แล้วไงใครแคร์? เพราะจีนก็แบนคนดังและแบรนด์ดังเหล่านี้มาแล้ว

ข่าวใหญ่เมื่อวานก็เห็นจะเป็นเหตุการณ์ที่ Dolce & Gabbana ถูกทางการจีบสั่งให้ระงับการจัดแฟชั่นโชว์อันเนื่องมาจากวีดีโอแคมเปญของแบรนด์นั้นไปกระทบกระเทือนจิตใจคนจีนจนทำให้รู้สึกเกิดการเหยียดเชื้อชาติ แต่เราขอบอกเลยว่า D&G ไม่ใช่แบรนด์แรกที่จีนเซย์โนใส่เพราะแบรนด์และคนดังเหล่านี้ก็เคยโดนจีนแบนไม่ต้อนรับมาแล้วเช่นกัน

 

1. Mercedes-Benz

 

 

เป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อต้นปีนี้เองที่เบนซ์นั้นนำเอาโควทคำพูดของดาไลลามะมาประกอบโฆษณาซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทางการจีน จนเบนซ์ต้องออกมาขอโทษทางการจีนเป็นการใหญ่ เพราะจีนถือเป็นตลาดใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะของเบนซ์แต่ของแบรนด์ไฮเอทน์ต่างๆ ทั้งหมด ส่วนเหตุที่จีนไม่พอใจใครก็ตามที่ยุ่งเกี่ยวกับองค์ดาไลลามะนั้นก็เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบต และยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการเรียกร้องสิทธิที่จะปกครองตัวเองให้กับทิเบตจากจีนอีกด้วยจึงสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับจีนนั้นเอง

 

 

2. Balenciaga

 

 

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายนนั้นก้ได้มีเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนไปซื้อของที่บูตีกของแบรนด์ในปารีสแต่กลับถูกปฎิบัติอย่างไม่เท่าเทียมโดยให้คนฝรั่งเศสแซงคิวไปซื้อจนมีการโพสคลิปวีดีโอเหตุการณ์ลง Weibo และสุดท้าย Balenciaga ก็ต้องออกมาขอโทษและสัญญาว่าจะมีมาตราการการปฎิบัติกับลูกค้าที่เท่าเทียมกันหมด

 

3. Friends of Dalai Lama

 

Lady Gaga

 

Harrison Ford

 

 

เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจีนและทิเบตนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ดังนั้นจีนจึงไม่พอใจทุกคนที่ยุ่งเกี่ยวหรือติดต่อกับองค์ดาไลลามะ เหล่าคนดังหลายคนไม่ว่าจะเป็น Lady Gaga, Harrison Ford, BJork, Oasis, Bon Jovi และอีกหลายต่อหลายคนที่เคยข้องแวะกับองค์ดาไลลามะก็ล้วนแต่โดนแบนการเข้ามาประเทศจีนทั้งสิ้น รวมถึง Brad Pitt ที่โดนหางเลขจากการเล่นหนังเรื่อง Seven Years in Tibet เมื่อปี 1997 นั้นก็ทำให้เขาถูกแบนการเข้าประเทศจีนตั้งแต่นั้นมา แต่สุดท้ายในปี 2016 เขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปโปรโมทหนังเรื่อง Allied ได้ในที่สุด

 

Brad Pitt ในจีนเมื่อปี 2016

 

4. Taylor Swift 

 

 

สาวเทย์ไม่ได้ถูกแบนจากการเข้าออกประเทศจีนแต่อย่างใด เพียงแต่อัลบั้ม 1989 และสินค้าต่างๆ ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนอัลบั้มนี้ของเธอนั้นดันไปพ้องกับปีเดียวกันกับเหตุการณ์ปราบการชุมนุมที่จตุรัสเทียนอันเหมิน และชื่อย่อ T.S. ของเธอก็ยังไปตรงกับ Tiananmen Square อีก ทำให้ทางการจีนสั่งห้ามขายของที่ระลึกที่มีตัวย่อและเลขปีดังกล่าวไปเลย ขายได้เพียงไอเท็มที่ไม่โชว์ตัวอักษรและตัวเลขเท่านั้น

 

 

5. Winnie The Pooh

 

 

 

 

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก เจ้าหมีตัวอ้วนตุ้นนุ้ยน่ารักสีเหลืองนี้ก็ถูกแบนบนโลกอินเทอร์เน็ตจากทางการจีนเช่นกันหลังจากที่มีชาวเน็ตนั้นนำเอาเจ้าหมีน้อยไปเปรียบเทียบลักาณะท่าทางว่าเหมือนกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงนั้นเอง

 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

 


 

 

และนี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของเหล่าคนดังและแบรนด์ดังที่ต้องเกรงใจมหาอำนาจอย่างจีน ยังมีคนดังอีกหลายคนที่โดนจีนแบบด้วยเหตุผลต่างๆ ซึ่งก็เพราะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และยังมีกำลังซื้อมากไม่แปลกที่จะมีระบบมาตราการเข้มงวดในบ้างเรื่อง และถ้าคุณไปเจออะไรแปลกๆ ต่างแดนก็อย่าลืมมาเล่าให้เราฟังบ้างนะครับ

 


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Reuters, Getty Images, Courtesy of Label, seventietwo.com, The Guardian

 

 

 




