จาก Stan Lee สู่หนูหิ่นอินเตอร์ ตัวการ์ตูนทูตวัฒนธรรมที่รัฐไทยไม่เหลียวแล

การจากไปของตำนานผู้สร้างซูเปอร์ฮีโร่แห่งโลกมาร์เวล (Marvel) อย่าง Stan Lee นั้นทำให้เรานึกถึงตำนานสำนักพิมพ์การ์ตูนของเมืองไทยอย่างบรรลือสาส์นที่ได้สร้างการ์ตูนชื่อดังหลายต่อหลายเรื่องออกมาให้เราได้อ่านกันยาวนานกว่าครึ่งค่อนคน และหนึ่งในตัวการ์ตูนที่ขุนพลนักเขียนของบรรลือสาส์นสร้างสรรค์ออกมาได้งดงามและน่าเสียดายที่สุดนั้นก็คือสาวน้อยนามว่าหนูหิ่น

 

 

การ์ตูนเรื่องหนูหิ่นอินเตอร์ ฉบับตุลาคม 2561

 

หนูหิ่น ตัวละครสาวน้อยวัย 16 ย่าง 17 ชาวบ้านโนนหินแห่ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี จากการ์ตูนชุดหนูหิ่นอินเตอร์โดยคุณเอ๊าะ-ผดุง ไกรศรี ที่เริ่มเรื่องมาตั้งแต่ปี 2538 หนูหิ่นอินเตอร์เป็นการ์ตูนที่คาแรกเตอร์แข็งแรงมาก ๆ เรื่องหนึ่งจากค่ายบรรลือสาส์น จนได้ผลิตออกมาเป็นภาพยนตร์ในปี 2549 ซึ่งครองอันดับภาพยนตร์ทำเงินอันดับ 6 ของปีนั้นไปด้วย หนูหิ่นอินเตอร์เล่าถึงชีวิตสาวใช้ชาวอีสานที่มาทำงานในเมืองกรุง ความซื่อสไตล์ลูกทุ่งของเธอทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายอยู่บ่อย ๆ แต่สิ่งที่เป็นเพชรน้ำงามในเรื่องนี้ก็คือซีรีส์หนูหิ่นอินโนนหินแห่ ซีรีส์ชีวิตชาวอีสานเมื่อกว่าห้าสิบหกสิบปีก่อนผ่านตัวหนูหิ่นตอนเด็กกับครอบครัว ในบ้านโนนหินแห่ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเนื้อหาได้มาจากชีวิตของผู้เขียน คุณผดุง ที่เกิดและเติบโตแปะโลโก้คนอุบลฯ ไว้เต็มร้อย ซีรีส์ชุดนี้จึงเหมือนสะพานที่ถ่ายทอดความงามของวัฒนธรรมย่อยอีสานออกมาสู่วัฒนธรรมไทยกลางกระแสหลัก และยังยืนหยัดอยู่ได้มากว่ายี่สิบปี 

 

ผดุง ไกรศรี 

 

สิ่งที่เราว่าน่าเสียดายก็คือหน่วยงานราชการไทย (โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี) แทบไม่เคยใช้ประโยชน์จากสาวอีสานนางนี้เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเลย หนูหิ่นอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องความเป็นคนที่มีปูมหลังชัดเจน และปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ (ซึ่งคงไม่หนักหนามาก ปังปอนด์ก็เคยเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้หน่วยงานรัฐอยู่มากมาย) แต่สิ่งที่อยากเห็นคือความกล้าออกนอกกรอบของรัฐ กล้าที่จะใช้กลยุทธ์ใหม่นอกจากสร้างวีดีโอเมืองไทยนี้ดี เป็นพี่เป็นน้อง ในน้ำมีปลาในนามีข้าวบ้าง 

 

 

เราหวังว่าวันนึงจะเห็นหนูหิ่นกลายเป็นพรีเซนเตอร์ของอุบลราชธานี กลายเป็นทูตความเท่าเทียมของแรงงานชนชั้นกรรมาชีพ เป็นมากกว่าแค่สติ๊กเกอร์ไลน์ หรืออย่างน้อย ๆ เราหวังว่าคุณผดุง ผู้เขียนเรื่องนี้จะได้รับรางวัลจากรัฐไทยในฐานะผู้ส่งเสริมวัฒนธรรมบ้างก็ยังดี เหมือนที่คุณปู่ Stan Lee ได้รับรางวัล the National Medal of Arts สาขาศิลปะจากสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008 นั้นเอง

 

Stan Lee รับเหรียญรางวัล the National Medal of Arts จาก George W. Bush ประธานาธิบดี (ในขณะนั้น)


เรื่อง: KANt

ภาพ: KANt, Getty Images, Facebook.com/Padung.Fanpage

 




