อยากลองเล่นเซิร์ฟ ต้องลองอ่านเรื่องนี้!

เวลาไปทะเล เราไปพักผ่อน ทอดสายตามองทะเล ดูผู้คน ปกติคนก็อยู่ส่วนคน คลื่นก็อยู่ส่วนคลื่น ตอนนี้มีกีฬา (จริงๆ ใช้คำว่ากีฬาอาจให้ความหมายที่แคบไป เพราะในใจคนเล่นเซิร์ฟ สิ่งนี้มีความหมายกว่ากีฬามากมายนัก) คลื่นในทะเลเรียกคน ทำให้คนหลงใหล เมามันกับความสนุก ท้าทาย นั่นแหละ เรากำลังพูดถึง surf หรือที่เรียกอย่างไทยๆ ว่าเล่นโต้คลื่นนั่นเอง

 

ปีหน้าคือครั้งแรกที่เราจะได้เห็นการเล่นเซิร์ฟในรายการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ความจริงชาวพื้นเมืองฮาวายเล่นโต้คลื่นมาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว ทั้งเพื่อความสนุก ทั้งเป็นการแสดงฐานะทางสังคม จนราวต้นศตวรรษที่แล้วเมื่อดุ๊ก คาฮานาโมคู นักว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิกเชื้อสายฮาวาย (เขาคือบิดาแห่งการเล่นเซิร์ฟ รู้จักกันไว้นะ) ทำให้คนหันมาสนใจการโต้คลื่นจนเป็นที่นิยม กระดานผ่านการพัฒนาจากกระดานไม้สู่วัสดุไฮเทคและรูปทรงที่หลากหลาย เซิร์ฟกลายเป็นกีฬาที่น่าหลงใหลในระดับไอคอนในที่สุด

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

ทั่วโลกมีคนที่ลุ่มหลงการโต้คลื่น 20 ถึง 25 ล้านคน แม้ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการของจำนวนคนที่เล่นเซิร์ฟในเมืองไทย แต่มีคนไทยหันมาเล่นเซิร์ฟมากขึ้น หาดมากมายผุดขึ้นมาในข้อมูลอันดับของแหล่งคลื่นสวย พอเล่นได้ อย่างเช่น หลายหาดของภูเก็ต สมุย เขาหลักที่จังหวัดพังงา หรือแม้แต่หาดแม่รำพึงตรงเขาแหลมหญ้าที่ระยอง ก็อยู่ในอันดับกับเขาด้วย การเล่นเซิร์ฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว คือขับรถไปสองสามชั่วโมงก็ได้เล่นแล้ว

 

หาดแม่รำพึงเป็นหาดยาว ปลายหาดด้านตะวันออกสุดคือถึงแหลมซึ่งเป็นที่ตั้งของเขาแหลมหญ้า ส่วนทางตะวันตกคือบ้านเพ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวแห่กันข้ามเรือไปเกาะเสม็ด หาดแม่รำพึงก็คลื่นแรงอยู่นะในสายตาของคนที่เซิร์ฟแต่เน็ตอย่างเรา (ขออภัยในสำนวน 90s คือ surf the net นี้ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ) คือลมดีมีคลื่น แต่มันไม่ทรงพลังตั้งมาเป็นกำแพงจากนั้นก็ม้วนตัวแล้วกระแทกผืนน้ำดังตึ้มอย่างคลื่นที่เราเห็นในจากคลิปจากทั้งบาหลี แคลิฟอร์เนีย หรือแม้แต่ภูเก็ต ที่นี่มีคลื่นอย่างทะเลอ่าวไทยที่นับว่าคลื่นแรงเท่านั้น ท่ามกลางแผงให้เช่าเก้าอี้ผ้าใบหลากสีสันและร่มกลางแจ้งลายคาโมฯ กองห่วงยางยักษ์สีดำเขียนตัวเลขและแผงส้มตำต่างๆ คือหน้าหาดซึ่งเป็น ‘บ้าน’ ของ Lam Yah Rayong Surf Club

 

วรินทร คงทอง

 

วรินทร คงทอง “ติ๋ว” เป็นผู้ก่อตั้งชมรมซึ่งเป็นทั้งโรงเรียนและมีบอร์ดให้เช่า เขายังเป็นหนึ่งในคนไทยที่เล่นเซิร์ฟในระดับโปร ถ้าไม่มีใครบอกว่าเขาเป็นนักเล่นเซิร์ฟเราคงคิดว่าติ๋วเป็นเทรนเนอร์มวยหนุ่มซึ่งชอบแดดมาก รูปร่างแข็งแรง แน่นด้วยกล้ามเนื้อ เขามีรอยยิ้มและท่าเดินสบายๆ ของคนอยู่ใกล้ทะเล

 

“หาดที่นี่เป็นคลื่นลมครับ ไม่ใช่คลื่นที่มาจากกระแสน้ำใหญ่ๆ หนาๆ อย่างที่ภูเก็ต แต่เป็นคลื่นที่เหมาะกับคนหัดเล่น ที่มาเปิด Lam Yah Rayong Surf Club นี่ก็เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้รับจากทะเล ในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น”

 

ติ๋วหัดเล่นเซิร์ฟเมื่อราวหกปีก่อน “ผมเป็นคนที่นี่ เห็นฝรั่งมาเปิดสอน เราก็สงสัยว่ามันเล่นได้จริงหรือ ไอ้เซิร์ฟนี่ ครั้งแรกที่ลองนี่กระดานหน้าทิ่มแล้วโดนคลื่นกดจนสำลักน้ำเลย แต่วันเดียวกันนั้นผมก็ยืนบนบอร์ดได้ ไม่คิดว่าก่อนว่าคลื่นมันจะพาเราไปได้ไกลขนาดนั้น”

 

 

ตอนนั้นเด็กอายุ 18 อย่างเขายังไม่เทใจให้คลื่นอย่างหมดหน้าตักอย่างทุกวันนี้ ตอนนั้นเขายังเรียนรามฯ ที่กรุงเทพฯ “พูดง่ายๆ คือผมไม่อยากตัวดำ เรายังอยากเข้าสังคมเนอะ” พูดจบเขาก็หัวเราะขำตัวเอง แต่ในที่สุดเขาก็ปฏิเสธเสียงเรียกของคลื่นไม่ได้ เขากลับไปโต้คลื่น ลองเล่นอีกจนรู้ว่าชอบแน่ๆ และยังรู้อีกด้วยว่าถ้าจะเล่นให้สนุกเขาต้องฟิต

 

“สมัยนักเรียนผมเป็นนักกีฬาวิ่ง นี่ผมกลับมาวิ่ง แล้วก็บอดี้เวต วิดพื้น ซึ่งมันก็เหมือนแพลงค์ ผมฟิตอยู่ราวปีนึง น้ำหนักขึ้นมาห้ากิโลฯ” เหตุผลเพราะนี่เป็นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังพอสมควร ช่วงบนต้องแข็งแรงหน่อย “เมื่อเห็นคลื่นที่เราอยากจะจับ เราต้องฝ่าคลื่นลูกอื่นๆ ไปด้วยการพาย (ซึ่งหมายถึงการนอนคว่ำบนบอร์ด แอ่นช่วงบนขึ้นแล้วเอาแขนจ้วงน้ำสุดแรง) พายทันก็จะจับคลื่นติด สำหรับผมนะถ้าเราจับคลื่นได้เยอะก็เพราะเราซ้อมเยอะ จับคลื่นได้น้อยก็เพราะเราซ้อมน้อย” 

