Album of the Month

Kate Jackson

“British Road Movies”

[Hoo Ha Records]

 

ในบรรดาวงอินดี้อังกฤษชั้นดีมีอนาคตช่วงต้นปี 2000 ชื่อของ The Long Blondes  เป็นเชื่อแรก ๆ ที่เรานึกถึง ทว่าวงดนตรีจากเชฟฟิลดิ์ที่น่าจะสืบทอดมรดกทางดนตรีของ Pulp วงนี้มีอันต้องยุบวงเนื่องจากปัญหาสุขภาพของมือกีตาร์ 8 ปีผ่านไป เราได้อัลบั้มภาคต่อที่สมบูรณ์ แม้ว่าจะมาจากเพียงแค่นักร้องนำแต่ Kate Jackson  ก็เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของ The Long Blondes    เธอเป็นเจ้าของเสียงที่จำได้ในทันทีที่ได้ยิน ความมั่นใจหนักแน่นและคมคายผ่านเนื้อเพลงที่สุดสมาร์ทคือมนต์เสน่ห์ของเคท แจ็คสัน และอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเธอ “British Road Movies”  คือความพิเศษของพ็อพมิวสิค ผ่านการโปรดิวช์ของ Bernard Butler  ทั้งหมด 10 เพลงเป็นความจัดจ้าน และเป็นเส้นทางบนถนนดนตรีที่โล่งไปตลอดจุดหลายปลายทาง  เพลงที่น่าสนใจมาตั้งแต่เพลงแรก “The End Of Reason” ตามด้วย “Metropolis”, “16 Years”, “Stranded” และ “The Atlantic”  ที่่เป็นการบันทึกใหม่จากงานเดี่ยวที่เธอเคยออกขายเมื่อ 5 ปีก่อน

 

Westpoint

“Face To The Sea”

[Preservation Records]

 

Preservation จากนอร์เวย์กลายเป็นตราแผ่นเสียงที่เรากำลังชื่นชมในการขุดแสวงหางานตกสำรวจหลายต่อหลายชุดแล้วนำมาออกขายใหม่ในวงกว้างโดยเฉพาะบรรดาอัลบั้มดนตรีAOR  และโซลคลาสสิคต่าง ๆ อย่างเช่น Lava, James Walsh Gypsy Band  และ Lion And The Lamb ล่าสุดกับวง 4 หนุ่มจากนอร์เวย์นาม Westpoint  เจ้าของอัลบั้ม “Face To The Sea”  ที่เคยออกกับค่ายใหญ่ ๆ CBS Norway ในปี 1983 แต่กลับถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย ค่าย Preservation ออกซีดีชุดนี้อีกครั้งพร้อมประวัติวงและรูปภาพต่าง ๆ มากมายในกล่องซีดี Westpoint ทำดนตรีเวสท์โคสท์พ็อพสไตล์ Michael McDonald  และ Airplay      แต่ละเพลงมีทำนองที่สสะสลวย เรื่องง่ายและราบรื่นไม่ต่างจากการละเลียดฟองเบียร์ริมหาดยามเย็น เพลงที่เด่นมากคือ “Number One” และ “Fire” ช่วงกลางอัลบั้ม แต่ “Face To The Sea”  มีทุกอย่างที่ทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าไปพักผ่อน ตากอากาศที่บริสุทธิ์จากท้องทะเลอีกครา

 

Mark Pritchard

“Under The Sun”

[Warp Records]

 

