15 วินาทีที่ Instagram เปลี่ยนการใช้ชีวิตของคุณตลอดกาล

สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน ปีนี้ก็เข้าสู่ปี 2019 หรือพุทธศักราช 2562 กันแล้วและเราก็อยู่แอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง Instagram มาแล้ว 8 ปีซึ่งเจ้า Instagram นี้ก็ถูกจับให้เป็นผู้ร้ายในเรื่องของปัญหาสุขภาพทางจิตที่เกิดขึ้นต่างๆ มากมาย บ้างก็ว่ามันทำให้คนเราไม่ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีเพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับไลฟ์สไตล์สุดหรูหราหรือรูปร่างหน้าตาอันหมดจดงดงามของเหล่าคนดังทั้งหลายบนแอพฯ บ้างก็เลยเถิดไปถึงขั้นว่ามันอาจทำให้คนรู้สึกไม่ชอบใจตัวเองจนนำไปสู่ฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ถึงขนาดที่มีงานวิจัยออกมาวิเคราะห์ลักษณะการโพสภาพของผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้าว่าจะมีการโพสภาพสีทึมๆ มากกว่าสีสดใสอะไรอย่างนั้น

 

 

และในเดือนสิงหาคมปี 2019 นี้ก็จะครบรอบ 3 ปีที่ฟังก์ชั่น Instagram Story ที่ใช้โพสภาพและคลิปสั้นๆ ไม่เกิน 15 วินาทีซึ่งจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงนั้นอยู่คู่ชาวโลก คำถามคือแล้วเจ้าฟังก์ชั่นนี้มันสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับเราบ้าง แน่นอนเรื่องการตลาดต่างๆ การโฆษณาที่ต้องทำให้สั้นลงเพื่อตอบสนองความรวดเร็วของคนดูที่ไม่สามารถทนดูอะไรได้เกิน 15 วินาที ใช่ครับและการทนดูอะไรได้ไม่เกิน 15 วินาทีบน Instagram Story ก็คือสิ่งบ่งชี้อย่างนึงว่าเรากำลังมีสมาธิสั้นลง

 


ตัวผู้เขียนเองระลึกถึงความจริงข้อนี้ได้เมื่อไปดูหนังในโรงเมื่อเร็วๆ นี้ หลายฉากดำเนินไปด้วยความละเมียดละไมแต่ในใจของเราคือหงุดหงิดอย่างจะ Swipe ปัดๆ ให้ข้ามไปฉากอื่นได้แล้ว สิ่งนี้ยังส่งผลชัดเจนถึงการเสพย์ภาพเคลื่อนไหวอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix หรือละครโทรทัศน์ที่เราต้องการความรวดเร็ว กระชับ ฉับไว ซึ่งเป็นผลมาจากการเสพติด 15 วินาทีบนสตอรี่และ 1 นาทีบนโพสปกติของ Instagram

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลเราจะไม่ขออ้างอิงงานวิจัยต่างๆ ร้อยแปดพันเก้าที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต (คุณหาอ่านเองได้ ภายใน 15 วินาที ละเอียดกว่าที่เราเล่ามาด้วยซ้ำเชื่อสิ) เพราะหน้าที่การงานที่ทำอยู่ก็ต้องพึ่งพา Instagram และเหล่า Social Media ทั้งหลายอยู่เช่นกัน เพียงแค่เราอยากเล่าเรื่องราวที่พบเจอเองจริงๆ ในชีวิตจริงๆ ให้คุณได้ฟังเท่านั้น โอเค คุณอาจจะบอกว่า ฉันไม่เห็นเป็นเหมือนเธอเลย นั้นก็ไม่เป็นไร เรายินดีจริงๆ ที่คุณแข็งแรง แต่ถ้าใครหวั่นไหวไปกับการใช้งาน Social Media ในบางครั้งเหมือนเรา ก็อยากจะบอกว่าลองพักการอัพโหลดเรื่องราวชีวิตสักสองสามวันหน่อยไหมครับ แล้วเดินไปชงชาชงกาแฟ แวะรดน้ำต้นไม้ริมระเบียงแล้วสูดอากาศยาวเช้าที่หอมกรุ่นดอกไม้ระคนกลิ่นน้ำค้างชื้นๆ ดูบ้างไหมครับ และที่สำคัญอย่าลืมคุยกับคนข้างๆ ตัวด้วยล่ะ

 