 

นี่คือคำอธิบายรูปร่างแข็งแรงอย่างนักมวยของติ๋วได้เป็นอย่างดี

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

ทว่ามีแต่แรงก็ใช่ว่าจะเซิร์ฟเก่งนะครับ คุณต้องอ่านคลื่นเป็น (คือรู้ว่าลูกนี้แหละ ใหญ่แน่) ต้องจับคลื่นแม่น (พายไปหาคลื่นจนทันช่วงที่มันเริ่มหัวแตก แล้วเคลื่อนตัวไปพร้อมกับคลื่นด้วยความเร็วใกล้เคียงกัน แล้วลุกขึ้นยืนบนบอร์ด แล้วก็ glide) ซึ่งทั้งหมดนี้ตอนแรกๆ อาจจะได้คิวจากครูผู้สอนในน้ำในวันแรกของการเรียนเซิร์ฟ แต่หลังจากนั้นคุณต้องรู้จักสังเกต แก้ไข ปรับปรุง

 

มีผู้เคราะห์ไว้แล้วว่า เคิร์ฟการเรียนรู้ของการเล่นเซิร์ฟจะค่อยๆ ขึ้น ไม่เหมือนเวลาที่คุณหัดกีฬาอื่น ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งเราจะเก่งพรวดๆ แต่การเล่นเซิร์ฟไม่ใช่อย่างนั้น ความเก่งมันค่อยๆ พอกค่อยๆ เพิ่มเหมือนน้ำทะเลที่ค่อยๆ เอ่อ แม้จะยากเย็นยังไง ก็ไม่เห็นคนเล่นเซิร์ฟยอมแพ้ เพราะเสน่ห์ของมันนั้นมากกว่าที่เรา (ผู้เซิร์ฟแต่เน็ต) จะนึกออก


ยามเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นอาจไม่ใช่ช่วงที่คลื่นใหญ่ที่สุด แต่ทะเลจะสวยที่สุดด้วยแดดอ่อนของตะวันที่เพิ่งโผล่ หาดเงียบไร้ผู้คน เช้ามืดเป็นเวลานักเสิร์ฟจะมารอกันหน้าหาดตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อู๋ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น อู๋หรือเสฎฐวุฒิ ไชยวัฒน์เคยเล่นสเกตบอร์ดมาก่อนจนติ๋วชวนให้มาลองเล่นเซิร์ฟ  

 

“วันแรกที่ขึ้นได้จำได้เลยว่าเป็นช่วงมรสุม คลื่นลูกใหญ่มากแล้วผมพายแล้วขึ้นได้รู้สึกเหมือนเกือบชนะธรรมชาติ การเล่นเซิร์ฟต้องอาศัยพลกำลังและทักษะการอ่านคลื่น รวมถึงองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ต่างจากสเกตบอร์ดที่อาศัยการซ้อมอย่างเดียว”

 

อู๋เปิดร้านกาแฟที่ริมหาดแม่รำพึงนี่เอง ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า แต่ถ้าวันไหนที่แอปอย่าง Surfline หรือ Windy ให้ข้อมูลว่าหน้าหาดคลื่นสวย เขาจะฝากร้านไว้กับน้อง แล้วรีบมาที่หน้าหาด

 

“เซิร์ฟทำให้ผมตื่นเช้าขึ้นเยอะเลย ปกตินี่ผมตื่นประมาณสิบโมง แต่พอมาเล่นเซิร์ฟต้องตื่นเช้าก่อน 6 โมงเพราะลมบางกำลังดี คลื่นจะไม่เละแถมไม่ร้อนด้วย แค่เห็นคลื่นสวยกว่าตอนกลางวันก็คุ้มที่จะตื่นเช้าแล้วครับ”

 

ส่วนเบทหรือกฤตนัย ธรรมสุนทร เพื่อนรุ่นเดียวกับติ๋ว ทำงานเป็นช่างไฟฟ้าในโรงงานแถวนั้น วันหนึ่งทำงานสองกะ เบสเล่นจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์มาก่อน

 

“เล่นครั้งแรกแล้วพายจับคลื่นได้รู้สึกสุดยอดมาก หลงรักเลย มันรู้สึกต่างกับการปั่นจักรยานที่ทุกอย่างมันจะเหมือนเดิมเปลี่ยนแค่ท่าทาง แต่เซิร์ฟเราไม่รู้เลยว่าคลื่นแต่ละวันจะเป็นยังไง เลยไม่รู้สึกเบื่อ” 

 

อาการติดเซิร์ฟทำให้เรานึกถึงกีฬาอีกประเภทคือกอล์ฟ นักกอล์ฟตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อรีบไปออกรอบที่สนาม แล้วก็เล่นกอล์ฟกันตั้งแต่เช้ามืดไปจนมืดมองไม่เห็นลูกกอล์ฟเป็นเรื่องธรรมดามาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและขากอล์ฟรุ่นใหญ่เคยบอกว่าสมัยยังไม่แก่นั้นเล่นกอล์ฟทั้งวัน คิดเป็นระยะเดิน 14 กิโลเมตร ท่านบอกว่า “กอล์ฟเป็นกีฬาลึกลับ เหมือนสาวๆสวยๆ  ที่เกี้ยวเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเป็นเมีย แต่ก็คอยแหย่ให้เกี้ยว” หมายถึงความสนุกอยู่ที่แต่ละหลุมไม่เหมือนกัน การตีแต่ละสโตรกก็ไม่เหมือนกัน

 

วิจิตรา คูวิสิษฐ์โสภิต

 

สำหรับนักเซิร์ฟ คลื่นแต่ละลูกไม่เคยเหมือนกันเลย จะอ่านคลื่น พายไปจับคลื่นให้ทัน แต่ละครั้งเป็นเรื่องใหม่ นอกจากนั้นทะเลยังมีเสน่ห์ประหลาดที่ทะลวงจิตของเราอย่างที่ยากจะเข้าใจ อัศวิน ก้องวัฒนาซึ่งเล่นเซิร์ฟมานานกว่าสิบปีบอกว่า

 

“มันเป็นความรู้สึกครับ อธิบายยาก เวลาเรา glide บนน้ำ มันไม่มีอะไรเหมือน แต่อีกอย่างก็คือเวลาพายออกไปรอคลื่น มันจะเงียบๆ แต่ไม่เบื่อ ไม่เหมือนตอนนั่งรอสั่งอาหารที่ร้าน มันจะเบื่อต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น” 

 

นอกจากความสนุกของการได้โต้คลื่น ความสุขของการเล่นเซิร์ฟยังมีด้านอื่นอีก วิจิตรา คูวิสิษฐ์โสภิตหรือยุ้ย ผู้รักการเล่นเสิร์ฟจนถึงขั้นมาเปิดร้านออนไลน์ที่เกี่ยวกับชีวิตริมทะเลชื่อ Thalassomer  เธออยากเล่นเซิร์ฟเพราะ “ชอบไปทะเล ชอบแดด” เมื่อได้ลงเล่นเซิร์ฟที่ภูเก็ต

 