ดีเจโปรดิวเซอร์ที่มากฝีมือและช่ำชองในดนตรีอีเลคโทรนิคอย่าง Mark Pritchard ผู้เคยใช้นามแฝงอย่าง Global Communication, Jedi Knights หรือ Africa Hi-Tech เมื่อไม่นาน มาร์คกลับมาออกอัลบั้มใหม่ภายใต้ชื่อตัวเอง งานที่สะท้อนไอเดียความคิดที่เปิดกว้างของการทำดนตรีอีเลคโทรนิคได้อย่างน่าทึ่ง แทบจะทุก ๆ ดีเอ็นเอของมาร์คได้รับการฉลุออกมาเป็นสรรพเสียงที่หลากหลายบน 16 แทรค ยากที่จะระบุแนวใดแนวหนึ่งให้ชัดแจ้ง 16 แทรคที่พาคุณย้ายกายไปอีกฟากฝั่งของดนตรีที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ หากคุณหลับตาขณะฟัง ผลลัพธ์จะยิ่งบรรเจิดและออกฤทธิ์อย่างรุนแรงจนยากจะเยียวยา ความลึกของบีท ความซับซ้อนในโครงสร้างดนตรี จากดนตรี ambient สุดสลด จากโฟล์คที่กดใจ จากเสียงเบสต่ำ หรือความผวาของซาวด์แทรคหนัง อัลบั้มนี้มีหมด ตั้งแต่เสียงเชือดดวงใจ ของ Thom Yorke  เสียงอบอุ่นอันเป็นนิรันดร์ของ Linda Perhacs  หรือ บทอาขยานของ Beans นี่อาจไม่ใช่อัลบั้มที่ฟังง่าย แต่เมื่อได้ฟังคุณจะไม่มีวันลืม

 

BADBADNOTGOOD

“IV”

[Innovative Leisure/ Beat Records]

 

สิ่งที่ดนตรีแจ็สกับฮิปฮอปแชร์ความสัมพันธ์กันคงเป็นการอิมโพรไวเซชั่นที่เปิดโอกาสให้แรปเปอร์หรือนักดนตรีปล่อยแสงกันอย่างเต็มที่ ทั้งสองแนวจึงแชร์มิตรภาพกันโดยทันที จนก่อกำเนิดยุคทองของดนตรีฮิปฮอปช่วงหลาย 80 ยาวมาจนกลาง 90 มาถึงวันนี้ นักดนตรีแจ็ส เลือดใหม่ซึมซับเอาซาวด์ที่ไฮบริดนั้นและกลับมาทำดนตรีที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีก นี่ยังคงเป็นแจ็สแต่เป็นแจ็สหัวก้าวหน้า ความเฉียบคม ไหลลื่น จังหวะจะโคนและบีทที่เร่งเร้า ศิลปินกลุ่มนี้มีอย่าง  Go Go Penguin, Rocket No 9, Kamasi Washington, Josef Leimberg  และ 4 หนุ่มจากแคนาดา BADBADNOTGOOD อัลบั้มใหม่ “IV” น่าจะเป็นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพวกเขา แทรคที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นงาน “Lavender” กลางอัลบั้มที่ร่วมงานกับ Kaytranada นี่เป็นตัวอย่างที่เลิศล้ำของไอเดียคนรุ่นใหม่ ๆ ที่รับทั้งฮิปฮอปและแจ็สมาด้วยกันก่อนจะผนวกกลับออกมาเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีตัวตันอย่างถ่องแท้ จะคุ้มกว่ามากหากคุณซื้อซีดีที่ออกขายในญี่ปุ่นเพราะมีเพลงแถมเป็นโบนัสอีกด้วย

 

Anna Meredith

“Varmints”

[Moshi Moshi]

 

เราหลงรักอัลบั้มแรกของ Anna Meredith เหลือเกิน สาวอังกฤษคนนี้เคยทำงานกับวงอินดี้อวองการ์ดอย่าง These New Puritans และโปรดิวเซอร์ดนตรีอีเลคโทรนิคล้ำ ๆ อย่าง Shlomo ภายใต้พื้นฐานดนตรีคลาสสิคของเธอ อัลบั้ม “Varmints”       เป็นการไหลรวมบรรจบของแนวดนตรีที่หลากหลายเส้นทางและชาติตระกูลอย่างมาก “Varmints” ทำในสิ่งที่เราไม่คาดคิดเมื่อดนตรีประกอบวิดีโอเกมนินเทนโด้จากยุค 80 วางไว้ข้าง ๆ ดนตรีคลาสสิค โฟล์คพ็อพกับสเตเดี้ยมร็อคเดินจูงมือกันกลางรันเวย์ ซินธ์พ็อพยุคดั้งเดิมกับอินดี้ใส ๆ กลางยุค 90 และดนตรีกรันจ์ร็อคผงาดเกยไหล่อยู่กับดนตรี ambient หลอน ๆ “Varmints” ทำตัวราวกับจะปลุกระดมมวลชนให้ลุกขึ้นต่อต้านระบบ ไม่ว่าจะการเดินทางเท้าบนถนนหรือแอบบ่อนทำลายออนไลน์ ในขณะเดียวกัน “Varmints”  ก็พร้อมจะชะลอทุกความเร่งรีบและ ปลอบประโลมด้วยความเนิบนาบบนเมโลดี้และเสียงร้องหวาน ๆ ดุจน้ำผึ้งเดือนเจ็ด หากคุณรักการผจญภัยในเสียงดนตรีคุณต้องออกค้นหา “Varmints” โดยพลัน

