HOW TO BE A HERO วีรบุรุษที่ไม่ได้สวมผ้าคลุมแต่ห่อหุ้มด้วยคราบน้ำมัน

HOW TO BE A HERO

วีรบุรุษที่ไม่ได้สวมผ้าคลุมแต่ห่อหุ้มด้วยคราบน้ำมัน

 

ดีพวอเตอร์ ฮอไรซันนำเสนอเรื่องราวที่ไม่เคยถูกตีแผ่ให้โลกได้รู้เกี่ยวกับมหันตภัยร้ายที่ทำลายสิ่งมีชีวิตจากแรงระเบิดของสถานีขุดเจาะน้ำมันดีพวอเตอร์ ฮอไรซันในอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 2010 ทว่าเมื่อมีเหตุร้ายย่อมให้กำเนิดวีรบุรุษไปในเวลาเดียวกัน เขาคนนี้คือไมค์ วิลเลียมส์ รับบทบาทโดยมาร์ค วอลเบิร์ก ซึ่งนี่จะเป็นอีกงานที่เขาได้กลับมาร่วมทีมเดียวกับผู้กำกับปีเตอร์ เบิร์กอีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันมาแล้วใน Lone Survivor การกลับมาครั้งนี้จะให้บทเรียนอะไรใหม่แก่เขาบ้างคงต้องพิสูจน์กันด้วยตาคุณผู้อ่านเองแล้วล่ะครับ

 

คุณกับปีเตอร์ เบิร์กกลายมาเป็นนักแสดง-ผู้กำกับคู่บุญกัน การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง
MARK WALBERK: พีทเป็นผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งเท่าที่คุณจะหาได้ในวงการนี้ เขาเป็นคนชัดเจน รู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่เคยปล่อยให้ทีมงานไขว้เขวเลยซักครั้ง เขาต้องการความสมจริงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นเป็นการผลักดันให้คุณพัฒนาตัวเอง ให้คุณเข้าถึงตัวละครทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นแหละคือความสมจริงที่พีทหมายถึง

 

ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็นใคร

MW: ผมรับบทเป็น ‘ไมค์ วิลเลียมส์’ หัวหน้าช่างไฟฟ้าของบริษัททรานส์โอเชียน เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมชะตากรรมจากการระเบิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2010 ในดีพวอเตอร์ ฮอไรซันผมต้องถ่ายทอดบทบาทของชายที่แข็งแกร่ง ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคใด แต่ในขณะเดียวกันก็มีพารท์ที่ต้องแสดงอารมณ์อันอ่อนไหวที่อยากกลับไปเห็นหน้าครอบครัวอีกครั้ง

 

คุณเตรียมตัวเพื่อบทนี้อย่างไรบ้าง
MW: ผมใช้เวลาร่วมกับไมค์อยู่นานก่อนเปิดกล้อง ผมพยายามทำความรู้จักกับเขามากที่สุดโดยการเยี่ยมเขาที่บ้าน คุยกับลูกสาวเขาหรือบางครั้งเราก็ไปนั่งจิบเบียร์ที่บาร์แถวนั้น ถามไถ่เรื่องที่มาที่ไปของการเข้ามาสู่ธุรกิจน้ำมัน คุณต้องรู้ถึงแรงจูงใจถึงจะถ่ายทอดตัวละครออกมาได้แนบเนียน ไมค์เป็นคนขยันแบบอเมริกันชนที่สู้ไม่ถอยแม้อยู่ท่ามกลางอะไรก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งนั่นแหละเป็นสิ่งที่ผมอยากจะแสดงออกให้คนดูได้รับรู้

คุณคิดว่า Deepwater Horizon จะมอบอะไรให้กับคนดูบ้าง
MW: ธุรกิจน้ำมันเป็นสังคมแคบ ๆ ดังนั้นผมคิดว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้โลกรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันที่นั่น ผู้คนเอาแต่พูดถึงผลกระทบจากน้ำมันรั่วไหล ทำลายระบบนิเวศ สัตว์ทะเลล้มตายหรืออะไรต่อมิอะไร แต่หลายคนคงลืมไปว่ามีกลุ่มคนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันเป็นความสูญเสียที่ต้องแลกมาด้วย 11 ชีวิต 11 ครอบครัวและทำให้พวกเขาไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ล้อมกรอบ

BEHIND THE SCENE

 

1.บทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากบทความของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ “ชั่วโมงสุดท้ายของดีพวอเตอร์ ฮอไรซัน” เขียนโดยเดวิด บาร์สโตว, เดวิด โรห์ดและสเตฟานี่ ซอ

2.ยกระดับความสมจริงด้วยทีมงานจากแท่นขุดเจาะน้ำมันมาร่วมสมทบประกอบคำปรึกษาจากผู้รอดชีวิต รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมน้ำมัน

3.จำลองแท่นขุดเจาะน้ำมัน ดีพวอเตอร์ ฮอไรซันขึ้นมาโดยใช้ระยะเวลากว่าแปดเดือนและทีมงานกว่า 85 ชีวิต

4.ใช้แท้งค์น้ำขนาดใหญ่สามแท้งค์เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นมหาสมุทร โดยแต่ละแท้งค์มีความจุถึง 2,094,400 แกลลอนและต้องใช้เวลาถึง 3 วันเพื่อเติมน้ำให้เต็ม

 


 

 

TEXT : NOPARAT 

PHOTOGRAPHY : COURTESY OF DEEPWATER HORIZON

Edit : AUMMARAT


YOU MIGHT LIKE !