“ครั้งแรกก็ชอบเลย ชอบจริงจัง มันเป็นกิจกรรมนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอิสระ มีสมาธิ มีความสุขที่ได้อยู่ตรงนั้น เป็นความรู้สึกสงบที่มีความท้าทาย มันต้องใช้ทั้งกาย ใจ สติ และสมาธิ เมื่อมีครบ คุณเล่นได้แน่นอน เมื่อก่อนมีแต่กายค่ะ สติไม่มา เวลาเลือกคลื่นมันก็จะยากหน่อย”

 

นพดล แก้วกันใจหรือต้อ ทำงานโพรดักต์ดีไซน์ในกรุงเทพฯ เป็นคนหนึ่งที่ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่เพื่อจะได้ไปถึงหน้าหาดตอนเช้าพอดี บอกว่า “นอกจากได้เจอเพื่อน ผมว่ามันเป็นกีฬาที่เราได้เจอตัวเอง ต้องมีสมาธิ ต้องอยู่กับตัวเอง และตัดเรื่องอื่นๆ ทิ้งออกไปให้ได้”

 

นพดล แก้วกันใจ

 

แต่ละหาดมีคลื่นที่แตกต่าง บางแห่งอย่างที่เขาแหลมหญ้าเหมาะกับมือใหม่ บางแห่งอย่างบาหลีเป็นเป้าหมายของคนที่ต้องการความท้าทายหรือตามความฝันประสานักเซิร์ฟ สำหรับยุ้ยผู้เล่นเซิร์ฟเป็นประจำที่ระยองกับหัวหินก็พยายามหาเวลาและเก็บเงินเพื่อออกทริปที่บาหลีหรือญี่ปุ่นบ้าง แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจำกัดตัวเองอยู่แค่หาดคลื่นเล็กๆ บางครั้งติ๋วก็ทิ้งหาด ‘บ้าน’ ของเขาที่เขาแหลมหญ้าไปลองคลื่นที่โตกว่า เร้าใจกว่า เพื่อจะพบว่าความพอใจของเขาไม่ได้อยู่ที่คลื่นเท่านั้น “เมื่อก่อนเราโต้คลื่นได้ก็สนุกแล้ว ต่อไปมีประสบการณ์มากขึ้น ขึ้นบอร์ดได้ก็อยากมานูเวอร์ อยากเล่นท่า”

 

เขาจึงไปมาหลายแห่งทั้งหาดต่างๆ ที่ภูเก็ต เขาหลัก บาหลี หรือแม้แต่ศรีลังกา แต่คุยไปคุยมาก็เหมือนความสุขของเขาจะอยู่ที่บรรยากาศมากกว่าจะวัดกันด้วยขนาดของลูกคลื่น หรือจำนวนท่าที่เล่นโชว์บนบอร์ด “ผมว่าความพอใจมันอยู่ที่เราครับ สมัยก่อนผมยังซีเรียสกับการลงแข่งเพื่อชิงรางวัล พอมาถึงจุดหนึ่งก็เหมือนว่า ถ้าเราลงน้ำเล่นเซิร์ฟแล้วยิ้มกลับขึ้นมาบนหาด เป้าหมายจะคว้ารางวัลมันก็จบตั้งแต่วันนั้นแล้ว”

 

เราถามว่าไปหาดไหนแล้วประทับใจ คำตอบของเขาไม่ใช่หาดระดับคลื่นในตำนาน แต่เป็น “หาดกะหลิมที่ภูเก็ต ที่นี่ขึ้นชื่อว่าคลื่นสวย บรรยากาศขลัง พอเล่นเสร็จแล้วพายกลับมา มีคนมุสลิมมาขายของกิน มีนักเล่นเซิร์ฟคนไทยหรือคนเอเชียด้วยกันนั่งคุย คุยสนุกครับ ไม่เหมือนหาดที่มีแต่ฝรั่งนั่งหน้าบี้ ฝรั่งเขาจะตึงๆ หน่อย”

 

ความตึงของเซิร์ฟเฟอร์ฝรั่งอาจมาจากความดุดันของการต้องแย่งคลื่นกัน และจิตวิญญาณนักกีฬาเอ็กสตรีมที่คนเอเชียอย่างเราอาจไม่ค่อยเข้าใจ (ว่ามันต้องอะไรกันขนาดนั้น) อย่าลืมว่าการเล่นเซิร์ฟนั้นเราไม่ได้มีแต่กระดานกับคลื่น ยังมีคนรอบข้าง เพื่อนพ้องที่ต่างก็อยากโต้คลื่นไม่ได้น้อยไปกว่าเราเลย เราไม่ใช่เจ้าของหาด การเล่นนั้นมีกติกามารยาทง่ายๆ ว่าคลื่นหนึ่งลูกเล่นได้ทีละหนึ่งคน ใครก็ตามที่อยู่ใกล้จุดหัวแตกของคลื่นคือผู้มีสิทธิ์เล่น การแย่งคลื่นหรือตัดหน้ากันอย่างที่เรียกว่า Drop In จนมีสองคนโต้คลื่นลูกเดียวกัน เป็นที่มาของอุบัติเหตุ บอร์ดชนกัน หรืออาจเป็นเรื่องขนาดทะเลาะชกต่อย อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย จะหมดสนุกเสียเปล่าๆ

 

อย่างไรก็ตาม อ่านกันมาถึงขนาดนี้ คิดจะลองไปเช่าบอร์ดหาโรงเรียนเพื่อลองเล่นดูบ้างไหม อย่างที่ต้อบอกเรา “คือคุณต้องลองเล่นเท่านั้นคุณถึงจะรู้ว่าความรู้สึกของการเล่นเซิร์ฟมันคืออะไร เพราะว่า Only a surfer knows the feeling.”

 

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

เรื่องราวการเล่นเซิร์ฟยังไม่จบเพียงแค่นี้ ติดตามต่อได้ที่นี่ตลอดเดือนเมษายนและในนิตยสาร Esquire Thailand ฉบับเมษายน Summer Issue วางแผงแล้ววันนี้!

 
 
 
View this post on Instagram

เมษายนนี้เรามานั่งจับเขาคุยกันในสองเรื่องฮอตๆ กับ Cover Star ของเรา Mahershala Ali ผู้คว้าสองออสการ์จาก Moonlight และ Green Book ก่อนจะไปโดดน้ำทะเลคว้ากระดานเซิร์ฟมาคุยกับนักเซิร์ฟตัวเป็นๆ ว่าอะไรดีอะไรโดนในการเล่นกับเกลียวคลื่น ทั้งหมดนี้ที่ Esquire Thailand ฉบับเมษายน #EsquireThailand #MahershalaAli . . . . . . #Fashion #Fashionable #Fashionista #MenStyle #MenStreetStyle #Menswear #MenswearDaily #MenStyleGuide #MenStyle #MenFashion #MensFashion #MenFashionBlogger #MensFashionBlogger #StreetStyle #MenLifeStyle #ManLifeStyle #OTD #OTDFashion #OutfitofTheDay #TrenchCoat #Suit #Suits #SuitStyle

A post shared by Esquire Thailand (@esquirethai) on


ฟังนักเซิร์ฟพูดถึงเรื่องโต้คลื่น

ธารินี ตฤติยศิริ (เหวิน) อายุ 34 ปี

ธุรกิจส่วนตัว, นักออกแบบกราฟิกอิสระ

บล็อกเกอร์ไลฟสไตล์ “Sequin and Suede Style”

ร้านออนไลน์ Thalassomer

Interview: Zatia

 

“เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เพื่อนจะไปแต่งงานที่บาหลี เราเลยหากิจกรรมทำ แต่บาหลีที่รู้จักมันมีเเต่เซิร์ฟกับวัด เลยคิดว่าน่าจะลองเล่นดูอีก จริงๆ แล้วอยากเล่นเซิร์ฟมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นเลยเริ่มจากไปเรียนที่หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ตก่อน เพื่อเตรียมตัว พอลงน้ำก็รู้ว่ามันไม่ง่าย เหมือนเราลงไปผลักบอร์ดในน้ำซ้ำๆ แต่หลังจากนั้นรู้ตัวอีกทีก็หยุดไม่ได้แล้ว เราเลยหาโรงเรียนสอนดีๆ เรียนจริงจังตั้งแต่นั้นมา"


“ที่ไปเล่นบ่อยที่สุดคือที่ระยองกับบาหลี ชอบระยองเพราะมันใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปได้ทุกสัปดาห์ แม้คุณภาพคลื่นมันจะไม่ได้ดีที่สุดแต่แก้เสี้ยนได้ดีเลยล่ะ ส่วนบาหลีนี่บินไปปีละสองครั้ง นอกจากนี้ก็มีไปเขาหลัก จ.ภูเก็ตบ้างตามโอกาส"

 

“พูดได้เลยว่าเซิร์ฟเปลี่ยนทุกอย่าง เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนการวางแผนอนาคต หรือแม้กระทั่งธุรกิจของเราเอง จากที่ชอบเที่ยวเมืองหนาว ตอนนี้เงินทุกบาททุกสตางค์เก็บไว้ไปหาที่เที่ยวที่มีทะเล ที่มีคลื่นให้เซิร์ฟเท่านั้น จากคนที่ชอบแฟชั่นและซื้อเสื้อผ้าเยอะมาก ตอนนี้ขี้เกียจแต่งตัวเวลาอยู่บนบกมากๆ ขอเเค่เสื้อกับกางเกงสบายๆ เพราะเงินส่วนใหญ่ซื้อชุดว่ายน้ำ, wetsuit และ surfsuit และจากคนชอบทำสีผมก็ไม่ทำสีผมอีกเลยเพราะโดนน้ำทะเลทำให้ผมแห้ง นอกจากนี้เดิมทีเคยเริ่มต้นทำโฮสเทลแล้วไม่ค่อยมีเวลาเลยพักไว้แล้วตั้งใจจะกลับไปทำ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่มีแพชชั่นที่จะทำเหลือแล้ว เลยผุดธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทนคือ online surf shop ชื่อ Thalassomer"


“สิ่งที่ชอบที่สุดคือได้เพื่อนใหม่ที่เรียกว่าเพื่อนได้อย่างสนิทใจและสนิทจริงๆ เพราะตั้งแต่เรียนจบมาเราได้สังคมใหม่ เจอคนใหม่ๆ เเต่มันก็อยู่บนพื้นฐานของหน้าที่การงาน แต่คนที่ชอบเซิร์ฟ จริตเราตรงกัน แค่ทุกคนอยู่ในน้ำแล้วรอคลื่นมันก็มีความสุขและสนุกร่วมกันได้แล้ว”

 

 

อัศวิน ก้องวัฒนา อาจารย์พิเศษสาขาวิทยาศาสตร์, อายุ 42 ปี

อัศวินหรือวินเล่นเซิร์ฟมากว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเขาทำงานที่แคลิฟอร์เนีย

Interview: Suriya Na RCA 

 

“ราวๆ ปี 2002 เพื่อนข้างบ้านผมเป็นช่างไฟ กำลังสอบเข้าสหภาพ เขาเห็นผมเนิร์ดๆ เลยขอให้ผมช่วยสอนเลข แล้วเดี๋ยวเขาจะพาไปสอนเล่น surf ตอนนั้นผมหนุ่มๆ เอาไงเอากัน ก็เลยไปลองดู วันแรกที่ไปเป็นหาดชื่อ La Jolla Shores จำได้ว่าน้ำใสๆ นิ่งๆ ลมไม่แรง แต่คลื่นเล็กๆ ผมยังอ่านคลื่นไม่เป็น แขนไม่มีแรงพาย เพื่อนสอนว่านอนตรงไหนของบอร์ดให้มันไม่กระดกหรือพลิกคว่ำ พอไม่ค่อยโคลงเคลงแล้วเขาก็ผลักเข้าไปคลื่นนึง แล้วก็เซิร์ฟด้วยพุงเข้าไปถึงฝั่ง พอได้ความรู้สึก จากนั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นยาเสพติดเลิกไม่ได้แล้ว ฝันถึงตลอดเวลา"

 

“มันเป็นความรู้สึกครับ อธิบายยาก เวลาเรา glide บนน้ำ มันไม่มีอะไรเหมือน แต่อีกอย่างก็คือเวลา paddle (หรือพาย) ออกไปแล้วมันจะเงียบๆ เวลารอคลื่น แต่มันไม่เบื่อ ไม่เหมือนนั่งรอสั่งอาหารที่ร้านอะไรแบบนี้มันจะเบื่อต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เวลานั่งรอคลื่นมันโคลงเคลงหน่อย หรือไม่ถ้ามันน่ากลัวมากๆ ข้างนอกก็ตื่นเต้นดีคอยระวังไม่ให้จมน้ำตาย ผมเป็น longboarder คือจะไม่ใช่แนวตื่นเต้น extreme sport เป็นแบบมีความสุขซะมากกว่าเสี่ยงชีวิต"

 

“แต่ละที่ดีๆมันจะมีความพิเศษต่างๆกัน ที่ผม surf จริงๆ ก็อยู่แต่แถว Southern California ถ้า surf breaks ที่รักมากๆ เบอร์ 1 ก็คือที่ชื่อ Tourmaline อยู่ที่ Pacific Beach, San Diego อันนี้เรียกว่าเป็นบ้านเพราะแวะเข้ามาดูแทบจะวันละสองสามครั้ง ไม่มี surf ก็นั่งโม้กับเพื่อนๆไป เบอร์ 2 คิดว่า La Jolla Shores เป็นที่แรกที่เคย surf แล้วจริงๆ เป็น break ที่ดีมากๆ มีทุกรสชาติแล้วแต่ฤดูกาล บางทีคลื่นนิดเดียว บางทีน่ากลัวเกือบ board หักจมน้ำตาย ที่อื่นๆที่ชอบก็คือ San Onofre กัน Malibu ทั้งสองที่นี้เป็นตำนาน คือต้องเข้าไปเคารพเพราะคลื่นเขาพิเศษจริงๆ แล้วก็บรรยากาศก็พิเศษอธิบายลำบาก มีอีกหลายที่ แต่ถ้านับความพิเศษของคลื่นที่ทั้งคุณภาพและปริมาณผมคิดว่า La Jolla Shores นี่สุดละ รักมากๆ”


เรื่อง: Suriya Na RCA, Zatia และ NB

ภาพ: Esquire, Courtesy of Surfers




อยากลองเล่นเซิร์ฟ ต้องลองอ่านเรื่องนี้!

