกผมคิดว่าคงเบื่อที่จะฟังเพลงพวกนี้อีกต่อไปแต่ทุกครั้งที่ผมฟังผมก็ยังอินกับมันเสมอ ผมอยากเรียนเปียโนจริงจังมาตั้งนานแล้ว นี่จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ได้นั่งต่อหน้าเปียโนตลอดสามเดือนโดยไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากฝึกมัน  นับเป็นช่วงเวลาเตรียมงานที่ผมมีความสุขที่สุดตั้งแต่เป็นนักแสดงมาเลย เอาเข้าจริงแล้วในภาพยนตร์แทบไม่มีช็อตโคลสอัพมือเซบาสเตียนไหนที่ใช้นักเปียโนแสดงแทนเลย เป็นมือผมล้วน ๆ 

 

การเต้นในเรื่องเกินขึ้นที่ไหนบ้าง มีการจัดฉากหรือถ่ายภายใต้การควบคุมบ้างไหม?


RG: เกือบทั้งหมดถ่ายในสถานที่จริง มีฉากนึงที่เราต้องปิดสะพานทางหลวงถ่ายเลยเพื่อให้ทุกคนออกมาเต้นบนหลังคารถ แถมเราจำเป็นต้องถ่ายแบบลองเทคทีเดียวจบเพราะทีมงานมีเวลาถ่ายทำจำกัด นั่นหมายความว่าพวกเราต้องซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมเพื่อให้ทุกอย่างต้องออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด 

 

คุณรู้สึกถึงความเป็น แอล.เอ บ้างไหมระหว่างการถ่าย La La Land?


RG: 
เกือบตลอดเวลา ผมอยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้จริง ๆ ทีมงานทำเหมือนแอล.เอ เป็นตัวละครตัวนึงของเรื่องเลยล่ะ บทที่ผ่าน ๆ ของผมมักจะเล่นเป็นคนมีปม หม่นหมองตลอดเวลา มันทำให้ผมเครียดตอนแสดงพอสมควรนะ  การแสดงหนังเรื่องนี้และ The Nice Guys (ผลงานก่อนหน้าของเขาที่ร่วมแสดงกับรัสเซล โครว์) ทำให้ผมได้เล่นเป็นคนพูดมากบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบที่ได้ทำให้คนดูหัวเราะและมีความสุขไปกับตัวละครที่ผมเล่น

 

มีวิธีไหนช่วยให้คุณเข้าถึงตัวละครเพิ่มบ้างไหม?


RG: สำหรับผมเสื้อผ้าเป็นเรื่องสำคัญนะ มันช่วยให้ความเป็นเซบาสเตียนโดดเด่นขึ้น เขาไม่จำเป็นต้องดูทันสมัยแต่ก็ไม่จำเป็นต้องเหมือนกับผู้ชายคนอื่น เขาเป็นคนที่คุณจะไม่มีวันเห็นเขาใส่เสื้อยืดธรรมดาแน่นอน และถ้ามีภูเขาเมาท์รัชมอร์ที่เปลี่ยนจากหน้าประธาณาธิปดีเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าแล้วล่ะก็ต้องมีหน้า แมรี่ ซอเฟรส อยู่บนนั้นด้วย เพราะเธอเป็นหนึ่งในนักออกแบบเสื้อผ้าที่เก่งที่สุดอย่างแท้จริง 

 

 


 

TEXT NOPARAT