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Mashable, Pinterest




15 วินาทีที่ Instagram เปลี่ยนการใช้ชีวิตของคุณตลอดกาล

สวัสดีปีใหม่ครับทุกท่าน ปีนี้ก็เข้าสู่ปี 2019 หรือพุทธศักราช 2562 กันแล้วและเราก็อยู่แอปพลิเคชั่นยอดฮิตอย่าง Instagram มาแล้ว 8 ปีซึ่งเจ้า Instagram นี้ก็ถูกจับให้เป็นผู้ร้ายในเรื่องของปัญหาสุขภาพทางจิตที่เกิดขึ้นต่างๆ มากมาย บ้างก็ว่ามันทำให้คนเราไม่ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีเพราะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับไลฟ์สไตล์สุดหรูหราหรือรูปร่างหน้าตาอันหมดจดงดงามของเหล่าคนดังทั้งหลายบนแอพฯ บ้างก็เลยเถิดไปถึงขั้นว่ามันอาจทำให้คนรู้สึกไม่ชอบใจตัวเองจนนำไปสู่ฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ถึงขนาดที่มีงานวิจัยออกมาวิเคราะห์ลักษณะการโพสภาพของผู้ที่มีปัญหาซึมเศร้าว่าจะมีการโพสภาพสีทึมๆ มากกว่าสีสดใสอะไรอย่างนั้น

 

 

และในเดือนสิงหาคมปี 2019 นี้ก็จะครบรอบ 3 ปีที่ฟังก์ชั่น Instagram Story ที่ใช้โพสภาพและคลิปสั้นๆ ไม่เกิน 15 วินาทีซึ่งจะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงนั้นอยู่คู่ชาวโลก คำถามคือแล้วเจ้าฟังก์ชั่นนี้มันสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับเราบ้าง แน่นอนเรื่องการตลาดต่างๆ การโฆษณาที่ต้องทำให้สั้นลงเพื่อตอบสนองความรวดเร็วของคนดูที่ไม่สามารถทนดูอะไรได้เกิน 15 วินาที ใช่ครับและการทนดูอะไรได้ไม่เกิน 15 วินาทีบน Instagram Story ก็คือสิ่งบ่งชี้อย่างนึงว่าเรากำลังมีสมาธิสั้นลง

 


ตัวผู้เขียนเองระลึกถึงความจริงข้อนี้ได้เมื่อไปดูหนังในโรงเมื่อเร็วๆ นี้ หลายฉากดำเนินไปด้วยความละเมียดละไมแต่ในใจของเราคือหงุดหงิดอย่างจะ Swipe ปัดๆ ให้ข้ามไปฉากอื่นได้แล้ว สิ่งนี้ยังส่งผลชัดเจนถึงการเสพย์ภาพเคลื่อนไหวอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็น Youtube, Netflix หรือละครโทรทัศน์ที่เราต้องการความรวดเร็ว กระชับ ฉับไว ซึ่งเป็นผลมาจากการเสพติด 15 วินาทีบนสตอรี่และ 1 นาทีบนโพสปกติของ Instagram

 

 

ทั้งหมดทั้งมวลเราจะไม่ขออ้างอิงงานวิจัยต่างๆ ร้อยแปดพันเก้าที่มีอยู่บนอินเทอร์เน็ต (คุณหาอ่านเองได้ ภายใน 15 วินาที ละเอียดกว่าที่เราเล่ามาด้วยซ้ำเชื่อสิ) เพราะหน้าที่การงานที่ทำอยู่ก็ต้องพึ่งพา Instagram และเหล่า Social Media ทั้งหลายอยู่เช่นกัน เพียงแค่เราอยากเล่าเรื่องราวที่พบเจอเองจริงๆ ในชีวิตจริงๆ ให้คุณได้ฟังเท่านั้น โอเค คุณอาจจะบอกว่า ฉันไม่เห็นเป็นเหมือนเธอเลย นั้นก็ไม่เป็นไร เรายินดีจริงๆ ที่คุณแข็งแรง แต่ถ้าใครหวั่นไหวไปกับการใช้งาน Social Media ในบางครั้งเหมือนเรา ก็อยากจะบอกว่าลองพักการอัพโหลดเรื่องราวชีวิตสักสองสามวันหน่อยไหมครับ แล้วเดินไปชงชาชงกาแฟ แวะรดน้ำต้นไม้ริมระเบียงแล้วสูดอากาศยาวเช้าที่หอมกรุ่นดอกไม้ระคนกลิ่นน้ำค้างชื้นๆ ดูบ้างไหมครับ และที่สำคัญอย่าลืมคุยกับคนข้างๆ ตัวด้วยล่ะ

 

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Mashable, Pinterest