YOU GOT A NERVE? ถ้าอยากเล่นก็จงทำให้เห็นว่าคุณเล่นได้

บางครั้งความสนุกของเกมอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับรางวัลเสมอไป เพราะในเกมที่คุณกำลังจะได้พบเจอต่อไปนี้ต้องเอาร่างกายและจิตใจเป็นเดิมพัน คุณกล้าพอที่จะลองเล่นดูไหมล่ะครับ? พบกับภาพยนตร์ดัดแปลงจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของผู้เขียนจีน ไรอัน บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาว (เอ็มม่า โรเบิร์ต) และชายหนุ่ม (เดฟ ฟรังโก) คู่หนึ่งที่มาร่วมเล่นเกมพิสูจน์ความกล้าในเกมท้าชีวิตที่มีผู้ชมโลกออนไลน์เป็นสักขีพยาน ทว่าหนทางข้างหน้ากลับยิ่งพาให้พวกเขาถลำลึกจนถอนตัวไม่ได้ พวกเขาจะตัดสินใจเล่นอย่างไรให้มีชีวิตรอด โดยเฉพาะพระเอกรูปงามที่ในปีนี้มีผลงานถึงสามเรื่องในบ้านเรากับเขา เดฟ ฟรังโกจาก Neighbor 2: Sorority Rising และ Now You See Me 2

 

ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็นใคร                                                                                                    
Dave Franco: ผมเล่นเป็น ‘เอียน’ ซึ่งเป็นผู้เล่นของเกม ‘เนิร์ฟ’ เขาบังเอิญเจอกับวีและจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นคู่หูกันตามเสียงโหวตของคนดู ในช่วงแรกเขาคิดว่ามันสนุก ตื่นเต้นดีอยู่หรอกแต่พอเกมเริ่มดำเนินไป คำท้าทายเริ่มไปไกลและอันตรายมากขึ้น เอียนก็ได้รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจผิดมหันต์ที่เข้าร่วมเกมนี้เพราะเขาเอาชีวิตตัวเองและคนที่เขารักมาเสี่ยง ทว่ามันสายไปแล้วที่จะถอนตัว

 

ในความคิดคุณ NERVE คืออะไร
DF: ถ้าเป็นในเรื่องมันคือชื่อแอพพลิเคชั่นลักษณะคล้ายกับเกม ‘ทรูธ ออร์ แดร์’ (เกมท้ากันในวงเหล้าของฝรั่ง) แตกต่างตรงที่มันกระจายออกเป็นวงกว้างด้วยอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวัยรุ่นยุคนี้ที่ต้องการเงินทองและชื่อเสียงแบบฉาบฉวย แต่ผมว่ามันก็เป็นการเล่นคำจากประโยคที่ว่า “You got a Nerve?” ที่แปลว่า “คุณกล้าพอไหม?” และ “Don’t lose your Nerve” ที่ตั้งคำถามกับคุณว่า “คุณจะทนเล่นเกมนี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่คุณจะเสียสติ”

NERVE แสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดีย แล้วคุณได้ใช้มันบ้างหรือไม่ในชีวิตประจำวัน
DF: ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นสีขาวสีดำหรอก อินเตอร์เน็ตก็เหมือนกัน มันไม่ได้ดีหรือแย่แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันยังไง เราสามารถมองเนิร์ฟเป็นได้ทั้งเกมอันทรงพลังหรือเกมที่เสื่อมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งนั้นก็เหมือนสิ่งที่คุณเจอในโลกไซเบอร์ทุกวันนี้ คุณต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก อันที่จริงผมไม่มีโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ชอบเห็นคอมเม้นท์อะไรที่ผมรู้สึกแย่ มันจะทำให้ผมนอยด์ไปทั้งวันเลย ต่อให้จะมีข้อความดี ๆ เป็นร้อย ๆ อันก็เถอะ

 

หลังจากเรื่องนี้คุณมีแผนจะทำอะไรต่อ
DF: ในอนาคตผมอยากจะทำอะไรที่มันท้าทายมากกว่าเดิม ผมเบื่อบทเด็กไฮสคูลสันดานเสียเต็มทีแล้ว มันก็ดีนะที่คุณดูเด็กกว่าอายุจริงแต่ให้ตายเถอะผมอายุ 31 แล้วนะ (หัวเราะ) ผมอยากร่วมงานกับผู้กำกับแนวหน้าของวงการอย่างเวส แอนเดอร์สัน, เดวิด ฟินเชอร์และสไปค์ จอนซ์ ที่ผ่านมาผมโชคดีที่ร่วมงามกับทีมงานและนักแสดงคุณภาพมาตลอด พวกเขามีฝีมือมากกว่าผมเยอะ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีเพราะประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวจากพวกเขามีค่าและช่วยพัฒนาให้ผมเป็นนักแสดงที่ดีขึ้นได้จริง ๆ

 


 

TEXT : NOPARAT / PHOTOGRAPHY : COURTESY OF NERVE


YOU MIGHT LIKE !



