25 ปี Schindler's List กับฉากจูบที่ทรงพลังที่สุดในหนังสงคราม

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนระหว่างคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป นอกจากตำราเรียนเล่มหนาเตอะที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ แล้ว อาจารย์ได้แนะนำแกมบังคับให้นีกศึกษาทั้งคลาสไปหาภาพยนตร์ขาวดำเรื่อง Schindler's List ที่ว่าด้วยชีวิตของนักธุรกิจชาวเยอรมันผู้เข้าร่วมพรรคนาซีกับการช่วยชีวิตชาวยิวไม่ให้ถูกฆ่าตายมาดูแล้วก็วิเคราะห์กันเสียหน่อย เวลาผ่านไปจนเรียนจบมีงานมีการทำเผลอแป๊ปเดียวหนังขาวดำเรื่องนี้ก็มีอายุครบ 25 ปีแล้วเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาซึ่งก็ได้มีฉบับรีมาสเตอร์เป็น 4K ออกฉายเมื่อปลายปีที่แล้วและพึ่งได้ฤกษ์เข้าฉายในบ้านเราเมื่อสองสัปดาห์ก่อนและคาดว่าน่าจะลาโรงไปแล้วเรียบร้อย

 

 

เนื้อเรื่อง Schindler's List นั้นเล่าถึงชีวิตของ Oskar Schindler ที่เป็นนักธุรกิจผลิตหม้อส่งให้กองทัพนาซีซึ่งเขาได้ไปพบเห็นการฆ่าชาวยิวอย่างเลือดเย็นของทหารนาซีจนตัวเขาต้องหาทางช่วยเหลือด้วยการซื้อตัวเชลยศึกชาวยิวมาเป็นแรงงานในโรงงานของเขา มิเช่นนั้นปลายทางของชาวยิวเหล่านั้นก็คือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

Oskar Schindler

 

แม้จะเป็นหนังขาวดำแต่หลายฉากในหนังล้วนแล้วแต่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉาก Girl in Red หรือสาวน้อยชุดแดงที่ฉายภาพเด็กน้อยไร้เดียงสาชาวยิวผู้เดินผ่ากองกระสุนของทหารนาซีที่กำลังสังหารเพื่อนร่วมชาติพันธ์รุ่นใหญ่ของเธอไปอย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งการสนใจจากทหารนาซี แต่สุดท้ายแล้วสาวน้อยคนนี้ก็ไม่รอดและถ้าเราจำไม่ผิดนั้นเป็นฉากแรกที่ตัว Oskar Schindler พระเอกของเรื่องเห็นการสังหารชาวยิวจนเริ่มสะกิดต่อมมนุษยธรรมของเขา

 

 

 

แต่ฉากที่เราชอบและรู้สึกสะเทือนอารมณ์มากที่สุดในเรื่องกลับไม่ใช้ฉากการฆ่าฟันหรือฉากสุดท้ายของเรื่อง (ขอไม่สปอยล์ ไปหาดูเองนะครับ) แต่กลับกลายเป็นฉากจูบระหว่าง Oskar Schindler และ Helen Hirsch สาวใช้ส่วนตัวชาวยิวของนายพลเลือดเย็นแห่งกองทัพนาซี Amon Goeth เพราะตัวของ Amon Goeth นั้นได้สร้างวีรกรรมโหดร้ายป่าเถื่อนจนเป็นที่กล่าวขานของเชลยศึก แต่ตัวของเขากลับพิศวาสในตัวสาวใช้ชาวยิวอย่าง Helen อย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนไม่ยอมให้เธอติด “ดาว”  ที่บ่งบอกว่าเธอคือชาวยิวเพราะเขากลัวว่าใครจะรู้เข้าว่าเขาคลั่งไคล้ในตัวสาวยิวคนนี้มากแค่ไหน

 

Amon Goeth

 

Oskar Schindler ปลอบขวัญ Helen Hirsch ด้วยรอยจุมพิต

 