แล้วไงใครแคร์? เพราะจีนก็แบนคนดังและแบรนด์ดังเหล่านี้มาแล้ว

ข่าวใหญ่เมื่อวานก็เห็นจะเป็นเหตุการณ์ที่ Dolce & Gabbana ถูกทางการจีบสั่งให้ระงับการจัดแฟชั่นโชว์อันเนื่องมาจากวีดีโอแคมเปญของแบรนด์นั้นไปกระทบกระเทือนจิตใจคนจีนจนทำให้รู้สึกเกิดการเหยียดเชื้อชาติ แต่เราขอบอกเลยว่า D&G ไม่ใช่แบรนด์แรกที่จีนเซย์โนใส่เพราะแบรนด์และคนดังเหล่านี้ก็เคยโดนจีนแบนไม่ต้อนรับมาแล้วเช่นกัน

 

1. Mercedes-Benz

 

 

เป็นเรื่องขึ้นมาเมื่อต้นปีนี้เองที่เบนซ์นั้นนำเอาโควทคำพูดของดาไลลามะมาประกอบโฆษณาซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับทางการจีน จนเบนซ์ต้องออกมาขอโทษทางการจีนเป็นการใหญ่ เพราะจีนถือเป็นตลาดใหญ่ ไม่ใช่เฉพาะของเบนซ์แต่ของแบรนด์ไฮเอทน์ต่างๆ ทั้งหมด ส่วนเหตุที่จีนไม่พอใจใครก็ตามที่ยุ่งเกี่ยวกับองค์ดาไลลามะนั้นก็เพราะว่าพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบต และยังเป็นตัวตั้งตัวตีในการเรียกร้องสิทธิที่จะปกครองตัวเองให้กับทิเบตจากจีนอีกด้วยจึงสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับจีนนั้นเอง

 

 

2. Balenciaga

 

 

ต่อมาเมื่อเดือนเมษายนนั้นก้ได้มีเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวจีนไปซื้อของที่บูตีกของแบรนด์ในปารีสแต่กลับถูกปฎิบัติอย่างไม่เท่าเทียมโดยให้คนฝรั่งเศสแซงคิวไปซื้อจนมีการโพสคลิปวีดีโอเหตุการณ์ลง Weibo และสุดท้าย Balenciaga ก็ต้องออกมาขอโทษและสัญญาว่าจะมีมาตราการการปฎิบัติกับลูกค้าที่เท่าเทียมกันหมด

 

3. Friends of Dalai Lama

 

Lady Gaga

 

Harrison Ford

 

 

เพราะเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างจีนและทิเบตนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ ดังนั้นจีนจึงไม่พอใจทุกคนที่ยุ่งเกี่ยวหรือติดต่อกับองค์ดาไลลามะ เหล่าคนดังหลายคนไม่ว่าจะเป็น Lady Gaga, Harrison Ford, BJork, Oasis, Bon Jovi และอีกหลายต่อหลายคนที่เคยข้องแวะกับองค์ดาไลลามะก็ล้วนแต่โดนแบนการเข้ามาประเทศจีนทั้งสิ้น รวมถึง Brad Pitt ที่โดนหางเลขจากการเล่นหนังเรื่อง Seven Years in Tibet เมื่อปี 1997 นั้นก็ทำให้เขาถูกแบนการเข้าประเทศจีนตั้งแต่นั้นมา แต่สุดท้ายในปี 2016 เขาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปโปรโมทหนังเรื่อง Allied ได้ในที่สุด

 

Brad Pitt ในจีนเมื่อปี 2016

 

4. Taylor Swift 

 

 

สาวเทย์ไม่ได้ถูกแบนจากการเข้าออกประเทศจีนแต่อย่างใด เพียงแต่อัลบั้ม 1989 และสินค้าต่างๆ ที่ออกมาเพื่อสนับสนุนอัลบั้มนี้ของเธอนั้นดันไปพ้องกับปีเดียวกันกับเหตุการณ์ปราบการชุมนุมที่จตุรัสเทียนอันเหมิน และชื่อย่อ T.S. ของเธอก็ยังไปตรงกับ Tiananmen Square อีก ทำให้ทางการจีนสั่งห้ามขายของที่ระลึกที่มีตัวย่อและเลขปีดังกล่าวไปเลย ขายได้เพียงไอเท็มที่ไม่โชว์ตัวอักษรและตัวเลขเท่านั้น

 

 

5. Winnie The Pooh

 

 

 

 

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก เจ้าหมีตัวอ้วนตุ้นนุ้ยน่ารักสีเหลืองนี้ก็ถูกแบนบนโลกอินเทอร์เน็ตจากทางการจีนเช่นกันหลังจากที่มีชาวเน็ตนั้นนำเอาเจ้าหมีน้อยไปเปรียบเทียบลักาณะท่าทางว่าเหมือนกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงนั้นเอง

 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

 


 

 

และนี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของเหล่าคนดังและแบรนด์ดังที่ต้องเกรงใจมหาอำนาจอย่างจีน ยังมีคนดังอีกหลายคนที่โดนจีนแบบด้วยเหตุผลต่างๆ ซึ่งก็เพราะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์และยังมีกำลังซื้อมากไม่แปลกที่จะมีระบบมาตราการเข้มงวดในบ้างเรื่อง และถ้าคุณไปเจออะไรแปลกๆ ต่างแดนก็อย่าลืมมาเล่าให้เราฟังบ้างนะครับ

 


 

เรื่อง: KANt

ภาพ: Reuters, Getty Images, Courtesy of Label, seventietwo.com, The Guardian