HOW TO BE A HERO วีรบุรุษที่ไม่ได้สวมผ้าคลุมแต่ห่อหุ้มด้วยคราบน้ำมัน

HOW TO BE A HERO

วีรบุรุษที่ไม่ได้สวมผ้าคลุมแต่ห่อหุ้มด้วยคราบน้ำมัน

 

ดีพวอเตอร์ ฮอไรซันนำเสนอเรื่องราวที่ไม่เคยถูกตีแผ่ให้โลกได้รู้เกี่ยวกับมหันตภัยร้ายที่ทำลายสิ่งมีชีวิตจากแรงระเบิดของสถานีขุดเจาะน้ำมันดีพวอเตอร์ ฮอไรซันในอ่าวเม็กซิโกเมื่อปี 2010 ทว่าเมื่อมีเหตุร้ายย่อมให้กำเนิดวีรบุรุษไปในเวลาเดียวกัน เขาคนนี้คือไมค์ วิลเลียมส์ รับบทบาทโดยมาร์ค วอลเบิร์ก ซึ่งนี่จะเป็นอีกงานที่เขาได้กลับมาร่วมทีมเดียวกับผู้กำกับปีเตอร์ เบิร์กอีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันมาแล้วใน Lone Survivor การกลับมาครั้งนี้จะให้บทเรียนอะไรใหม่แก่เขาบ้างคงต้องพิสูจน์กันด้วยตาคุณผู้อ่านเองแล้วล่ะครับ

 

คุณกับปีเตอร์ เบิร์กกลายมาเป็นนักแสดง-ผู้กำกับคู่บุญกัน การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง
MARK WALBERK: พีทเป็นผู้กำกับที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งเท่าที่คุณจะหาได้ในวงการนี้ เขาเป็นคนชัดเจน รู้เสมอว่าตัวเองต้องการอะไร ไม่เคยปล่อยให้ทีมงานไขว้เขวเลยซักครั้ง เขาต้องการความสมจริงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นั่นเป็นการผลักดันให้คุณพัฒนาตัวเอง ให้คุณเข้าถึงตัวละครทั้งร่างกายและจิตใจ นั่นแหละคือความสมจริงที่พีทหมายถึง

 

ในเรื่องนี้คุณรับบทเป็นใคร

MW: ผมรับบทเป็น ‘ไมค์ วิลเลียมส์’ หัวหน้าช่างไฟฟ้าของบริษัททรานส์โอเชียน เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมชะตากรรมจากการระเบิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2010 ในดีพวอเตอร์ ฮอไรซันผมต้องถ่ายทอดบทบาทของชายที่แข็งแกร่ง ไม่เกรงกลัวต่ออุปสรรคใด แต่ในขณะเดียวกันก็มีพารท์ที่ต้องแสดงอารมณ์อันอ่อนไหวที่อยากกลับไปเห็นหน้าครอบครัวอีกครั้ง

 

คุณเตรียมตัวเพื่อบทนี้อย่างไรบ้าง
MW: ผมใช้เวลาร่วมกับไมค์อยู่นานก่อนเปิดกล้อง ผมพยายามทำความรู้จักกับเขามากที่สุดโดยการเยี่ยมเขาที่บ้าน คุยกับลูกสาวเขาหรือบางครั้งเราก็ไปนั่งจิบเบียร์ที่บาร์แถวนั้น ถามไถ่เรื่องที่มาที่ไปของการเข้ามาสู่ธุรกิจน้ำมัน คุณต้องรู้ถึงแรงจูงใจถึงจะถ่ายทอดตัวละครออกมาได้แนบเนียน ไมค์เป็นคนขยันแบบอเมริกันชนที่สู้ไม่ถอยแม้อยู่ท่ามกลางอะไรก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งนั่นแหละเป็นสิ่งที่ผมอยากจะแสดงออกให้คนดูได้รับรู้

คุณคิดว่า Deepwater Horizon จะมอบอะไรให้กับคนดูบ้าง
MW: ธุรกิจน้ำมันเป็นสังคมแคบ ๆ ดังนั้นผมคิดว่านี่จะเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้โลกรู้ว่าพวกเขาทำอะไรกันที่นั่น ผู้คนเอาแต่พูดถึงผลกระทบจากน้ำมันรั่วไหล ทำลายระบบนิเวศ สัตว์ทะเลล้มตายหรืออะไรต่อมิอะไร แต่หลายคนคงลืมไปว่ามีกลุ่มคนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันเป็นความสูญเสียที่ต้องแลกมาด้วย 11 ชีวิต 11 ครอบครัวและทำให้พวกเขาไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป

 

ล้อมกรอบ

BEHIND THE SCENE

 

1.บทภาพยนตร์ดัดแปลงมาจากบทความของหนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ “ชั่วโมงสุดท้ายของดีพวอเตอร์ ฮอไรซัน” เขียนโดยเดวิด บาร์สโตว, เดวิด โรห์ดและสเตฟานี่ ซอ

2.ยกระดับความสมจริงด้วยทีมงานจากแท่นขุดเจาะน้ำมันมาร่วมสมทบประกอบคำปรึกษาจากผู้รอดชีวิต รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมน้ำมัน

3.จำลองแท่นขุดเจาะน้ำมัน ดีพวอเตอร์ ฮอไรซันขึ้นมาโดยใช้ระยะเวลากว่าแปดเดือนและทีมงานกว่า 85 ชีวิต

4.ใช้แท้งค์น้ำขนาดใหญ่สามแท้งค์เพื่อเนรมิตให้กลายเป็นมหาสมุทร โดยแต่ละแท้งค์มีความจุถึง 2,094,400 แกลลอนและต้องใช้เวลาถึง 3 วันเพื่อเติมน้ำให้เต็ม

 


 

 

TEXT : NOPARAT 

PHOTOGRAPHY : COURTESY OF DEEPWATER HORIZON

Edit : AUMMARAT