แค่ความสิเน่หานั้นเมื่อถูกซ่อนไว้มันย่อมไม่ส่งผลดี ตัวของ Helen เองเห็นการทำร้ายเชลยชาวยิวของเขามานับครั้งไม่ถ้วนและแน่นอน เธอเองก็ถูกทำร้ายด้วยแต่มันเป็นการทำร้ายที่มาพร้อมการล่วงละเมิดทางเพศจนเธอชาชินและ “ปลง” ว่าวันนึงก็คงเป็นเธอเองที่โดนปากกระบอกปืนจ่อขมับ ตัวของ Helen ในตอนที่ Schindler มาพบเข้านั้นไม่ต่างอะไรกับแก้วร้าวที่หยาดน้ำค่อยๆ ซึมออกมา เธอระบายความในใจให้ Schindler ฟังและสุดท้ายเขาตัดสินใจปลอบเธอด้วยรอยจูบบนหน้าผากราวกับพ่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับพ้นภัยพานและจังหวะนั้นเองที่น้ำตาของ Helen ร่วงกราวลงมาไม่ต่างจากแก้วที่แตกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากถูกทำร้ายมานาน

 

 


แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกกล่าวขานว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมตลอดกาล (คว้ารางวัลออสการ์ไปได้เจ็ดรางวัลรวมทั้งรางวัล Best Picture หรือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย) แต่การเรียนประวัติศาตร์นั้นก็ต้องฟังความและศึกษาเนื้อหาทั้งหมดจากทุกฝ่ายซึ่งเรื่อง Schindler’s List นี้ก็หนีไม่พ้นประเด็นเรื่องการเรืองอำนาจของชาวยิวหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้นเองและตัวผู้กำกับอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิวด้วย แต่ก็เอาเถอะครับ ถ้ามองข้ามๆ เรื่องราวเหล่านั้นไปหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่สนุกและมีสาระความจริงในช่วงสงครามให้ดูเพลินๆ อยู่เหมือนกัน หรือถ้าไม่ชอบจะดูแค่ฉากจูบที่เราแนะนำก็ได้นะ


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Universal Pictures




25 ปี Schindler's List กับฉากจูบที่ทรงพลังที่สุดในหนังสงคราม

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนระหว่างคาบเรียนวิชาประวัติศาสตร์ยุโรป นอกจากตำราเรียนเล่มหนาเตอะที่ว่าด้วยประวัติศาสตร์ยุคต่างๆ แล้ว อาจารย์ได้แนะนำแกมบังคับให้นีกศึกษาทั้งคลาสไปหาภาพยนตร์ขาวดำเรื่อง Schindler's List ที่ว่าด้วยชีวิตของนักธุรกิจชาวเยอรมันผู้เข้าร่วมพรรคนาซีกับการช่วยชีวิตชาวยิวไม่ให้ถูกฆ่าตายมาดูแล้วก็วิเคราะห์กันเสียหน่อย เวลาผ่านไปจนเรียนจบมีงานมีการทำเผลอแป๊ปเดียวหนังขาวดำเรื่องนี้ก็มีอายุครบ 25 ปีแล้วเมื่อปี 2018 ที่ผ่านมาซึ่งก็ได้มีฉบับรีมาสเตอร์เป็น 4K ออกฉายเมื่อปลายปีที่แล้วและพึ่งได้ฤกษ์เข้าฉายในบ้านเราเมื่อสองสัปดาห์ก่อนและคาดว่าน่าจะลาโรงไปแล้วเรียบร้อย

 

 

เนื้อเรื่อง Schindler's List นั้นเล่าถึงชีวิตของ Oskar Schindler ที่เป็นนักธุรกิจผลิตหม้อส่งให้กองทัพนาซีซึ่งเขาได้ไปพบเห็นการฆ่าชาวยิวอย่างเลือดเย็นของทหารนาซีจนตัวเขาต้องหาทางช่วยเหลือด้วยการซื้อตัวเชลยศึกชาวยิวมาเป็นแรงงานในโรงงานของเขา มิเช่นนั้นปลายทางของชาวยิวเหล่านั้นก็คือความตายอย่างไม่ต้องสงสัย

 

Oskar Schindler

 