YOU GOT A NERVE? ถ้าอยากเล่นก็จงทำให้เห็นว่าคุณเล่นได้

บางครั้งความสนุกของเกมอาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับรางวัลเสมอไป เพราะในเกมที่คุณกำลังจะได้พบเจอต่อไปนี้ต้องเอาร่างกายและจิตใจเป็นเดิมพัน คุณกล้าพอที่จะลองเล่นดูไหมล่ะครับ? พบกับภาพยนตร์ดัดแปลงจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของผู้เขียนจีน ไรอัน บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาว (เอ็มม่า โรเบิร์ต) และชายหนุ่ม (เดฟ ฟรังโก) คู่หนึ่งที่มาร่วมเล่นเกมพิสูจน์ความกล้าในเกมท้าชีวิตที่มีผู้ชมโลกออนไลน์เป็นสักขีพยาน ทว่าหนทางข้างหน้ากลับยิ่งพาให้พวกเขาถลำลึกจนถอนตัวไม่ได้ พวกเขาจะตัดสินใจเล่นอย่างไรให้มีชีวิตรอด โดยเฉพาะพระเอกรูปงามที่ในปีนี้มีผลงานถึงสามเรื่องในบ้านเรากับเขา เดฟ ฟรังโกจาก Neighbor 2: Sorority Rising และ Now You See Me 2

 

ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็นใคร                                                                                                    
Dave Franco: ผมเล่นเป็น ‘เอียน’ ซึ่งเป็นผู้เล่นของเกม ‘เนิร์ฟ’ เขาบังเอิญเจอกับวีและจับพลัดจับผลูกลายมาเป็นคู่หูกันตามเสียงโหวตของคนดู ในช่วงแรกเขาคิดว่ามันสนุก ตื่นเต้นดีอยู่หรอกแต่พอเกมเริ่มดำเนินไป คำท้าทายเริ่มไปไกลและอันตรายมากขึ้น เอียนก็ได้รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจผิดมหันต์ที่เข้าร่วมเกมนี้เพราะเขาเอาชีวิตตัวเองและคนที่เขารักมาเสี่ยง ทว่ามันสายไปแล้วที่จะถอนตัว

 

ในความคิดคุณ NERVE คืออะไร
DF: ถ้าเป็นในเรื่องมันคือชื่อแอพพลิเคชั่นลักษณะคล้ายกับเกม ‘ทรูธ ออร์ แดร์’ (เกมท้ากันในวงเหล้าของฝรั่ง) แตกต่างตรงที่มันกระจายออกเป็นวงกว้างด้วยอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวัยรุ่นยุคนี้ที่ต้องการเงินทองและชื่อเสียงแบบฉาบฉวย แต่ผมว่ามันก็เป็นการเล่นคำจากประโยคที่ว่า “You got a Nerve?” ที่แปลว่า “คุณกล้าพอไหม?” และ “Don’t lose your Nerve” ที่ตั้งคำถามกับคุณว่า “คุณจะทนเล่นเกมนี้ได้นานแค่ไหนก่อนที่คุณจะเสียสติ”

NERVE แสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดีย แล้วคุณได้ใช้มันบ้างหรือไม่ในชีวิตประจำวัน
DF: ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นสีขาวสีดำหรอก อินเตอร์เน็ตก็เหมือนกัน มันไม่ได้ดีหรือแย่แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้มันยังไง เราสามารถมองเนิร์ฟเป็นได้ทั้งเกมอันทรงพลังหรือเกมที่เสื่อมที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งนั้นก็เหมือนสิ่งที่คุณเจอในโลกไซเบอร์ทุกวันนี้ คุณต้องใช้วิจารณญาณอย่างมาก อันที่จริงผมไม่มีโซเชียลมีเดียเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะผมไม่ชอบเห็นคอมเม้นท์อะไรที่ผมรู้สึกแย่ มันจะทำให้ผมนอยด์ไปทั้งวันเลย ต่อให้จะมีข้อความดี ๆ เป็นร้อย ๆ อันก็เถอะ

 

หลังจากเรื่องนี้คุณมีแผนจะทำอะไรต่อ
DF: ในอนาคตผมอยากจะทำอะไรที่มันท้าทายมากกว่าเดิม ผมเบื่อบทเด็กไฮสคูลสันดานเสียเต็มทีแล้ว มันก็ดีนะที่คุณดูเด็กกว่าอายุจริงแต่ให้ตายเถอะผมอายุ 31 แล้วนะ (หัวเราะ) ผมอยากร่วมงานกับผู้กำกับแนวหน้าของวงการอย่างเวส แอนเดอร์สัน, เดวิด ฟินเชอร์และสไปค์ จอนซ์ ที่ผ่านมาผมโชคดีที่ร่วมงามกับทีมงานและนักแสดงคุณภาพมาตลอด พวกเขามีฝีมือมากกว่าผมเยอะ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีเพราะประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวจากพวกเขามีค่าและช่วยพัฒนาให้ผมเป็นนักแสดงที่ดีขึ้นได้จริง ๆ

 


 

TEXT : NOPARAT / PHOTOGRAPHY : COURTESY OF NERVE