เวลาไปทะเล เราไปพักผ่อน ทอดสายตามองทะเล ดูผู้คน ปกติคนก็อยู่ส่วนคน คลื่นก็อยู่ส่วนคลื่น ตอนนี้มีกีฬา (จริงๆ ใช้คำว่ากีฬาอาจให้ความหมายที่แคบไป เพราะในใจคนเล่นเซิร์ฟ สิ่งนี้มีความหมายกว่ากีฬามากมายนัก) คลื่นในทะเลเรียกคน ทำให้คนหลงใหล เมามันกับความสนุก ท้าทาย นั่นแหละ เรากำลังพูดถึง surf หรือที่เรียกอย่างไทยๆ ว่าเล่นโต้คลื่นนั่นเอง

 

ปีหน้าคือครั้งแรกที่เราจะได้เห็นการเล่นเซิร์ฟในรายการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอย่างเป็นทางการ ความจริงชาวพื้นเมืองฮาวายเล่นโต้คลื่นมาเป็นร้อยเป็นพันปีแล้ว ทั้งเพื่อความสนุก ทั้งเป็นการแสดงฐานะทางสังคม จนราวต้นศตวรรษที่แล้วเมื่อดุ๊ก คาฮานาโมคู นักว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิกเชื้อสายฮาวาย (เขาคือบิดาแห่งการเล่นเซิร์ฟ รู้จักกันไว้นะ) ทำให้คนหันมาสนใจการโต้คลื่นจนเป็นที่นิยม กระดานผ่านการพัฒนาจากกระดานไม้สู่วัสดุไฮเทคและรูปทรงที่หลากหลาย เซิร์ฟกลายเป็นกีฬาที่น่าหลงใหลในระดับไอคอนในที่สุด

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

ทั่วโลกมีคนที่ลุ่มหลงการโต้คลื่น 20 ถึง 25 ล้านคน แม้ยังไม่มีตัวเลขอย่างเป็นทางการของจำนวนคนที่เล่นเซิร์ฟในเมืองไทย แต่มีคนไทยหันมาเล่นเซิร์ฟมากขึ้น หาดมากมายผุดขึ้นมาในข้อมูลอันดับของแหล่งคลื่นสวย พอเล่นได้ อย่างเช่น หลายหาดของภูเก็ต สมุย เขาหลักที่จังหวัดพังงา หรือแม้แต่หาดแม่รำพึงตรงเขาแหลมหญ้าที่ระยอง ก็อยู่ในอันดับกับเขาด้วย การเล่นเซิร์ฟจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว คือขับรถไปสองสามชั่วโมงก็ได้เล่นแล้ว

 

หาดแม่รำพึงเป็นหาดยาว ปลายหาดด้านตะวันออกสุดคือถึงแหลมซึ่งเป็นที่ตั้งของเขาแหลมหญ้า ส่วนทางตะวันตกคือบ้านเพ ที่ซึ่งนักท่องเที่ยวแห่กันข้ามเรือไปเกาะเสม็ด หาดแม่รำพึงก็คลื่นแรงอยู่นะในสายตาของคนที่เซิร์ฟแต่เน็ตอย่างเรา (ขออภัยในสำนวน 90s คือ surf the net นี้ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ) คือลมดีมีคลื่น แต่มันไม่ทรงพลังตั้งมาเป็นกำแพงจากนั้นก็ม้วนตัวแล้วกระแทกผืนน้ำดังตึ้มอย่างคลื่นที่เราเห็นในจากคลิปจากทั้งบาหลี แคลิฟอร์เนีย หรือแม้แต่ภูเก็ต ที่นี่มีคลื่นอย่างทะเลอ่าวไทยที่นับว่าคลื่นแรงเท่านั้น ท่ามกลางแผงให้เช่าเก้าอี้ผ้าใบหลากสีสันและร่มกลางแจ้งลายคาโมฯ กองห่วงยางยักษ์สีดำเขียนตัวเลขและแผงส้มตำต่างๆ คือหน้าหาดซึ่งเป็น ‘บ้าน’ ของ Lam Yah Rayong Surf Club

 

วรินทร คงทอง

 

วรินทร คงทอง “ติ๋ว” เป็นผู้ก่อตั้งชมรมซึ่งเป็นทั้งโรงเรียนและมีบอร์ดให้เช่า เขายังเป็นหนึ่งในคนไทยที่เล่นเซิร์ฟในระดับโปร ถ้าไม่มีใครบอกว่าเขาเป็นนักเล่นเซิร์ฟเราคงคิดว่าติ๋วเป็นเทรนเนอร์มวยหนุ่มซึ่งชอบแดดมาก รูปร่างแข็งแรง แน่นด้วยกล้ามเนื้อ เขามีรอยยิ้มและท่าเดินสบายๆ ของคนอยู่ใกล้ทะเล

 

“หาดที่นี่เป็นคลื่นลมครับ ไม่ใช่คลื่นที่มาจากกระแสน้ำใหญ่ๆ หนาๆ อย่างที่ภูเก็ต แต่เป็นคลื่นที่เหมาะกับคนหัดเล่น ที่มาเปิด Lam Yah Rayong Surf Club นี่ก็เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ที่ผมได้รับจากทะเล ในราคาที่ถูกกว่าที่อื่น”

 

ติ๋วหัดเล่นเซิร์ฟเมื่อราวหกปีก่อน “ผมเป็นคนที่นี่ เห็นฝรั่งมาเปิดสอน เราก็สงสัยว่ามันเล่นได้จริงหรือ ไอ้เซิร์ฟนี่ ครั้งแรกที่ลองนี่กระดานหน้าทิ่มแล้วโดนคลื่นกดจนสำลักน้ำเลย แต่วันเดียวกันนั้นผมก็ยืนบนบอร์ดได้ ไม่คิดว่าก่อนว่าคลื่นมันจะพาเราไปได้ไกลขนาดนั้น”

 

 

ตอนนั้นเด็กอายุ 18 อย่างเขายังไม่เทใจให้คลื่นอย่างหมดหน้าตักอย่างทุกวันนี้ ตอนนั้นเขายังเรียนรามฯ ที่กรุงเทพฯ “พูดง่ายๆ คือผมไม่อยากตัวดำ เรายังอยากเข้าสังคมเนอะ” พูดจบเขาก็หัวเราะขำตัวเอง แต่ในที่สุดเขาก็ปฏิเสธเสียงเรียกของคลื่นไม่ได้ เขากลับไปโต้คลื่น ลองเล่นอีกจนรู้ว่าชอบแน่ๆ และยังรู้อีกด้วยว่าถ้าจะเล่นให้สนุกเขาต้องฟิต

 

“สมัยนักเรียนผมเป็นนักกีฬาวิ่ง นี่ผมกลับมาวิ่ง แล้วก็บอดี้เวต วิดพื้น ซึ่งมันก็เหมือนแพลงค์ ผมฟิตอยู่ราวปีนึง น้ำหนักขึ้นมาห้ากิโลฯ” เหตุผลเพราะนี่เป็นกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังพอสมควร ช่วงบนต้องแข็งแรงหน่อย “เมื่อเห็นคลื่นที่เราอยากจะจับ เราต้องฝ่าคลื่นลูกอื่นๆ ไปด้วยการพาย (ซึ่งหมายถึงการนอนคว่ำบนบอร์ด แอ่นช่วงบนขึ้นแล้วเอาแขนจ้วงน้ำสุดแรง) พายทันก็จะจับคลื่นติด สำหรับผมนะถ้าเราจับคลื่นได้เยอะก็เพราะเราซ้อมเยอะ จับคลื่นได้น้อยก็เพราะเราซ้อมน้อย” 

