เวทีดีเบตช่วยเรื่องเลือกตั้งได้จริงหรือแค่ปาหี่การเมือง?

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเราก็ยิ่งเห็นการดีเบตหรือการโชว์ทัศนะทางการเมืองของบรรดาผู้นำผู้สมัครพรรคต่างๆ กันบ่อยขึ้น แต่การดีเบตนั้นมันมีผลต่อความนิยมและการชนะการเลือกตั้งจริงๆ หรือ? คำถามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเราเท่านั้น เพราะในสหรัฐอเมริกาเองก็มีคนหลายคนตั้งคำถามแบบนี้ไว้เช่นกันจนเกิดเป็นงานวิจัยขึ้นมาหลายชิ้นซึ่งพอจะสรุปได้ว่าการดีเบตนั้นมีผลต่อการเลือกตั้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดจากการดีเบตนั้นก็ถือว่าเป็นไพ่ตายที่พลิกเกมได้เหมือนกัน

 

 

ในช่วงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2016 ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยหลายๆ งานที่เกี่ยวกับการดีเบตทางการเมืองในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา โดยทาง VOX พบว่าจากการเลือกตั้งทั้ง 9 ครั้งระหว่างปี 1980 - 2012 นั้นการดีเบตเดี่ยวๆ มีผลน้อยมากต่อการตัดสินใจของคน แต่ใครที่ครอบครองพื้นที่สื่อหลังการดีเบตได้มากกว่าก็จะมีโอกาสในการได้ความนิยมเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่การดีเบตหรือปราศรัยเพียงอย่างเดียว

 

 

ด้าน NBC News บอกว่าความสำคัญของการดีเบตนอกจากการได้เห็นได้ฟังนโยบายพรรคแล้วนั้น มันยังเป็นการมัดมือชกของของสื่อที่ทำให้นักการเมืองต้องตอบคำถามเครียดๆ ภายใต้สภาวะความกดดัน ได้เห็นการรับมือสถานการณ์และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักการเมืองได้โต้วาทีปะทะคารมระหว่างพรรคการเมืองกันเองด้วย และ NBC News เองก็เห้นด้วยว่าการดีเบตนั้นส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมือง ส่วน Journalist's Resource เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็เห็นตรงกันกับทั้ง VOX และ NBC News ว่าการดีเบตไม่ได้มีผลอะไรมากต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมืองพร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยมาสนันสนุนอีกหลายงานวิจัยด้วยกัน

 

 

 

ย้อนกลับมามองที่ได้ เราก็คงกล่าวได้เหมือนที่สื่อมวลชนสหรัฐฯ ได้สำรวจไปเพราะเอาเข้าจริงคนที่มีสิทธิ์โหวตในไทยอาจไม่ได้เข้าถึงการดีเบตทั้งหมด (นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการลงพื้นที่หาเสียง) และหลายคนก็ตั้งธงในใจแล้วว่าจะเลือกใคร แต่ในยุคโซเชียลรุนแรงขนาดนี้เราก็มิอาจเอาอดีตมาฟันธงอนาคตได้ว่าการดีเบตจะมีผลขนาดไหน สิ่งเดียวที่จะตอบได้ก็คือผลการเลือกตั้งเท่านั้นล่ะครับ

 

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Thai PBS, กกต.

Illustrated: Max Wong




เวทีดีเบตช่วยเรื่องเลือกตั้งได้จริงหรือแค่ปาหี่การเมือง?

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งเราก็ยิ่งเห็นการดีเบตหรือการโชว์ทัศนะทางการเมืองของบรรดาผู้นำผู้สมัครพรรคต่างๆ กันบ่อยขึ้น แต่การดีเบตนั้นมันมีผลต่อความนิยมและการชนะการเลือกตั้งจริงๆ หรือ? คำถามนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเราเท่านั้น เพราะในสหรัฐอเมริกาเองก็มีคนหลายคนตั้งคำถามแบบนี้ไว้เช่นกันจนเกิดเป็นงานวิจัยขึ้นมาหลายชิ้นซึ่งพอจะสรุปได้ว่าการดีเบตนั้นมีผลต่อการเลือกตั้งเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่เกิดจากการดีเบตนั้นก็ถือว่าเป็นไพ่ตายที่พลิกเกมได้เหมือนกัน

 

 

ในช่วงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2016 ได้มีการรวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยหลายๆ งานที่เกี่ยวกับการดีเบตทางการเมืองในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1980 เป็นต้นมา โดยทาง VOX พบว่าจากการเลือกตั้งทั้ง 9 ครั้งระหว่างปี 1980 - 2012 นั้นการดีเบตเดี่ยวๆ มีผลน้อยมากต่อการตัดสินใจของคน แต่ใครที่ครอบครองพื้นที่สื่อหลังการดีเบตได้มากกว่าก็จะมีโอกาสในการได้ความนิยมเพิ่มขึ้นมากกว่าแค่การดีเบตหรือปราศรัยเพียงอย่างเดียว

 

 

ด้าน NBC News บอกว่าความสำคัญของการดีเบตนอกจากการได้เห็นได้ฟังนโยบายพรรคแล้วนั้น มันยังเป็นการมัดมือชกของของสื่อที่ทำให้นักการเมืองต้องตอบคำถามเครียดๆ ภายใต้สภาวะความกดดัน ได้เห็นการรับมือสถานการณ์และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมทั้งเปิดโอกาสให้นักการเมืองได้โต้วาทีปะทะคารมระหว่างพรรคการเมืองกันเองด้วย และ NBC News เองก็เห้นด้วยว่าการดีเบตนั้นส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมือง ส่วน Journalist's Resource เว็บไซต์รวบรวมข้อมูลการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็เห็นตรงกันกับทั้ง VOX และ NBC News ว่าการดีเบตไม่ได้มีผลอะไรมากต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมืองพร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยมาสนันสนุนอีกหลายงานวิจัยด้วยกัน

 

 

 

ย้อนกลับมามองที่ได้ เราก็คงกล่าวได้เหมือนที่สื่อมวลชนสหรัฐฯ ได้สำรวจไปเพราะเอาเข้าจริงคนที่มีสิทธิ์โหวตในไทยอาจไม่ได้เข้าถึงการดีเบตทั้งหมด (นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงต้องมีการลงพื้นที่หาเสียง) และหลายคนก็ตั้งธงในใจแล้วว่าจะเลือกใคร แต่ในยุคโซเชียลรุนแรงขนาดนี้เราก็มิอาจเอาอดีตมาฟันธงอนาคตได้ว่าการดีเบตจะมีผลขนาดไหน สิ่งเดียวที่จะตอบได้ก็คือผลการเลือกตั้งเท่านั้นล่ะครับ

 

 


เรื่อง: KANt

ภาพ: Thai PBS, กกต.

Illustrated: Max Wong