แม้จะเป็นหนังขาวดำแต่หลายฉากในหนังล้วนแล้วแต่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นฉาก Girl in Red หรือสาวน้อยชุดแดงที่ฉายภาพเด็กน้อยไร้เดียงสาชาวยิวผู้เดินผ่ากองกระสุนของทหารนาซีที่กำลังสังหารเพื่อนร่วมชาติพันธ์รุ่นใหญ่ของเธอไปอย่างง่ายดาย ไร้ซึ่งการสนใจจากทหารนาซี แต่สุดท้ายแล้วสาวน้อยคนนี้ก็ไม่รอดและถ้าเราจำไม่ผิดนั้นเป็นฉากแรกที่ตัว Oskar Schindler พระเอกของเรื่องเห็นการสังหารชาวยิวจนเริ่มสะกิดต่อมมนุษยธรรมของเขา

 

 

 

แต่ฉากที่เราชอบและรู้สึกสะเทือนอารมณ์มากที่สุดในเรื่องกลับไม่ใช้ฉากการฆ่าฟันหรือฉากสุดท้ายของเรื่อง (ขอไม่สปอยล์ ไปหาดูเองนะครับ) แต่กลับกลายเป็นฉากจูบระหว่าง Oskar Schindler และ Helen Hirsch สาวใช้ส่วนตัวชาวยิวของนายพลเลือดเย็นแห่งกองทัพนาซี Amon Goeth เพราะตัวของ Amon Goeth นั้นได้สร้างวีรกรรมโหดร้ายป่าเถื่อนจนเป็นที่กล่าวขานของเชลยศึก แต่ตัวของเขากลับพิศวาสในตัวสาวใช้ชาวยิวอย่าง Helen อย่างถอนตัวไม่ขึ้นจนไม่ยอมให้เธอติด “ดาว”  ที่บ่งบอกว่าเธอคือชาวยิวเพราะเขากลัวว่าใครจะรู้เข้าว่าเขาคลั่งไคล้ในตัวสาวยิวคนนี้มากแค่ไหน

 

Amon Goeth

 

Oskar Schindler ปลอบขวัญ Helen Hirsch ด้วยรอยจุมพิต

 

แค่ความสิเน่หานั้นเมื่อถูกซ่อนไว้มันย่อมไม่ส่งผลดี ตัวของ Helen เองเห็นการทำร้ายเชลยชาวยิวของเขามานับครั้งไม่ถ้วนและแน่นอน เธอเองก็ถูกทำร้ายด้วยแต่มันเป็นการทำร้ายที่มาพร้อมการล่วงละเมิดทางเพศจนเธอชาชินและ “ปลง” ว่าวันนึงก็คงเป็นเธอเองที่โดนปากกระบอกปืนจ่อขมับ ตัวของ Helen ในตอนที่ Schindler มาพบเข้านั้นไม่ต่างอะไรกับแก้วร้าวที่หยาดน้ำค่อยๆ ซึมออกมา เธอระบายความในใจให้ Schindler ฟังและสุดท้ายเขาตัดสินใจปลอบเธอด้วยรอยจูบบนหน้าผากราวกับพ่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับพ้นภัยพานและจังหวะนั้นเองที่น้ำตาของ Helen ร่วงกราวลงมาไม่ต่างจากแก้วที่แตกเป็นเสี่ยงๆ หลังจากถูกทำร้ายมานาน

 

 


แม้ภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกกล่าวขานว่าเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์เรื่องเยี่ยมตลอดกาล (คว้ารางวัลออสการ์ไปได้เจ็ดรางวัลรวมทั้งรางวัล Best Picture หรือภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย) แต่การเรียนประวัติศาตร์นั้นก็ต้องฟังความและศึกษาเนื้อหาทั้งหมดจากทุกฝ่ายซึ่งเรื่อง Schindler’s List นี้ก็หนีไม่พ้นประเด็นเรื่องการเรืองอำนาจของชาวยิวหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้นเองและตัวผู้กำกับอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ก็เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายยิวด้วย แต่ก็เอาเถอะครับ ถ้ามองข้ามๆ เรื่องราวเหล่านั้นไปหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่สนุกและมีสาระความจริงในช่วงสงครามให้ดูเพลินๆ อยู่เหมือนกัน หรือถ้าไม่ชอบจะดูแค่ฉากจูบที่เราแนะนำก็ได้นะ


เรื่อง: KANt

ภาพ: Courtesy of Universal Pictures