 

นี่คือคำอธิบายรูปร่างแข็งแรงอย่างนักมวยของติ๋วได้เป็นอย่างดี

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

ทว่ามีแต่แรงก็ใช่ว่าจะเซิร์ฟเก่งนะครับ คุณต้องอ่านคลื่นเป็น (คือรู้ว่าลูกนี้แหละ ใหญ่แน่) ต้องจับคลื่นแม่น (พายไปหาคลื่นจนทันช่วงที่มันเริ่มหัวแตก แล้วเคลื่อนตัวไปพร้อมกับคลื่นด้วยความเร็วใกล้เคียงกัน แล้วลุกขึ้นยืนบนบอร์ด แล้วก็ glide) ซึ่งทั้งหมดนี้ตอนแรกๆ อาจจะได้คิวจากครูผู้สอนในน้ำในวันแรกของการเรียนเซิร์ฟ แต่หลังจากนั้นคุณต้องรู้จักสังเกต แก้ไข ปรับปรุง

 

มีผู้เคราะห์ไว้แล้วว่า เคิร์ฟการเรียนรู้ของการเล่นเซิร์ฟจะค่อยๆ ขึ้น ไม่เหมือนเวลาที่คุณหัดกีฬาอื่น ซึ่งพอถึงจุดหนึ่งเราจะเก่งพรวดๆ แต่การเล่นเซิร์ฟไม่ใช่อย่างนั้น ความเก่งมันค่อยๆ พอกค่อยๆ เพิ่มเหมือนน้ำทะเลที่ค่อยๆ เอ่อ แม้จะยากเย็นยังไง ก็ไม่เห็นคนเล่นเซิร์ฟยอมแพ้ เพราะเสน่ห์ของมันนั้นมากกว่าที่เรา (ผู้เซิร์ฟแต่เน็ต) จะนึกออก


ยามเช้าหลังพระอาทิตย์ขึ้นอาจไม่ใช่ช่วงที่คลื่นใหญ่ที่สุด แต่ทะเลจะสวยที่สุดด้วยแดดอ่อนของตะวันที่เพิ่งโผล่ หาดเงียบไร้ผู้คน เช้ามืดเป็นเวลานักเสิร์ฟจะมารอกันหน้าหาดตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อู๋ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น อู๋หรือเสฎฐวุฒิ ไชยวัฒน์เคยเล่นสเกตบอร์ดมาก่อนจนติ๋วชวนให้มาลองเล่นเซิร์ฟ  

 

“วันแรกที่ขึ้นได้จำได้เลยว่าเป็นช่วงมรสุม คลื่นลูกใหญ่มากแล้วผมพายแล้วขึ้นได้รู้สึกเหมือนเกือบชนะธรรมชาติ การเล่นเซิร์ฟต้องอาศัยพลกำลังและทักษะการอ่านคลื่น รวมถึงองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ต่างจากสเกตบอร์ดที่อาศัยการซ้อมอย่างเดียว”

 

อู๋เปิดร้านกาแฟที่ริมหาดแม่รำพึงนี่เอง ร้านเปิดเจ็ดโมงเช้า แต่ถ้าวันไหนที่แอปอย่าง Surfline หรือ Windy ให้ข้อมูลว่าหน้าหาดคลื่นสวย เขาจะฝากร้านไว้กับน้อง แล้วรีบมาที่หน้าหาด

 

“เซิร์ฟทำให้ผมตื่นเช้าขึ้นเยอะเลย ปกตินี่ผมตื่นประมาณสิบโมง แต่พอมาเล่นเซิร์ฟต้องตื่นเช้าก่อน 6 โมงเพราะลมบางกำลังดี คลื่นจะไม่เละแถมไม่ร้อนด้วย แค่เห็นคลื่นสวยกว่าตอนกลางวันก็คุ้มที่จะตื่นเช้าแล้วครับ”

 

ส่วนเบทหรือกฤตนัย ธรรมสุนทร เพื่อนรุ่นเดียวกับติ๋ว ทำงานเป็นช่างไฟฟ้าในโรงงานแถวนั้น วันหนึ่งทำงานสองกะ เบสเล่นจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์มาก่อน

 

“เล่นครั้งแรกแล้วพายจับคลื่นได้รู้สึกสุดยอดมาก หลงรักเลย มันรู้สึกต่างกับการปั่นจักรยานที่ทุกอย่างมันจะเหมือนเดิมเปลี่ยนแค่ท่าทาง แต่เซิร์ฟเราไม่รู้เลยว่าคลื่นแต่ละวันจะเป็นยังไง เลยไม่รู้สึกเบื่อ” 

 

อาการติดเซิร์ฟทำให้เรานึกถึงกีฬาอีกประเภทคือกอล์ฟ นักกอล์ฟตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อรีบไปออกรอบที่สนาม แล้วก็เล่นกอล์ฟกันตั้งแต่เช้ามืดไปจนมืดมองไม่เห็นลูกกอล์ฟเป็นเรื่องธรรมดามาก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีและขากอล์ฟรุ่นใหญ่เคยบอกว่าสมัยยังไม่แก่นั้นเล่นกอล์ฟทั้งวัน คิดเป็นระยะเดิน 14 กิโลเมตร ท่านบอกว่า “กอล์ฟเป็นกีฬาลึกลับ เหมือนสาวๆสวยๆ  ที่เกี้ยวเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเป็นเมีย แต่ก็คอยแหย่ให้เกี้ยว” หมายถึงความสนุกอยู่ที่แต่ละหลุมไม่เหมือนกัน การตีแต่ละสโตรกก็ไม่เหมือนกัน

 

วิจิตรา คูวิสิษฐ์โสภิต

 

สำหรับนักเซิร์ฟ คลื่นแต่ละลูกไม่เคยเหมือนกันเลย จะอ่านคลื่น พายไปจับคลื่นให้ทัน แต่ละครั้งเป็นเรื่องใหม่ นอกจากนั้นทะเลยังมีเสน่ห์ประหลาดที่ทะลวงจิตของเราอย่างที่ยากจะเข้าใจ อัศวิน ก้องวัฒนาซึ่งเล่นเซิร์ฟมานานกว่าสิบปีบอกว่า

 

“มันเป็นความรู้สึกครับ อธิบายยาก เวลาเรา glide บนน้ำ มันไม่มีอะไรเหมือน แต่อีกอย่างก็คือเวลาพายออกไปรอคลื่น มันจะเงียบๆ แต่ไม่เบื่อ ไม่เหมือนตอนนั่งรอสั่งอาหารที่ร้าน มันจะเบื่อต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น” 

 

นอกจากความสนุกของการได้โต้คลื่น ความสุขของการเล่นเซิร์ฟยังมีด้านอื่นอีก วิจิตรา คูวิสิษฐ์โสภิตหรือยุ้ย ผู้รักการเล่นเสิร์ฟจนถึงขั้นมาเปิดร้านออนไลน์ที่เกี่ยวกับชีวิตริมทะเลชื่อ Thalassomer  เธออยากเล่นเซิร์ฟเพราะ “ชอบไปทะเล ชอบแดด” เมื่อได้ลงเล่นเซิร์ฟที่ภูเก็ต

 