 

Japanese Breakfast

“Psychopomp”

[Yellow K]

 

โปรเจ็คเดี่ยวของมือกีตาร์สาว Michelle Zauner จากวงอินดี้ Little Big League ภายใต้ชื่อ Japanese Breakfast  ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาหารเช้าของคนญี่ปุ่นแต่อย่างใด ในทางกลับกันอัลบั้ม “Psychopomp”  มีสำเนียงเสียงที่กดใจอย่างเมามันแบบชื่ออัลบั้มมากกว่า มิเชลเกิดในเกาหลีแต่ย้ายไปอเมริกาและเติบโตที่นั่น Japanese Breakfast  รับอิทธิพลดนตรีอินดี้กีตาร์แสนแสบจากวงรุ่นพี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Yeah Yeah Yeahs, Beat Happening, The Posies หรือ The Pretenders จากเสียงกีตาร์แปร่ง ๆ  ตกขอบโน้ตจนเพี้ยนและเนื้อเพลงที่คมคายผสมความเซ็กซี่อย่างก๋ากั่นไม่กลัวใคร “Psychopomp” อัดคุณด้วยท่อนฮุคซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยการที่แต่ละเพลงสั้น กระชับจึงไม่มีรีรอที่จะฉุดกระชากคุณลงไปสนุกสนานอย่างเมามัน เพลงที่ขอแนะนำมี “Heft”, “Jane Cum”, “The Woman That Loves You” และ “Everybody Wants To Love You”

 


 

 




Album of the Month

Kate Jackson

“British Road Movies”

[Hoo Ha Records]

 

ในบรรดาวงอินดี้อังกฤษชั้นดีมีอนาคตช่วงต้นปี 2000 ชื่อของ The Long Blondes  เป็นเชื่อแรก ๆ ที่เรานึกถึง ทว่าวงดนตรีจากเชฟฟิลดิ์ที่น่าจะสืบทอดมรดกทางดนตรีของ Pulp วงนี้มีอันต้องยุบวงเนื่องจากปัญหาสุขภาพของมือกีตาร์ 8 ปีผ่านไป เราได้อัลบั้มภาคต่อที่สมบูรณ์ แม้ว่าจะมาจากเพียงแค่นักร้องนำแต่ Kate Jackson  ก็เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของ The Long Blondes    เธอเป็นเจ้าของเสียงที่จำได้ในทันทีที่ได้ยิน ความมั่นใจหนักแน่นและคมคายผ่านเนื้อเพลงที่สุดสมาร์ทคือมนต์เสน่ห์ของเคท แจ็คสัน และอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของเธอ “British Road Movies”  คือความพิเศษของพ็อพมิวสิค ผ่านการโปรดิวช์ของ Bernard Butler  ทั้งหมด 10 เพลงเป็นความจัดจ้าน และเป็นเส้นทางบนถนนดนตรีที่โล่งไปตลอดจุดหลายปลายทาง  เพลงที่น่าสนใจมาตั้งแต่เพลงแรก “The End Of Reason” ตามด้วย “Metropolis”, “16 Years”, “Stranded” และ “The Atlantic”  ที่่เป็นการบันทึกใหม่จากงานเดี่ยวที่เธอเคยออกขายเมื่อ 5 ปีก่อน

 

Westpoint

“Face To The Sea”

[Preservation Records]

 