จาก Stan Lee สู่หนูหิ่นอินเตอร์ ตัวการ์ตูนทูตวัฒนธรรมที่รัฐไทยไม่เหลียวแล

การจากไปของตำนานผู้สร้างซูเปอร์ฮีโร่แห่งโลกมาร์เวล (Marvel) อย่าง Stan Lee นั้นทำให้เรานึกถึงตำนานสำนักพิมพ์การ์ตูนของเมืองไทยอย่างบรรลือสาส์นที่ได้สร้างการ์ตูนชื่อดังหลายต่อหลายเรื่องออกมาให้เราได้อ่านกันยาวนานกว่าครึ่งค่อนคน และหนึ่งในตัวการ์ตูนที่ขุนพลนักเขียนของบรรลือสาส์นสร้างสรรค์ออกมาได้งดงามและน่าเสียดายที่สุดนั้นก็คือสาวน้อยนามว่าหนูหิ่น

 

 

การ์ตูนเรื่องหนูหิ่นอินเตอร์ ฉบับตุลาคม 2561

 

หนูหิ่น ตัวละครสาวน้อยวัย 16 ย่าง 17 ชาวบ้านโนนหินแห่ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี จากการ์ตูนชุดหนูหิ่นอินเตอร์โดยคุณเอ๊าะ-ผดุง ไกรศรี ที่เริ่มเรื่องมาตั้งแต่ปี 2538 หนูหิ่นอินเตอร์เป็นการ์ตูนที่คาแรกเตอร์แข็งแรงมาก ๆ เรื่องหนึ่งจากค่ายบรรลือสาส์น จนได้ผลิตออกมาเป็นภาพยนตร์ในปี 2549 ซึ่งครองอันดับภาพยนตร์ทำเงินอันดับ 6 ของปีนั้นไปด้วย หนูหิ่นอินเตอร์เล่าถึงชีวิตสาวใช้ชาวอีสานที่มาทำงานในเมืองกรุง ความซื่อสไตล์ลูกทุ่งของเธอทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายอยู่บ่อย ๆ แต่สิ่งที่เป็นเพชรน้ำงามในเรื่องนี้ก็คือซีรีส์หนูหิ่นอินโนนหินแห่ ซีรีส์ชีวิตชาวอีสานเมื่อกว่าห้าสิบหกสิบปีก่อนผ่านตัวหนูหิ่นตอนเด็กกับครอบครัว ในบ้านโนนหินแห่ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเนื้อหาได้มาจากชีวิตของผู้เขียน คุณผดุง ที่เกิดและเติบโตแปะโลโก้คนอุบลฯ ไว้เต็มร้อย ซีรีส์ชุดนี้จึงเหมือนสะพานที่ถ่ายทอดความงามของวัฒนธรรมย่อยอีสานออกมาสู่วัฒนธรรมไทยกลางกระแสหลัก และยังยืนหยัดอยู่ได้มากว่ายี่สิบปี 

 

ผดุง ไกรศรี 

 

สิ่งที่เราว่าน่าเสียดายก็คือหน่วยงานราชการไทย (โดยเฉพาะจังหวัดอุบลราชธานี) แทบไม่เคยใช้ประโยชน์จากสาวอีสานนางนี้เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเลย หนูหิ่นอาจจะมีข้อจำกัดเรื่องความเป็นคนที่มีปูมหลังชัดเจน และปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ (ซึ่งคงไม่หนักหนามาก ปังปอนด์ก็เคยเป็นพรีเซนต์เตอร์ให้หน่วยงานรัฐอยู่มากมาย) แต่สิ่งที่อยากเห็นคือความกล้าออกนอกกรอบของรัฐ กล้าที่จะใช้กลยุทธ์ใหม่นอกจากสร้างวีดีโอเมืองไทยนี้ดี เป็นพี่เป็นน้อง ในน้ำมีปลาในนามีข้าวบ้าง 

 

 

เราหวังว่าวันนึงจะเห็นหนูหิ่นกลายเป็นพรีเซนเตอร์ของอุบลราชธานี กลายเป็นทูตความเท่าเทียมของแรงงานชนชั้นกรรมาชีพ เป็นมากกว่าแค่สติ๊กเกอร์ไลน์ หรืออย่างน้อย ๆ เราหวังว่าคุณผดุง ผู้เขียนเรื่องนี้จะได้รับรางวัลจากรัฐไทยในฐานะผู้ส่งเสริมวัฒนธรรมบ้างก็ยังดี เหมือนที่คุณปู่ Stan Lee ได้รับรางวัล the National Medal of Arts สาขาศิลปะจากสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2008 นั้นเอง

 

Stan Lee รับเหรียญรางวัล the National Medal of Arts จาก George W. Bush ประธานาธิบดี (ในขณะนั้น)


เรื่อง: KANt

ภาพ: KANt, Getty Images, Facebook.com/Padung.Fanpage