“ครั้งแรกก็ชอบเลย ชอบจริงจัง มันเป็นกิจกรรมนี้ทำให้เรารู้สึกว่าเรามีอิสระ มีสมาธิ มีความสุขที่ได้อยู่ตรงนั้น เป็นความรู้สึกสงบที่มีความท้าทาย มันต้องใช้ทั้งกาย ใจ สติ และสมาธิ เมื่อมีครบ คุณเล่นได้แน่นอน เมื่อก่อนมีแต่กายค่ะ สติไม่มา เวลาเลือกคลื่นมันก็จะยากหน่อย”

 

นพดล แก้วกันใจหรือต้อ ทำงานโพรดักต์ดีไซน์ในกรุงเทพฯ เป็นคนหนึ่งที่ขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่เพื่อจะได้ไปถึงหน้าหาดตอนเช้าพอดี บอกว่า “นอกจากได้เจอเพื่อน ผมว่ามันเป็นกีฬาที่เราได้เจอตัวเอง ต้องมีสมาธิ ต้องอยู่กับตัวเอง และตัดเรื่องอื่นๆ ทิ้งออกไปให้ได้”

 

นพดล แก้วกันใจ

 

แต่ละหาดมีคลื่นที่แตกต่าง บางแห่งอย่างที่เขาแหลมหญ้าเหมาะกับมือใหม่ บางแห่งอย่างบาหลีเป็นเป้าหมายของคนที่ต้องการความท้าทายหรือตามความฝันประสานักเซิร์ฟ สำหรับยุ้ยผู้เล่นเซิร์ฟเป็นประจำที่ระยองกับหัวหินก็พยายามหาเวลาและเก็บเงินเพื่อออกทริปที่บาหลีหรือญี่ปุ่นบ้าง แน่นอนว่าไม่มีใครอยากจำกัดตัวเองอยู่แค่หาดคลื่นเล็กๆ บางครั้งติ๋วก็ทิ้งหาด ‘บ้าน’ ของเขาที่เขาแหลมหญ้าไปลองคลื่นที่โตกว่า เร้าใจกว่า เพื่อจะพบว่าความพอใจของเขาไม่ได้อยู่ที่คลื่นเท่านั้น “เมื่อก่อนเราโต้คลื่นได้ก็สนุกแล้ว ต่อไปมีประสบการณ์มากขึ้น ขึ้นบอร์ดได้ก็อยากมานูเวอร์ อยากเล่นท่า”

 

เขาจึงไปมาหลายแห่งทั้งหาดต่างๆ ที่ภูเก็ต เขาหลัก บาหลี หรือแม้แต่ศรีลังกา แต่คุยไปคุยมาก็เหมือนความสุขของเขาจะอยู่ที่บรรยากาศมากกว่าจะวัดกันด้วยขนาดของลูกคลื่น หรือจำนวนท่าที่เล่นโชว์บนบอร์ด “ผมว่าความพอใจมันอยู่ที่เราครับ สมัยก่อนผมยังซีเรียสกับการลงแข่งเพื่อชิงรางวัล พอมาถึงจุดหนึ่งก็เหมือนว่า ถ้าเราลงน้ำเล่นเซิร์ฟแล้วยิ้มกลับขึ้นมาบนหาด เป้าหมายจะคว้ารางวัลมันก็จบตั้งแต่วันนั้นแล้ว”

 

เราถามว่าไปหาดไหนแล้วประทับใจ คำตอบของเขาไม่ใช่หาดระดับคลื่นในตำนาน แต่เป็น “หาดกะหลิมที่ภูเก็ต ที่นี่ขึ้นชื่อว่าคลื่นสวย บรรยากาศขลัง พอเล่นเสร็จแล้วพายกลับมา มีคนมุสลิมมาขายของกิน มีนักเล่นเซิร์ฟคนไทยหรือคนเอเชียด้วยกันนั่งคุย คุยสนุกครับ ไม่เหมือนหาดที่มีแต่ฝรั่งนั่งหน้าบี้ ฝรั่งเขาจะตึงๆ หน่อย”

 

ความตึงของเซิร์ฟเฟอร์ฝรั่งอาจมาจากความดุดันของการต้องแย่งคลื่นกัน และจิตวิญญาณนักกีฬาเอ็กสตรีมที่คนเอเชียอย่างเราอาจไม่ค่อยเข้าใจ (ว่ามันต้องอะไรกันขนาดนั้น) อย่าลืมว่าการเล่นเซิร์ฟนั้นเราไม่ได้มีแต่กระดานกับคลื่น ยังมีคนรอบข้าง เพื่อนพ้องที่ต่างก็อยากโต้คลื่นไม่ได้น้อยไปกว่าเราเลย เราไม่ใช่เจ้าของหาด การเล่นนั้นมีกติกามารยาทง่ายๆ ว่าคลื่นหนึ่งลูกเล่นได้ทีละหนึ่งคน ใครก็ตามที่อยู่ใกล้จุดหัวแตกของคลื่นคือผู้มีสิทธิ์เล่น การแย่งคลื่นหรือตัดหน้ากันอย่างที่เรียกว่า Drop In จนมีสองคนโต้คลื่นลูกเดียวกัน เป็นที่มาของอุบัติเหตุ บอร์ดชนกัน หรืออาจเป็นเรื่องขนาดทะเลาะชกต่อย อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย จะหมดสนุกเสียเปล่าๆ

 

อย่างไรก็ตาม อ่านกันมาถึงขนาดนี้ คิดจะลองไปเช่าบอร์ดหาโรงเรียนเพื่อลองเล่นดูบ้างไหม อย่างที่ต้อบอกเรา “คือคุณต้องลองเล่นเท่านั้นคุณถึงจะรู้ว่าความรู้สึกของการเล่นเซิร์ฟมันคืออะไร เพราะว่า Only a surfer knows the feeling.”

 

 

ภาพเพิ่มเติมจาก Esquire US

 

เรื่องราวการเล่นเซิร์ฟยังไม่จบเพียงแค่นี้ ติดตามต่อได้ที่นี่ตลอดเดือนเมษายนและในนิตยสาร Esquire Thailand ฉบับเมษายน Summer Issue วางแผงแล้ววันนี้!

 
 
 
View this post on Instagram

เมษายนนี้เรามานั่งจับเขาคุยกันในสองเรื่องฮอตๆ กับ Cover Star ของเรา Mahershala Ali ผู้คว้าสองออสการ์จาก Moonlight และ Green Book ก่อนจะไปโดดน้ำทะเลคว้ากระดานเซิร์ฟมาคุยกับนักเซิร์ฟตัวเป็นๆ ว่าอะไรดีอะไรโดนในการเล่นกับเกลียวคลื่น ทั้งหมดนี้ที่ Esquire Thailand ฉบับเมษายน #EsquireThailand #MahershalaAli . . . . . . #Fashion #Fashionable #Fashionista #MenStyle #MenStreetStyle #Menswear #MenswearDaily #MenStyleGuide #MenStyle #MenFashion #MensFashion #MenFashionBlogger #MensFashionBlogger #StreetStyle #MenLifeStyle #ManLifeStyle #OTD #OTDFashion #OutfitofTheDay #TrenchCoat #Suit #Suits #SuitStyle

A post shared by Esquire Thailand (@esquirethai) on


ฟังนักเซิร์ฟพูดถึงเรื่องโต้คลื่น

ธารินี ตฤติยศิริ (เหวิน) อายุ 34 ปี

ธุรกิจส่วนตัว, นักออกแบบกราฟิกอิสระ

บล็อกเกอร์ไลฟสไตล์ “Sequin and Suede Style”