Preservation จากนอร์เวย์กลายเป็นตราแผ่นเสียงที่เรากำลังชื่นชมในการขุดแสวงหางานตกสำรวจหลายต่อหลายชุดแล้วนำมาออกขายใหม่ในวงกว้างโดยเฉพาะบรรดาอัลบั้มดนตรีAOR  และโซลคลาสสิคต่าง ๆ อย่างเช่น Lava, James Walsh Gypsy Band  และ Lion And The Lamb ล่าสุดกับวง 4 หนุ่มจากนอร์เวย์นาม Westpoint  เจ้าของอัลบั้ม “Face To The Sea”  ที่เคยออกกับค่ายใหญ่ ๆ CBS Norway ในปี 1983 แต่กลับถูกมองข้ามอย่างน่าเสียดาย ค่าย Preservation ออกซีดีชุดนี้อีกครั้งพร้อมประวัติวงและรูปภาพต่าง ๆ มากมายในกล่องซีดี Westpoint ทำดนตรีเวสท์โคสท์พ็อพสไตล์ Michael McDonald  และ Airplay      แต่ละเพลงมีทำนองที่สสะสลวย เรื่องง่ายและราบรื่นไม่ต่างจากการละเลียดฟองเบียร์ริมหาดยามเย็น เพลงที่เด่นมากคือ “Number One” และ “Fire” ช่วงกลางอัลบั้ม แต่ “Face To The Sea”  มีทุกอย่างที่ทำให้คุณอยากเก็บกระเป๋าไปพักผ่อน ตากอากาศที่บริสุทธิ์จากท้องทะเลอีกครา

 

Mark Pritchard

“Under The Sun”

[Warp Records]

 

ดีเจโปรดิวเซอร์ที่มากฝีมือและช่ำชองในดนตรีอีเลคโทรนิคอย่าง Mark Pritchard ผู้เคยใช้นามแฝงอย่าง Global Communication, Jedi Knights หรือ Africa Hi-Tech เมื่อไม่นาน มาร์คกลับมาออกอัลบั้มใหม่ภายใต้ชื่อตัวเอง งานที่สะท้อนไอเดียความคิดที่เปิดกว้างของการทำดนตรีอีเลคโทรนิคได้อย่างน่าทึ่ง แทบจะทุก ๆ ดีเอ็นเอของมาร์คได้รับการฉลุออกมาเป็นสรรพเสียงที่หลากหลายบน 16 แทรค ยากที่จะระบุแนวใดแนวหนึ่งให้ชัดแจ้ง 16 แทรคที่พาคุณย้ายกายไปอีกฟากฝั่งของดนตรีที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ หากคุณหลับตาขณะฟัง ผลลัพธ์จะยิ่งบรรเจิดและออกฤทธิ์อย่างรุนแรงจนยากจะเยียวยา ความลึกของบีท ความซับซ้อนในโครงสร้างดนตรี จากดนตรี ambient สุดสลด จากโฟล์คที่กดใจ จากเสียงเบสต่ำ หรือความผวาของซาวด์แทรคหนัง อัลบั้มนี้มีหมด ตั้งแต่เสียงเชือดดวงใจ ของ Thom Yorke  เสียงอบอุ่นอันเป็นนิรันดร์ของ Linda Perhacs  หรือ บทอาขยานของ Beans นี่อาจไม่ใช่อัลบั้มที่ฟังง่าย แต่เมื่อได้ฟังคุณจะไม่มีวันลืม

 

BADBADNOTGOOD

“IV”

[Innovative Leisure/ Beat Records]

 

สิ่งที่ดนตรีแจ็สกับฮิปฮอปแชร์ความสัมพันธ์กันคงเป็นการอิมโพรไวเซชั่นที่เปิดโอกาสให้แรปเปอร์หรือนักดนตรีปล่อยแสงกันอย่างเต็มที่ ทั้งสองแนวจึงแชร์มิตรภาพกันโดยทันที จนก่อกำเนิดยุคทองของดนตรีฮิปฮอปช่วงหลาย 80 ยาวมาจนกลาง 90 มาถึงวันนี้ นักดนตรีแจ็ส เลือดใหม่ซึมซับเอาซาวด์ที่ไฮบริดนั้นและกลับมาทำดนตรีที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีก นี่ยังคงเป็นแจ็สแต่เป็นแจ็สหัวก้าวหน้า ความเฉียบคม ไหลลื่น จังหวะจะโคนและบีทที่เร่งเร้า ศิลปินกลุ่มนี้มีอย่าง  Go Go Penguin, Rocket No 9, Kamasi Washington, Josef Leimberg  และ 4 หนุ่มจากแคนาดา BADBADNOTGOOD อัลบั้มใหม่ “IV” น่าจะเป็นงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดของพวกเขา แทรคที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นงาน “Lavender” กลางอัลบั้มที่ร่วมงานกับ Kaytranada นี่เป็นตัวอย่างที่เลิศล้ำของไอเดียคนรุ่นใหม่ ๆ ที่รับทั้งฮิปฮอปและแจ็สมาด้วยกันก่อนจะผนวกกลับออกมาเป็นสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์และมีตัวตันอย่างถ่องแท้ จะคุ้มกว่ามากหากคุณซื้อซีดีที่ออกขายในญี่ปุ่นเพราะมีเพลงแถมเป็นโบนัสอีกด้วย