ร้านออนไลน์ Thalassomer

Interview: Zatia

 

“เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เพื่อนจะไปแต่งงานที่บาหลี เราเลยหากิจกรรมทำ แต่บาหลีที่รู้จักมันมีเเต่เซิร์ฟกับวัด เลยคิดว่าน่าจะลองเล่นดูอีก จริงๆ แล้วอยากเล่นเซิร์ฟมาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นเลยเริ่มจากไปเรียนที่หาดกะตะ จังหวัดภูเก็ตก่อน เพื่อเตรียมตัว พอลงน้ำก็รู้ว่ามันไม่ง่าย เหมือนเราลงไปผลักบอร์ดในน้ำซ้ำๆ แต่หลังจากนั้นรู้ตัวอีกทีก็หยุดไม่ได้แล้ว เราเลยหาโรงเรียนสอนดีๆ เรียนจริงจังตั้งแต่นั้นมา"


“ที่ไปเล่นบ่อยที่สุดคือที่ระยองกับบาหลี ชอบระยองเพราะมันใกล้กรุงเทพฯ ขับรถไปได้ทุกสัปดาห์ แม้คุณภาพคลื่นมันจะไม่ได้ดีที่สุดแต่แก้เสี้ยนได้ดีเลยล่ะ ส่วนบาหลีนี่บินไปปีละสองครั้ง นอกจากนี้ก็มีไปเขาหลัก จ.ภูเก็ตบ้างตามโอกาส"

 

“พูดได้เลยว่าเซิร์ฟเปลี่ยนทุกอย่าง เปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนการวางแผนอนาคต หรือแม้กระทั่งธุรกิจของเราเอง จากที่ชอบเที่ยวเมืองหนาว ตอนนี้เงินทุกบาททุกสตางค์เก็บไว้ไปหาที่เที่ยวที่มีทะเล ที่มีคลื่นให้เซิร์ฟเท่านั้น จากคนที่ชอบแฟชั่นและซื้อเสื้อผ้าเยอะมาก ตอนนี้ขี้เกียจแต่งตัวเวลาอยู่บนบกมากๆ ขอเเค่เสื้อกับกางเกงสบายๆ เพราะเงินส่วนใหญ่ซื้อชุดว่ายน้ำ, wetsuit และ surfsuit และจากคนชอบทำสีผมก็ไม่ทำสีผมอีกเลยเพราะโดนน้ำทะเลทำให้ผมแห้ง นอกจากนี้เดิมทีเคยเริ่มต้นทำโฮสเทลแล้วไม่ค่อยมีเวลาเลยพักไว้แล้วตั้งใจจะกลับไปทำ แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าไม่มีแพชชั่นที่จะทำเหลือแล้ว เลยผุดธุรกิจใหม่ขึ้นมาแทนคือ online surf shop ชื่อ Thalassomer"


“สิ่งที่ชอบที่สุดคือได้เพื่อนใหม่ที่เรียกว่าเพื่อนได้อย่างสนิทใจและสนิทจริงๆ เพราะตั้งแต่เรียนจบมาเราได้สังคมใหม่ เจอคนใหม่ๆ เเต่มันก็อยู่บนพื้นฐานของหน้าที่การงาน แต่คนที่ชอบเซิร์ฟ จริตเราตรงกัน แค่ทุกคนอยู่ในน้ำแล้วรอคลื่นมันก็มีความสุขและสนุกร่วมกันได้แล้ว”

 

 

อัศวิน ก้องวัฒนา อาจารย์พิเศษสาขาวิทยาศาสตร์, อายุ 42 ปี

อัศวินหรือวินเล่นเซิร์ฟมากว่าสิบปี ตั้งแต่สมัยเขาทำงานที่แคลิฟอร์เนีย

Interview: Suriya Na RCA 

 

“ราวๆ ปี 2002 เพื่อนข้างบ้านผมเป็นช่างไฟ กำลังสอบเข้าสหภาพ เขาเห็นผมเนิร์ดๆ เลยขอให้ผมช่วยสอนเลข แล้วเดี๋ยวเขาจะพาไปสอนเล่น surf ตอนนั้นผมหนุ่มๆ เอาไงเอากัน ก็เลยไปลองดู วันแรกที่ไปเป็นหาดชื่อ La Jolla Shores จำได้ว่าน้ำใสๆ นิ่งๆ ลมไม่แรง แต่คลื่นเล็กๆ ผมยังอ่านคลื่นไม่เป็น แขนไม่มีแรงพาย เพื่อนสอนว่านอนตรงไหนของบอร์ดให้มันไม่กระดกหรือพลิกคว่ำ พอไม่ค่อยโคลงเคลงแล้วเขาก็ผลักเข้าไปคลื่นนึง แล้วก็เซิร์ฟด้วยพุงเข้าไปถึงฝั่ง พอได้ความรู้สึก จากนั้นเป็นต้นมาก็กลายเป็นยาเสพติดเลิกไม่ได้แล้ว ฝันถึงตลอดเวลา"

 

“มันเป็นความรู้สึกครับ อธิบายยาก เวลาเรา glide บนน้ำ มันไม่มีอะไรเหมือน แต่อีกอย่างก็คือเวลา paddle (หรือพาย) ออกไปแล้วมันจะเงียบๆ เวลารอคลื่น แต่มันไม่เบื่อ ไม่เหมือนนั่งรอสั่งอาหารที่ร้านอะไรแบบนี้มันจะเบื่อต้องเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น เวลานั่งรอคลื่นมันโคลงเคลงหน่อย หรือไม่ถ้ามันน่ากลัวมากๆ ข้างนอกก็ตื่นเต้นดีคอยระวังไม่ให้จมน้ำตาย ผมเป็น longboarder คือจะไม่ใช่แนวตื่นเต้น extreme sport เป็นแบบมีความสุขซะมากกว่าเสี่ยงชีวิต"

 

“แต่ละที่ดีๆมันจะมีความพิเศษต่างๆกัน ที่ผม surf จริงๆ ก็อยู่แต่แถว Southern California ถ้า surf breaks ที่รักมากๆ เบอร์ 1 ก็คือที่ชื่อ Tourmaline อยู่ที่ Pacific Beach, San Diego อันนี้เรียกว่าเป็นบ้านเพราะแวะเข้ามาดูแทบจะวันละสองสามครั้ง ไม่มี surf ก็นั่งโม้กับเพื่อนๆไป เบอร์ 2 คิดว่า La Jolla Shores เป็นที่แรกที่เคย surf แล้วจริงๆ เป็น break ที่ดีมากๆ มีทุกรสชาติแล้วแต่ฤดูกาล บางทีคลื่นนิดเดียว บางทีน่ากลัวเกือบ board หักจมน้ำตาย ที่อื่นๆที่ชอบก็คือ San Onofre กัน Malibu ทั้งสองที่นี้เป็นตำนาน คือต้องเข้าไปเคารพเพราะคลื่นเขาพิเศษจริงๆ แล้วก็บรรยากาศก็พิเศษอธิบายลำบาก มีอีกหลายที่ แต่ถ้านับความพิเศษของคลื่นที่ทั้งคุณภาพและปริมาณผมคิดว่า La Jolla Shores นี่สุดละ รักมากๆ”


เรื่อง: Suriya Na RCA, Zatia และ NB

ภาพ: Esquire, Courtesy of Surfers