 

Anna Meredith

“Varmints”

[Moshi Moshi]

 

เราหลงรักอัลบั้มแรกของ Anna Meredith เหลือเกิน สาวอังกฤษคนนี้เคยทำงานกับวงอินดี้อวองการ์ดอย่าง These New Puritans และโปรดิวเซอร์ดนตรีอีเลคโทรนิคล้ำ ๆ อย่าง Shlomo ภายใต้พื้นฐานดนตรีคลาสสิคของเธอ อัลบั้ม “Varmints”       เป็นการไหลรวมบรรจบของแนวดนตรีที่หลากหลายเส้นทางและชาติตระกูลอย่างมาก “Varmints” ทำในสิ่งที่เราไม่คาดคิดเมื่อดนตรีประกอบวิดีโอเกมนินเทนโด้จากยุค 80 วางไว้ข้าง ๆ ดนตรีคลาสสิค โฟล์คพ็อพกับสเตเดี้ยมร็อคเดินจูงมือกันกลางรันเวย์ ซินธ์พ็อพยุคดั้งเดิมกับอินดี้ใส ๆ กลางยุค 90 และดนตรีกรันจ์ร็อคผงาดเกยไหล่อยู่กับดนตรี ambient หลอน ๆ “Varmints” ทำตัวราวกับจะปลุกระดมมวลชนให้ลุกขึ้นต่อต้านระบบ ไม่ว่าจะการเดินทางเท้าบนถนนหรือแอบบ่อนทำลายออนไลน์ ในขณะเดียวกัน “Varmints”  ก็พร้อมจะชะลอทุกความเร่งรีบและ ปลอบประโลมด้วยความเนิบนาบบนเมโลดี้และเสียงร้องหวาน ๆ ดุจน้ำผึ้งเดือนเจ็ด หากคุณรักการผจญภัยในเสียงดนตรีคุณต้องออกค้นหา “Varmints” โดยพลัน

 

Japanese Breakfast

“Psychopomp”

[Yellow K]

 

โปรเจ็คเดี่ยวของมือกีตาร์สาว Michelle Zauner จากวงอินดี้ Little Big League ภายใต้ชื่อ Japanese Breakfast  ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอาหารเช้าของคนญี่ปุ่นแต่อย่างใด ในทางกลับกันอัลบั้ม “Psychopomp”  มีสำเนียงเสียงที่กดใจอย่างเมามันแบบชื่ออัลบั้มมากกว่า มิเชลเกิดในเกาหลีแต่ย้ายไปอเมริกาและเติบโตที่นั่น Japanese Breakfast  รับอิทธิพลดนตรีอินดี้กีตาร์แสนแสบจากวงรุ่นพี่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Yeah Yeah Yeahs, Beat Happening, The Posies หรือ The Pretenders จากเสียงกีตาร์แปร่ง ๆ  ตกขอบโน้ตจนเพี้ยนและเนื้อเพลงที่คมคายผสมความเซ็กซี่อย่างก๋ากั่นไม่กลัวใคร “Psychopomp” อัดคุณด้วยท่อนฮุคซ้ำแล้วซ้ำอีก ด้วยการที่แต่ละเพลงสั้น กระชับจึงไม่มีรีรอที่จะฉุดกระชากคุณลงไปสนุกสนานอย่างเมามัน เพลงที่ขอแนะนำมี “Heft”, “Jane Cum”, “The Woman That Loves You” และ “Everybody Wants To Love You”